วิวาห์วุ่นลุ้นรักพยศ

วิวาห์วุ่นลุ้นรักพยศ

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160003129
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 250.00 บาท 162.50 บาท
ประหยัด: 87.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

 

 

 

 

 

1

สุดสวยขาวีน ฉันนี่แหละ ภาพตะวัน

 

 

 

ตรีศูล เอกโยธิน เจ้าของบริษัทตัวแทนนำเข้าและจำหน่าย

รถยนต์ยี่ห้อดังขวัญใจสาวๆ ถูกทุกคนจับตามองอยู่ในขณะนี้ เพราะ

หัวใจของเขาว่างลงอีกครั้งหลังจากแยกทางกับอดีตคนรักที่เพิ่งแต่งงาน

ไปกับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ สร้างความกังขาให้แก่เหยี่ยวข่าวและกระจอก

ข่าวทั้งวงการ ว่าเหตุใดจันทร์เจ้าจึงเป็นฝ่ายขอเลิกกับผู้บริหารหนุ่มของ

เอกโยธิน และตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับต้นสาย ชายหนุ่มที่เทียบ

กับตรีศูลแล้วเป็นรองนักธุรกิจคนดังของเอกโยธินอยู่หลายขุม

ตรีศูลเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงลาลันและมีใบหน้าคมคาย บุคลิก

ของเขาดึงดูดทุกสายตาให้หันมาสนใจ และหากเป็นสาวสวยที่มั่นใจใน

เสน่ห์ของตัวเองด้วยแล้ว พวกหล่อนพร้อมจะลงสนามเพื่อแย่งชิงหัวใจ

ของเขามาครอบครองให้ไต้อย่างไม่ลังเล ริมฝีปากหนา'โต้รูปบวกกับแวว-

ตาเปิดเผยทำให้ตรีศูลดูมีเสน่ห์ชวนลุ่มหลง เย้ายวนจนผู้หญิงหลายคน

ใจสั่น แค่เพียงไต้สบตากรุมกริ่มมีชั้นเชิงคู่นี้ก็ราวต้องมนตร์สะกดให้พวก

เธอเคลิบเคลิ้มเก็บไปละเมอเพ้อฝันถึง แม้แต่ผู้ชายด้วยกันก็อดที่จะ

อิจฉานักธุรกิจหนุ่มไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาสะดุดตาสาวๆ แต่เพราะบุคลิก

มาดมั่นต่างหากที่ทำให้น้อยคนนักที่จะกล้าลองดีกับผู้ชายคนนี้

เสียงเพลงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือข้างกายดังขึ้นรบกวนสมาธิ

ของชายหนุ่มซึ่งกำลังมุ่งมั่นอยู่กับเอกสารกองโตตรงหน้า ให้หันมาสนใจ

อุปกรณ์สื่อสารที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะ เสียงเพลงที่ดังเป็นเพลงเรียกเข้าซึ่งตั้ง

ไว้เฉพาะสำหรับคนสำคัญอย่าง จันทร์เจ้า กิติลัดดา อดีตคนรักสาวที่

เพิ่งแต่งงานไปกับ ต้นสาย หิรัญเดชา นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเศษที่

สามารถเอาชนะใจอดีตคนรักของเขาไต้ และคว้าตัวเธอไปเป็นคู่ครองได้

สำเร็จด้วยการใช้ความจริงใจเอาชนะใจเธอ เขายอมรับว่าต้นกล้าเอาใจ

ใส่ในตัวจันทร์เจ้ามากกว่าเขาที่แทบไม่มีเวลาให้หญิงสาวเลย เพราะยุ่ง

อยู่แต่กับการทำงานอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งอดีตคนรักตัดสินใจหันหลังให้

และเลือกชายหนุ่มอีกคนที่มีเวลาให้เธอได้มากกว่าเขา

“ว่ายังไงครับเจ้าขาคนสวย ทำไมวันนี้ถึงว่างโทร. หาตรีไต้เอ่ย”

เขาเอ่ยถามเย้าปลายสายด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน

“เจ้าขาโทร. มากวนหรือเปล่าคะ ยุ่งอยู่ไหมเอ่ย” หล่อนถามไถ่

อย่างเกรงใจด้วยเสียงหวานเหมือนเคย

“ไม่ยุ่งหรอกครับ เจ้าขาก็รู้ว่าผมว่างเสมอสำหรับคุณ” ชายหนุ่ม

ตอบเสียงนุ่ม พลางขยับตัวอยู่ในท่วงท่าสบาย

“ตรีทำให้เจ้าขาละอายใจ...” เธอตอบเสียงแผ่ว รู้สึกผิดต่ออดีต

คนรักที่ยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม แม้ว่าเธอจะเป็นฝ่ายผิดที่ตัดความ

สัมพันธ์และแยกทางจากเขามาโดยที่เขาไม่มีความผิดใดๆ

“โธ่...เจ้าขา อย่าบอกนะว่าที่โทร. มาหาผมวันนี้เพราะคุณยังรู้สึก

ผิดอยู่” เขาบอกเสียงสดใส ทว่าใบหน้าคมเคร่งขรึม เขาพยายามทำทุก

อย่างให้อีกฝ่ายสบายใจ ทั้งที่ยังรู้สึกปวดหนึบที่หัวใจ เมือความรักที่

มอบให้หล่อนยังไม่เปลี่ยนหรือจืดจางลงตามวันเวลาที่ผ่านไปเลยแม้แต่

น้อย

“คุณคะ ดิฉันบอกว่าเข้าไปไม่ได้ไงคะ อุย!”

ประตูถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต บานไม้แผ่นหนาหนัก

กระแทกผนังปูนด้านหลังจนเกินเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงเอะอะ

โวยวายของเลขาฯ สาวคนสวยที่วิงหน้าตาตื่นเข้ามาขวางหญิงสาว

ท่าทางปราดเปรียว หล่อนแต่งตัวได้เปรี้ยวจี๊ดจับใจ และหล่อนกล้ามาก

ที่บุกรุกเข้ามาในห้องของเขาแบบนี้

“ขอโทษค่ะคุณตรี คือ...”

ปัง! เลขาฯ คนสวยยังไม่ทันพูดจบก็ต้องสะดุ้งสุดตัวตกใจกับเสียง

ตบโต๊ะดังปังใหญ่ของหญิงสาวผู้บุกรุก

“เกิดอะไรขึ้นคะตรี เจ้าขาได้ยินเสียงคุณสุรีย์โวยวายเอ็ดเชียว

แล้วนั่นเสียงอะไรคะ” จันทร์เจ้าถาม

“จำไว้เลยนะคุณตรีศูล คนอย่างฉัน ภาพตะวัน เสถียรพงศา ไม่

สิ้นคิดถึงขนาดจะยอมถูกคลุมถุงชนง่ายๆ อย่างนี้แน่ ถ้าคุณพอจะมี

สมองเหลืออยู่บ้างละก็ กลับไปบอกให้แม่คุณเลิกคิดที่จะเกี่ยวดองกับ

ตระกูลของฉันได้แล้ว”

ตรีศูลเพ่งสายตาดุมองใบหน้าซึ่งแต่งแต้มสีสันไว้อย่างบรรจงของ

หล่อน แม้จะดูเปรี้ยวจี๊ดแต่ก็งดงามน่ามองไม่มีที่ติ ถ้าไม่ติดตรงความ

ไร้มารยาทของเธอแล้วละก็ เขายอมรับว่าคงตกตะลึงในความสวยของ

หล่อนมากกว่าจะหงุดหงิดและรำคาญใจอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้แน่นอน

“เจ้าขาจ๊ะ เอาไว้ผมจะโทร. กลับไปหานะ” เขายังคงกล่าวกับ

ปลายสายด้วยล้มเสียงเสนาะหู ทั้งที่ใบหน้าบึ้งตึงและดวงตาเกรี้ยว

กราดจ้องตากับหญิงสาวตรงหน้าไม่กะพริบ พอวางสายจันทร์เจ้าและ

วางโทรศัพท์ในมือลงบนโต๊ะทำงานเบาๆ ร่างสูงก็ค่อยๆ ยืนขึ้น

“ดิฉันพยายามห้ามคุณคนนี้แล้ว แต่เธอไม่ยอมฟังเลยค่ะคุณตรี”

สุรีย์รีบละลาละลักแก้ตัวกับเจ้านายด้วยความร้อนรน สีหน้าของตรีศูล

สร้างความหวั่นวิตกจนเธออดขยาดแทนหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้

“คุณออกไปก่อน เดี๋ยวผมจัดการกับผู้หญิงไร้มารยาทคนนี้เอง”

เขาหันไปบอกเลขาฯ สาวเสียงเคร่ง

“ถึงฉันจะไร้มารยาท แต่ก็ไม่ไร้สมองถึงขนาดยอมให้พ่อแม่บังคับ

จูงจมูกได้อย่างกับไม่ใช่คนเหมือนใครบางคนหรอกนะ” ภาพตะวันเชิด

หน้าขึ้นพลางสบตาคมอย่างไม่หวั่นเกรง

ในขณะที่เลขาฯ สาวได้แต่อ้าปากหวอเมือได้ยินคำพูดที่เธอใช้

ต่อปากต่อคำกับเจ้านาย แต่พอตรีศูลส,งสายตาพิฆาตมาเท่านั้น

ริมฝีปากที่อ้าอยู่ก็หุบฉับทั้งยังรีบหมุนตัวเดินจํ้าอ้าวกลับออกไปในทันที

“ปากเหมือนเจ้าตูบถูกตัดหางปล่อยวัดอย่างคุณใครเขาจะอยาก

แต่งงานด้วยไม่ทราบ ผู้หญิงปากร้ายอย่างคุณใครได้ไปเป็นเมียมีหวัง

ซวยไปทั้งชาติละไม่ว่า” เขาแสยะริมฝีปากพร้อมกวาดตามองร่างเพรียว

ในชุดแซ็กสั้นสีสันฉูดฉาดตรงหน้าตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาเหยียด

หยาม

“นี่นาย...”

นั่นทำให้หญิงสาวขี้วีนอย่างภาพตะวันอดรนทนไม่ได้ ปรี่เข้าใส่

ชายหนุ่มชนิดลืมคิดหน้าคิดหลังถึงความเสียเปรียบในความเป็นหญิง

เลยของตน แขนเรียวยื่นออกไปผลักอกกว้างของคนตรงหน้าสุดแรง แต่

ตรีศูลเหมือนกำแพงหนาและหนัก เพราะแทนที่เขาจะกระเด็น กลายเป็น

เธอเองที่เซจนทรงตัวไม่อยู่...ยิ่งใส่รองเท้าอ้นสูงเว่อร์ด้วยแล้ว แต่โชคดีที่

ด้านหลังของเธอเป็นเก้าอี้ตัวใหญ่ ทำให้ร่างบอบบางซึ่งหงายหลังล้มลง

ไม่เป็นท่าไม่ต้องเจ็บตัวมาก

“ว้าย!”

“นี่แม่คุณ ถ้าคิดจะอ่อยผมละก็ บอกไว้เลยนะว่าไม่สำเร็จหรอก

ผู้หญิงอย่างคุณต่อให้แก้ผ้าจนหมดผมก็ไม่อยากมองให้เสียสายตาหรอก

รีบๆ ปิดซะเถอะไอ้กางเกงในลายสตรอว์เบอร์รี่ของคุณน่ะ มันอุจาดตา

ผมพิลึก” ตรีศูลบอกพลางกอดอกมองหญิงสาวซึ่งล้มลงบนเก้าอี้ตัว

โปรดของเขาด้วยแววตาสมเพช

“ไอ้...ไอ้บ้า ใครเขาอยากมาอ่อยแกไม่ทราบฮะ” ภาพตะวันรีบดึง

 

ชายกระโปรงชุดแซ็กตัวสั้นของเธอจ้าละหวั่น ใบหน้าสวยแดงซ่านด้วย

ความอับอายกางเกงในลายน่ากินของตัวเอง

“ก็คุณไง แล่นมาอ่อยผมเองถึงที่ทำงานเลยนี่นะ อ้อ แล้วไอ้

ข้ออ้างที่คุณใช้หาเรื่องเข้ามาอ่อยผมนั่นน่ะก็ปัญญาอ่อนสิ้นดี คนอย่าง

แม่ผมหรือจะอยากได้ผู้หญิงรสมะนาวอย่างคุณมาเป็นลูกสะใภ้ ไม่มีทาง”

เขามองเธออย่างดูถูกอีกครั้ง

“นี่นาย ผู้หญิงอย่างฉันมันเป็นยังไงไม่ทราบยะ แม่ของนายถึงจะ

ไม่อยากได้ฉันไปเป็นลูกสะใภ้น่ะ” ความโมโหทำให้ภาพตะวันผุดลุกขึ้น

ยืนรวดเร็ว จนอกอิ่มแทบชนกับอกกว้างของชายหนุ่ม

ตรีศูลขยับตัวออกห่างนิดหนึ่งแล้วเดินวนรอบตัวเธอช้าๆ ด้วย

ท่าทางราวนักสำรวจ เขามองเธอเหมือนกำลังตรวจหาข้อบกพร่องของ

สินค้าชิ้นหนึ่งที่ตัวเองนำเข้า ในขณะที่ภาพตะวันทำได้แค่ยืนหน้าบึ้ง

หมุนรอบตัวเองตามคนตัวโตที่เอาแต่เดินเชื่องช้าวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ

ไม่หยุด สุดท้ายหลังจากสำรวจเรียบร้อย เขาก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ

พร้อมกับยิ้มหยามหยัน และเอ่ยคำพูดหยาบคายที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน

จากปากของผู้ชาย

“เปรี้ยวจนเข็ดฟัน มารยาทหรือก็ทราม หน้าตาก็ดูแทบไม่ได้

รูปร่างเทอะทะ แข้งขาใหญ่ไม่น่ามองยังกล้าใส,กระโปรงสั้นเต่อน่าตลก

แล้วอะไรอีกนะ...อ้อ ตูดคุณน่ะ หย่อนคล้อยเหมือนคนผ่านสมรภูมิรบ

มาเยอะขนาดนั้น แม่ผมน่าจะมองออกนะ ท่านไม่น่าจะอยากได้ผู้หญิง

เจนศึกอย่างคุณมาเป็นลูกสะใภ้ของท่านหรอกมั้ง”

“กรี๊ด! ไอ้ปากหมาเน่า ไอ้ตัวกินไก่เรียกพี, ไอ้ผู้ชายปากกระโถน

ไอ้...”

เสียงด่าทอเงียบหายแต่ตาแต้มสีสวยเฉี่ยวบนเปลือกตาเบิกโพลง

เมื่อร่างเพรียวระหงถูกกระชากเข้าชิดอกแกร่งพร้อมกับถูกอ้อมแขนรัด

แน่นราวปลอกเหล็ก ริมฝีปากของไอ้ตัวกินไก่เรียกพี่ที่เธอเพิ่งด่าฉกวูบลง

บนริมฝีปากอิ่มสีแดงสดของเธออย่างไม่ปรานี กระทั่งภาพตะวันสัมผัส

ได้ถึงรสคาวเลือดของตัวเอง

จูบลงทัณฑ์ของตรีศูลทำให้หญิงสาวได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ เพราะถึง

จะดูเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดแค่ไหน ภาพตะวันก็เป็นกุลสตรีไทยที่น่ายกย่องคน

หนึ่ง เพราะเธอท่องคาถารักนวลสงวนตัวได้ขึ้นใจ ทำให้ยังไม่เคยถูก

ผู้ชายหน้าไหนสัมผัสริมฝีปากง่ายๆ อย่างที่เขากำลังกระทำจาบจ้วงเอา

กับเธอแบบนี้เลยสักราย และยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัวหรือขัดขืน เนื่องจาก

สติที่เตลิดไปกับสัมผัสร้อนแรงจากชายหนุ่ม ประตูก็ถูกผลักเข้ามาโดย

พลการอีกครั้ง กระทั่งเลขาฯ สาวคนเดิมเอะอะโวยวาย สติของเธอถึง

กลับคืนหลังจากกระเจิดกระเจิงไปไกลสุดถู, เธอรีบดันตัวออกจากอ้อม

แขนลํ่าสันที่เจ้าตัวยินยอมปล่อยตัวเธอแต่โดยดี

ภาพตะวันหมุนตัวกลับมามองผู้บุกรุกหลายรายซึ่งมีอุปกรณ์

 ถ่ายภาพพร้อมในมือ แสงแฟลชกับเสียงชัตเตอร์ดังรัวของทีมนักข่าวกับ

ช่างภาพหลายคนซึ่งเป็นแขกไม่ได้รับเชิญทำให้เธอตกใจสะดุ้ง จะไม่ให้

ตกใจได้อย่างไร ในเมือมั่นใจได้เลยว่าภาพที่นักข่าวพวกนี้เก็บได้คงหนี

ไม่พ้นภาพน่าอายนั่น อี๋...แค่คิดคนสวยก็อยากจะตายวันละหลายๆ

รอบแล้ว

“หยุดนะ นี่พวกคุณทำบ้าอะไรกันฮะ” ภาพตะวันตวาดดังลั่น

พร้อมทั่งยกแขนขึ้นบังใบหน้าของตนเองวุ่นวาย

“สรุปข่าวที่ว่าคุณตรีศูลกำลังจะแต่งงานกับคุณภาพตะวันนี่เป็น

เรื่องจริงใช่ไหมคะ” นักข่าวสาวตะโกนถาม ไม่ใส่ใจเสียงเกรี้ยวกราดของ

หญิงสาวและใบหน้าบึ้งตึงของตรีศูล

“ถ้าพวกคุณไม่หยุด ผมรับรองว่าพวกคุณทุกคนได้เดือดร้อนแน่”

ตรีศูลกล่าวเสียงเครียดพร้อมกวาดสายตาดุมองเหล่ากระจอกข่าวทั้ง

หลายอย่างเอาจริงเอาจัง ทำให้หลายๆ คนเริ่มถอยและไม่กล้าส่งเสียง

ถามต่อ ก่อนจะพากันรีบหนีเพราะไม่อยากมีเรืองกับเจ้าของฉายา

‘พลายเหยียบข่าว, ซึ่งฉายานี้มาจากการที่นักข่าวคนหนึ่งถูกชายหนุ่ม

เลือดร้อนเหยียบอกเพราะดันไปถามคำถามที่เขาไม่อยากตอบ และ

เตือนแล้วแต่นักข่าวคนดังกล่าวไม่เพียงไม่หยุด ยังกล้าพูดจากวน

อารมณ์ทำให้ตรีศูลยั้งอารมณ์ตนเองไม่อยู่ ถึงกับต้องขึ้นโรงพักเพื่อ

เคลียร์เรื่องนี้เลยทีเดียว

“หมดเรื่องยุ่งๆ นี่แล้ว เห็นทีเราต้องคุยกันยาวแล้วละคุณสุรีย์”

ตรีศูลกัดฟันกรอด มองเลขาฯ สาวด้วยดวงตาดุ

“ขอโทษค่ะบอส” คุณสุรีย์ทำหน้าแหยเหมือนจะร้องไห้ขอโทษ

เจ้านายเสียงสั่น

“คุณออกไปก่อน และคราวนี้ถ้ามีใครเข้ามาในห้องผมได้อีกที

ละก็ คุณคงรู้นะว่าจะเป็นยังไง”

“เพราะนายคนเดียว บ้าที่สุด หมดกัน ชื่อเสียงของฉันป่นปีหมด

แล้วคราวนี้” ภาพตะวันแทบจะร้องไห้หลังหายจากอาการตกใจทำอะไร

ไม่ถูกไปครู่หนึ่ง

“ช่วยไม่ได้ คุณมันรนหาที่เอง” ตรีศูลยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจกับ

เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจของเขากำลังว้าวุ่นหาทางหนีทีไรซึ่ง

แน่ใจได้เลยว่าคราวนี้ชีวิตโสดของเขาสะเทือนแน่นอน มารดาต้องใช้

เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างบังดับให้เขาแต่งงานกับยายมะนาวเรียกพี่คนนี้แน่

หลังจากเมือสองเตือนก่อนท่านเคยเกรื่นเรื่องจะให้เขาหมั้นหมายกับ

 บุตรสาวเพื่อนสนิทของบิดาและเขาปฏิเสธเสียงแข็งมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่

เพราะความเป็นห่วงของท่านที่ทราบว่าเขาเพิ่งอกหักจากจันทร์เจ้าทำให้

มารดาไม่ล้มเลิกความพยายาม กระทั้งผู้หญิงเปรี้ยวตรงหน้าเข้ามา

โวยวายกับเขาถึงที่ทำงานอย่างนี้จนเป็นเหตุให้เหตุการณ์บานปลาย แต่

เอ๊ะ...นักข่าวพวกนั้นรู้ได้อย่างไรกัน

“นี่เธอเป็นคนวางแผนพวกนี้ใช่ไหมฮะ” ตรีศูลหันมาตวาดเสียง

เขียวใส่หญิงสาวด้วยความโมโห

 

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 

 


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021