ศัตรูหัวใจไฟเสน่หา

ศัตรูหัวใจไฟเสน่หา

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160004010
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 260.00 บาท 169.00 บาท
ประหยัด: 91.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

หลังจากรินรดาผ่านนาทีระทึกขวัญจากสาวสวยตาคมคนนั้น

มาได้ เธอก็รีบกลับบ้านเพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย อากาศร้อน

ทำให้เธอแทบเป็นลม เธอไม่ชินกับการขึ้นรถเมล์ซึ่งต้องเบียดกับคนอื่นๆ

กลิ่นเหม็นอับจากคนรอบข้างเกือบทำให้เธอทนไม่ไหว ได้แต่ภาวนาให้

ถึงที่หมายเร็วๆ

ผ่านไปสักพักรินรดาก็มาถึงที่หมาย เธอก้าวลงจากรถเมล์ด้วยเท้า

สั่นๆ ต้องนั่งพักข้างทางชั่วครู่ให้รู้สึกดีขึ้น จากนั้นจึงเรียกรถมอเตอร์ไซค์

รับจ้างให้ไปส่งที่บ้าน ความจริงแล้วเธออยากเดินมากกว่า แต่วันนี้รู้สึก

เหนื่อย จำต้องยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวกสบาย

ทันทีที่รินรดาเข้ามาในบ้าน เธอรีบนอนลงกับโซฟาตัวยาว แล้ว

ไม่นานเปี่ยมก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับแก้วน้ำเย็นๆ

“คุณรินคะ น้ำค่ะ”

“ขอบคุณมากน้าเปี่ยม วันนี้อากาศร้อนมาก รินแทบเป็นลมแน่ะ”

“ค่ะ อากาศบ้านเราแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว คนไม่แข็งแรง

จะไม่สบายเอาง่ายๆ คุณรินไปธนาคารมาเป็นอย่างไรบ้างคะ”

“เขายืดเวลาให้รืนอยู่ที่นี่ได้ระยะหนึ่ง แต่ก็มีกำหนดวันเข้ายึดบ้าน

รินจะต้องรีบหาหอพักให้เร็วที่สุด”

“โถ...คุณรินขา ลำบากเหลือเกิน”

“ไม่เป็นไร รินทนได้ เอาละ หายเหนื่อยแล้ว คราวนี้ก็คงต้องมา

คุยเรื่องของเราเสียที”

รินรดาลุกขึ้นมานั่งตัวตรง

เปี่ยมมองรินรดาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจคำพูดเมื่อครู่ว่ามีความหมาย

อย่างไร ขณะที่เปี่ยมงงอยู่นั้นเอง รินรดาเอ่ยบางอย่างซึ่งทำร้ายความรู้สึก

ของเปี่ยมให้ร้าวรานจนแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

“รินแบ่งเงินจำนวนหนึ่งให้น้าเปี่ยมแล้ว”

แม่บ้านผู้จงรักภักดีถึงกับใจสั่น เธอรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของ

รินรดาเป็นอย่างดี ว่าต้องการให้เธอไปจากที่นี่ ทั้งที่ความจริงเปี่ยม

ต้องการดูแลรินรดาแม้อยู่ในสภาวะขัดสน แต่รินรดาพูดแบบนี้เท่ากับไล่

เธอทางอ้อม

“ให้น้าทำไมคะ คุณรินเก็บเอาไว้ใช้เถอะ” เปี่ยมแกล้งทำเป็นไม่

เข้าใจ

“น้าเปี่ยมจะอยู่กับรินไม่ได้ ในเมื่อรินไม่มีเงินจ้างน้าให้มาดูแลอีก

ต่อไป แต่รินให้เงินน้าไว้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ”

พร้อมกันนั้นหญิงสาวยื่นซองใส่เงินสีขาวให้เปี่ยม แต่เปี่ยมเอาแต่

ส่ายหน้าไม่ยอมรับท่าเดียว รินรดามองเปี่ยมเชิงบังคับ

“ไม่ค่ะ ดิฉันไม่เอา ไม่ต้องให้เงินหรอกค่ะ ดิฉันจะออกไปหางานทำ

และช่วยคุณเอง”

“รินไม่ปล่อยให้น้าเปี่ยมทำอย่างนั้นหรอก รับไปเถอะค่ะ น้าเปี่ยม

จะเอาไปทำอะไรก็ได้ ขอร้องละ อย่าให้รินไม่สบายใจไปกว่านี้เลย”

“คุณริน น้าคงทนเห็นคุณลำบากไม่ได้หรอกค่ะ”

“คนเราต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง วันนี้แย่ พรุ่งนี้อาจสบายก็ได้

น้าเปี่ยมเอาเงินก้อนนี้ไป ส่วนจะกลับบ้านหรือหาที่อยู่ใหม่เพื่อประกอบ

อาชีพก็แล้วแต่ ไม่ต้องห่วงริน”

“ยังไงน้าก็ต้องไปใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ รินสัญญาว่า ถ้ารินมีชีวิตที่ดีขึ้น รินจะรับน้าเปี่ยมมาอยู่

ด้วย”

“โถ...แม่คุณ ขนาดเป็นอย่างนี้ยังอุตส่าห์มีน้ำใจ น้ารักคุณรินค่ะ”

“รินก็รักน้าเปี่ยมค่ะ น้าจะอยู่ในใจของรินตลอดไป”

รินรดาพูดเสียงสั่นเครือในตอนท้าย เธอร้องไห้เมื่อเปี่ยมเข้ามา

กอดอย่างแนบแน่น

หญิงต่างวัยทั้งสองสะอื้นไห้ด้วยความทุกข์ระทม

รินรดาคิดว่าการกระทำในครั้งนี้ถูกต้องแล้ว เธอไม่ควรดึงเปี่ยม

ให้มาลำบากด้วย จากนี้เป็นต้นไปเธอจะต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง

หญิงคนหนึ่งจมอยู่กับความทุกข์ แต่อีกคนกลับมีความสุข

กับสิ่งที่คนรักมอบให้ หลังจากมนัสกรซื้อแหวนเพชรน้ำดีให้กุลสินี เธอ

สวมติดนิ้วนางข้างขวาตลอด พยายามกรีดนิ้วให้เพชรล้อกับแสงไฟเกิด

ประกายวูบวาบ

สรพัสที่นั่งตรงกันข้ามมองเธอด้วยสายตาเฉยเมย เขารู้ว่ากุลสินี

จงใจอวดแหวนวงใหม่

“คุณพ่อคะ กุลกับมนัสซื้อของอร่อยมาจากภัตตาคาร คุณพ่อ

ต้องชอบแน่ๆ เลย”

“ขอบใจมากนะ แต่พ่อไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องความอร่อยนักหรอก

ตั้งแต่โรคหอบกำเริบ พ่อเบื่อๆ ไม่อยากทานอะไรเลย”

“แหม...อย่าท้อสิคะ ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เดี๋ยวโรคก็กำเริบขึ้น

มาอีก นอกจากอาหารแล้วคุณพ่อต้องออกกำลังกายนะคะ เดินช้าๆ ก็ได้”

“งั้นหนูกุลพาพ่อไปเดินที่สวนสาธารณะบ้างสิ”

คำร้องขอจากชายสูงวัยที่สนับสนุนให้เธอรักกับมนัสกรกลับทำให้

หญิงสาวหงุดหงิดและไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเวลานี้เธอต้องการ

มนัสกรเพียงผู้เดียวเท่านั้น เธอจะปรนนิบัติดูแลและปรนเปรอความสุข

ให้เขามากที่สุด เพื่อที่จะได้สิ่งมีค่าตอบแทน

สำหรับมนัสกรนั้นทุกอย่างคือผลประโยชน์ ความรักและความ

จริงใจอย่าได้หวัง ในเมื่อเธอมอบสิ่งนั้นให้แก่อุดรไปจนหมดแล้ว ใครจะ

มองว่าชายคนนั้นเป็นคนไม่ดีก็ช่าง แต่เขาถูกใจเธอทุกอย่าง ตั้งแต่รูปร่าง

หน้าตา การพูดจาอ่อนหวาน เอาอกเอาใจจนแทบไม่ต้องทำอะไร อีกทั้ง

ความสุขในเรื่องกามารมณ์ก็ปรนเปรอให้อย่างเต็มอิ่ม

อุดรคือสามีลับๆ ของเธอ กลางวันเธอควงกับมนัสกร แต่กลางคืน

เธอจะอยู่กับอุดร เพื่อนๆ ที่รู้เรื่องนี้ต่างพากันอิจฉาเธอทั้งนั้น

ขณะที่กุลสินีปล่อยความคิดล่องลอยไปถึงชายร่างใหญ่คนนั้น

สรพัสมองหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความแปลกใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเงียบไป

“ว่าไงหนูกุล เมื่อไหร่จะพาพ่อไปเดิน”

“เอ่อ...ค่ะๆ แต่ว่ากุลขอไปดูมนัสก่อนนะคะ หายไปในห้องนาน

แล้ว ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่”

หญิงสาวหาทางเลี่ยงที่จะสนทนากับชายสูงวัย เธอมีความรู้สึก

ว่าน่าเบื่อ ไม่มีความเจริญหูเจริญตาเอาเสียเลย สู้มนัสกรไม่ได้ ทุกครั้งที่

อยู่กับเขา เธอจะต้องใช้มารยายั่วยวน ชวนให้จบลงบนเตียง ซึ่งเขาตอบ

สนองได้บ้างตามความเหมาะสม ในบางครั้งสะดุดกลางทางเธอต้องไปต่อ

กับอุดรให้เขาจูงมือพาขึ้นสวรรค์พร้อมๆ กัน

มือที่ลากเมาส์หน้าคอมพิวเตอร์มีอันต้องหยุดชะงักเมื่อ

อ้อมแขนนุ่มๆ โอบกอดรอบตัว กุลสินีจูบแก้มมนัสกรเนิ่นนาน กลิ่น

น้ำหอมชั้นดีจากกายสาวอวลอยู่ใกล้ๆ เร้าอารมณ์ให้วาบหวาม ภายใน

กายชายหนุ่มร้อนรุ่ม อดใจไม่ไหวที่จะตวัดหญิงสาวเข้ามากอดเอาไว้

ประกบริมฝีปากลงบนปากนุ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีหวาน คลึงเบาๆ

แล้วเพิ่มความหนักหน่วงมากขึ้น ปลายลิ้นไล้ภายในปากหญิงสาว

สัมผัสกับความหวานละมุน

หญิงสาวตอบรับเป็นอย่างดี เบียดร่างอวบอัดเข้าหาชายหนุ่ม

ด้วยความเต็มใจ ใจหวิวเมื่อฝ่ามือใหญ่สอดเข้าไปใต้เสื้อยืด คลึงเนื้อนุ่ม

ด้วยปลายนิ้ว หญิงสาวส่งเสียงครางเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ

“มนัสคะ คุณทำให้กุลร้อนอีกแล้วนะ”

“แล้วใครเป็นคนเริ่มก่อนล่ะที่รัก”

“กุลรักคุณจนสุดห้ามใจเอาไว้ได้นี่คะ กุลมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้คุณ

และคงทนไม่ได้หากเราต้องแยกจากกัน”

“ไม่มีวันนั้นหรอกครับ เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายจากไป”

“ไม่ค่ะ กุลไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว”

“ชื่นใจจัง อืม...เนื้อคุณหอมมากเหลือเกิน”

ชายหนุ่มซุกจมูกโด่งกับลำคอขาวผ่อง ความร้อนผะผ่าวจาก

ลมหายใจและการเล้าโลมอย่างมีชั้นเชิงปลุกอารมณ์พิศวาสของหญิงสาว

ให้ตื่นตัว เธอใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อถูกรุกเร้าจนเริ่มเร่าร้อนขึ้นทุกที เขาดัน

ร่างทรงเสน่ห์ไปที่เตียงแล้วล้มลงไปนอนเคียงข้างกัน สายตาที่มองเธอ

นั้นหวานเยิ้ม ริมฝีปากสวยเผยอเชิญชวนให้จุมพิต

กุลสินีปลดกระดุมเสื้อมนัสกรออก เช่นเดียวกับชายหนุ่มซึ่งจับ

ชายเสื้อยืดเธอดึงขึ้นไปด้านบน อารมณ์รักของทั้งสองกำลังบรรเจิด

พร้อมที่จะพากันไปสู่จุดหมายปลายทาง

กุลสินีปรือตามอง ฝ่ามือยังคงโลมไล้อยู่ที่อกแกร่ง แม้ไม่ได้รัก

แต่ความเป็นชายของเขาทำให้เธอสุขสมได้ดั่งใจหวัง หญิงสาวใจเต้นแรง

เมื่อเลื่อนสายตาลงเบื้องล่าง ซิกซ์แพ็กเป็นลอนสวยงาม เรียวนิ้วไล้วน

จากหน้าอกแล้วเคลื่อนมาหยุดอยู่ตรงบริเวณสะดือ หมุนวนเป็นวงกลม

กระตุ้นให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน

ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“คุณมนัสคะ คุณท่านเรียกค่ะ”

            หนุ่มสาวชะงักการโรมรัน อารมณ์สวาทเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไป

ใบหน้าหล่อแดงระเรื่อด้วยเลือดฝาด เขาหันไปมองที่ประตู รีบกลัด

กระดุมเสื้ออย่างรวดเร็ว

กุลสินีเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง จากที่กำลังอยู่ในห้วงวาบหวาม

กลายเป็นโกรธที่ถูกขัดใจ เธอเกลียดชายสูงวัยที่เป็นมารความสุข ไม่ให้

เธอได้ในสิ่งที่ต้องการ หญิงสาวนั่งหน้างออยู่บนเตียง มองแผ่นหลัง

ชายหนุ่มที่กำลังเดินไปเปิดประตู

“ลำดวน บอกท่านว่าเดี๋ยวฉันลงไป”

“ค่ะ อาหารขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะคะ”

“โอเค ไปครับกุล คุณพ่อรอทานข้าว”

ชายหนุ่มเดินมาจับบ่าบอบบางของคนรักให้ลุกขึ้น เมื่อเห็นแวว

ไม่พอใจปรากฏอยู่ในดวงตาคู่นั้น

กุลสินีฝืนยิ้มพลางโผกอดคนร่างใหญ่ เอียงหน้าซบไหล่ชายหนุ่ม

ทำเสียงอ้อนๆ ให้ตัวเองเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้กุลทนได้”

“ผมรู้ว่าคุณต้องการ ความจริงแล้วผมไม่ควรให้เกิดเรื่องแบบนี้

ขึ้นที่บ้าน โดยที่เราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันให้ถูกต้อง”

“กุลขอโทษที่ไม่ยับยั้งชั่งใจจนเกือบทำให้บ้านคุณมีราคี”

“ไม่หรอก เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่ถ้าเราพร้อม เอาเป็นว่า

คราวหน้าผมจะชดเชยให้คุณเต็มที่ แต่ตอนนี้ไปทานข้าวกับคุณพ่อก่อน

นะครับ ท่านทานตรงเวลา”

“ค่ะ สำหรับกุลยังไงก็ได้”

“น่ารักมากครับ ทานข้าวเสร็จกุลจะอยู่ต่อหรือว่ากลับบ้านเลย”

“คงต้องกลับค่ะ คุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วง เมื่อครู่ท่านโทร. มา

ถามเหมือนกัน พอรู้ว่าอยู่ที่บ้านคุณ ท่านก็ไม่ว่าอะไร คงไว้ใจคุณน่ะค่ะ”

“ผมดีใจจริงๆ ที่พ่อแม่ของคุณไว้ใจผม ผมคงจะต้องไปกราบ

ท่านให้บ่อยกว่านี้”

มนัสกรกล่าวจบก็เชยคางสวยขึ้นพรมจูบลงบนหน้าผากกว้าง

จากนั้นไล่ลงมาที่เปลือกตา

หญิงสาวตวัดแขนโน้มคอมนัสกรเข้ามาใกล้ แล้วประกบจูบที่

ริมฝีปากชายหนุ่มอย่างรุนแรงเพื่อกระตุ้นอารมณ์รักให้กระพือขึ้นอีกครั้ง

ทว่ากลับไม่เป็นตามที่เธอคิด มนัสกรดันร่างงามออกห่างแล้ว

จูงมือให้เดินลงบันไดมาข้างล่าง เขาต้องทำอย่างนี้เพราะกลัวหักห้ามใจ

เอาไว้ไม่ไหว รู้ดีว่าตัวเองเป็นผู้ชายมีเลือดเนื้อและมีความต้องการ

เหมือนมนุษย์ผู้ชายทุกคน หากถูกเล้าโลมเพียงเล็กน้อย ความปรารถนา

ย่อมเกิดขึ้น แม้ว่าเรือนร่างไวต่อความรู้สึก แต่เขาสามารถที่จะระงับ

ความต้องการเอาไว้ได้ ไม่ปล่อยให้ตกเป็นทาสแห่งไฟเสน่หา

“ตาแก่ เมื่อไหร่จะตายๆ เสียทีก็ไม่รู้ อยู่เป็นมารขวาง

ความสุขอยู่ได้ อย่างกับมีตาทิพย์รู้เห็นว่าเรากำลังทำอะไร คอยดูเถอะ

ถ้าเราได้แต่งงานกับมนัสเมื่อไหร่ หางตาจะไม่เหลียวแลเลย”

กุลสินีพูดเสียงขุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ขณะขับรถออกมาจากบ้าน

ของคนรัก เธอไม่ชอบใจบิดาของเขาที่มักขัดขวางเวลาเธออยู่ใกล้ชิดเขา

ทั้งที่เมื่อก่อนอยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้ นัดแนะให้เธอกับมนัสกรเจอกัน

กระทั่งต่อติดกลับมีท่าทีเปลี่ยนไป

เธอเองก็เช่นกัน เมื่อก่อนดูแลเอาใจใส่สรพัสเป็นอย่างดี หวังทำ

คะแนนให้มนัสกรเห็นใจ และสิ่งที่ทำก็ไม่สูญเปล่า ชายหนุ่มตกลงที่จะ

คบหาเธอในฐานะคนรัก เธอไม่สนใจสรพัสอีกต่อไป บางครั้งเธอถึงกับ

มึนตึงใส่เขา พูดคุยอย่างเสียไม่ได้ เป็นการบอกนัยๆ ว่าเขาหมดความ

สำคัญไปแล้ว

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. หาอุดร หวังให้เขาช่วยคลาย

ความหงุดหงิด เวลานี้เธออยากพบเขาเพื่อที่จะได้อยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง

(โปรดติตตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021