มาเฟียเลือดมังกร : สิงห์

มาเฟียเลือดมังกร : สิงห์

2 รีวิว  2 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160003006
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 260.00 บาท 130.00 บาท
ประหยัด: 130.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ปลายนิ้วยาวเรียวสะบัดไปตามคีย์เปียโน เริ่มจากเนิบนาบ

นุ่มนวลไปเป็นรัวเร็วเปี่ยมด้วยพลัง ร่างสูงสง่าซึ่งสวมชุดทักซิโดสีขาว

โยกตัวไปมานิดๆ ตามท่วงทำนองของบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เขา

เลือกมาแสดงในคืนพิเศษคืนนี้โดยเฉพาะ

ทว่ามนตร์ของบทเพลงหวานกลับมิใช่สิ่งที่สะกดผู้ชมทุกคนให้

มองมายัง ทรงกลด ยนตร์วานิช ซึ่งโดดเด่นอยู่กลางสปอตไลต์บนเวที

ยกสูง

สำหรับผู้ชายสมบูรณ์แบบเช่นทรงกลด แม้จะไม่มีสปอตไลต์

สาดส่อง และอยู่ท่ามกลางหมู่คนมากมาย เขาก็ยังคงโดดเด่นเป็นที่

น่าจับตาอยู่ดี

กลุ่มคนที่นั่งอยู่ด้านล่างเวทีนั้นส่วนมากเป็นผู้หญิง ทุกคนต่าง

จ้องมองร่างสูงสง่าอย่างหมายมาด กลุ่มสตรีสูงวัยสวมชุดราตรียาว

หลากสี ประดับประดาร่างกายด้วยเครื่องเพชรมูลค่าเป็นล้าน หรือ

บางคนก็หลายล้าน ต่างเล็งทรงกลดเอาไว้ให้ลูกสาว หรือไม่ก็หลานสาว

ของตน แต่บรรดาสาวๆ ที่อายุไม่เกินสามสิบนั้นเล่า...ทุกคนต่างมอง

ใบหน้าขาวตี๋ราวกับพระเอกหนังฮ่องกงนั้นอย่างหมายจะขย้ำ!

ทายาทคนเดียวของกลุ่มยนตร์วานิชซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วน

รถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีรูปร่างสูงโปร่ง ยามยืดกายเต็มที่คาดว่า

คงสูงเฉียด 180 ซม. รูปร่างเขาสมส่วนดังคนที่ออกกำลังกายอยู่เป็น

ประจำ แต่คงจะไม่ใช่กีฬากลางแจ้งเป็นแน่ เพราะผิวกายเขานั้น

ขาวสะอาดจนสาวบางคนต้องอิจฉา ใบหน้ารูปไข่มีเครื่องหน้าคมชัด

คิ้วหนาเข้มรับกับดวงตายาวรี จมูกโด่งเป็นสัน และสุดท้ายคือริมฝีปาก

 อิ่มสีแดงสด ซึ่งแย้มยิ้มทีไร หากสาวคนใดได้ยลเป็นต้องเก็บไปเคลิ้มฝัน

 ในปีนี้ทรงกลดอายุ 33 ปีแล้ว รูปร่างหน้าตาเขานั้นจัดว่า

หล่อเหลาเทียบเคียงพระเอกหนังบางคนได้อย่างสบาย ทว่าสิ่งที่โดดเด่น

เหนือกว่าหน้าตาคงเป็นความมั่งคั่งของตระกูลยนตร์วานิช ในฐานะ

ทายาทคนเดียวที่มีธุรกิจหลายพันล้าน จึงมักมีคนอิจฉา และนินทา

ลับหลังว่า ต่อให้เขาเป็นคนขี้เหร่ พิกลพิการ หรือปัญญาอ่อน ก็คงมี

สาวๆ ตามกรออยู่ดี เพราะใครๆ ต่างก็อยากเป็นสะใภ้ตระกูลยนตร์วานิช

กันทั้งนั้น

อาจเป็นเพราะทรงกลดคิดเช่นเดียวกับคนที่นินทาเขาด้วยกระมัง

ดังนั้นแม้อายุของเขาจะล่วงเลยมาถึงวัยที่ควรจะแต่งงานแล้ว เขาก็ยัง

ไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเสียที

ชายหนุ่มเคยควงกับสาวไฮโซหลายคน ดารานางแบบก็หลายคน

 แต่คบกันเพียงไม่นานก็เลิกราไป ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจเลย

ที่หนุ่มหล่อคุณสมบัติเพียบพร้อมแบบเขาจะติดอันดับหนุ่มโสดในฝัน

 ของสาวไทยทั้งประเทศเป็นครั้งที่ห้าแล้วในปีนี้

จิรัสยาดันแว่นกรอบดำอันใหญ่ที่ชอบตกลงมาจากดั้งจมูกให้

ขึ้นไปยังตำแหน่งประจำของมัน หญิงสาวซึ่งตามเจ้านายมาร่วมงานเลี้ยง

เปิดตัวหนุ่มโสดในฝันเป็นครั้งแรกเบ้ปากนิดๆ เมื่อมองผ่านม่านสีน้ำเงิน

ลงไปยังเบื้องล่างแล้วเห็นสาวน้อยสาวใหญ่เกือบทุกคนมองเจ้านาย

 เธอราวกับทรงกลดเป็นขนมหวานชิ้นเดียวในโลก

ผู้หญิงสมัยนี้มียางอายน้อยลงทุกที ดูสิ เธอเห็นสาวบางคน

โบกไม้โบกมือเรียกความสนใจจากทรงกลด สาวบางคนใจกล้าถึงขนาด

เดินออกมาเกาะขอบเวที เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีเอาเลย เพราะเมื่อสาวๆ

ที่เหลือเห็นคนใจกล้านำเช่นนั้นก็พากันวิ่งมาเกาะขอบเวทีตาม แถมยัง

มีการส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดราวกับพวกนั้นกำลังดูคอนเสิร์ตของนักร้องดังอยู่

กระนั้น

เกิดการเขม่นกันแล้ว! จิรัสยายื่นหน้าออกไปอีกนิดเมื่อเห็นสาวๆ

หน้าเวทีเริ่มใช้ไหล่ดันกัน ผลักกัน โอ๊ย! คงสนุกตายละ ถ้าแม่สาว

พวกนั้นเกิดตบตีกันเพราะอยากแย่งชิงความสนใจจากเจ้านายของเธอ

ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกรอบดำมองไปยังเจ้านายที่พักหลัง

ขยันทำตัวให้สาวกรี๊ดเสียเหลือเกิน ความหมั่นไส้แวบเข้ามาในหัวใจ

เธอก่อนจะจางหายไป เมื่อหญิงสาวที่อยู่ใกล้ชิดกับหนุ่มหล่อติดอันดับ

ชายในฝันของสาวๆ ทั้งประเทศรู้ดีกว่าใครว่า บุรุษซึ่งมีรูปเป็นทรัพย์นั้น

ไม่ได้อยากเด่นอยากดังอะไรเลย หากเขาอยากดังก็คงทำตัวเป็นข่าว

นานแล้ว เพราะนักข่าวต่างตามติดเขาราวกับเขาเป็นนักแสดงเนื้อหอม

ไม่ใช่นักธุรกิจ เดือนหนึ่งๆ มีคนขอเข้าสัมภาษณ์เขามากมายทำให้เธอ

ต้องตอบปฏิเสธจนเบื่อ

 แต่ต้นเหตุที่พักนี้เขาต้องมานั่งทำตัวเป็นขนมหวานให้สาวน้อย

 สาวใหญ่แทะโลมน่ะหรือ คือแม่ของเขาต่างหาก

วรดีเป็นห่วงลูกชายคนเดียวของท่านที่ทำตัวราวกับฤๅษีเหลือ

เกิน วันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานจนไม่มีเวลาคบหาสาวใด แม่ที่

หวังดีต่อลูกยิ่งจึงสั่งเป็นคำขาดให้ลูกชายรีบหาแฟนมาให้ท่านรู้จัก

ก่อนเขาจะอายุ 30 ปี

ลูกชายที่เชื่อฟังคำสั่งของมารดาทุกประการดูเหมือนจะพยายาม

ทำตามคำขอร้องของท่าน ทรงกลดหาเวลามาออกงาน มารู้จัก สังสรรค์

คบหากับกลุ่มคนในวงสังคมเดียวกันบ้าง ออกเดตกับผู้หญิงบางคน บ้าง

แต่ไม่มีผู้หญิงคนใดที่เขาควงเกินสามเดือน และไม่มีคนใดที่พา

ไปรู้จักกับแม่ตนเลย

เอ...จะบอกว่าไม่มีจะได้หรือไม่ เพราะเธอนี่ไงที่เจ้านายพาไปพบ

 ไปคุย ไปดื่มน้ำชากับวรดีบ่อยๆ แถมครั้งแรกที่เขาพาเธอไปพบท่าน

ยังแนะนำว่าเธอเป็นคนรักของเขาอีกด้วย

‘คิดเลื่อนเปื้อนอะไรก็ไม่รู้!’ จิรัสยาซึ่งรู้สึกหน้าร้อนผิดปกติรีบ

ต่อว่าตนเอง ก่อนจะสะบัดหน้าเร็วๆ หลายครั้งเพื่อเรียกสติกลับคืนมา

 ไม่เอาความหลังซึ่งถูกแกล้งให้อับอายเล่นมาคิดเพ้อเจ้ออีก

 ดวงตาแฝงแววฉลาดเฉลียวของเธอมองร่างสูงที่เพิ่งลุกขึ้นยืน

แล้วโค้งให้แก่ผู้ชม เลขาฯ สาวแว่นหนาซึ่งแต่งตัวได้เชยสะบัดไม่สมกับ

การมาร่วมงานหรูหราแบบนี้ปรบมือให้เจ้านายตนเองทันทีที่เห็นทรงกลด

เดินตรงเข้ามาหาเธอ

ใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มของทรงกลดค่อยๆ เปลี่ยนไปเมื่อเขา

เดินกลับเข้ามายังหลังเวที ดวงตาคมที่สาวทุกคนอยากลองสบตาด้วย

ในระยะประชิดมองเลขาฯ จอมเชยของตนเองแล้วถามเสียงนิ่ง

“จับได้รึเปล่าว่าฉันเล่นผิดไปหน่อย”

จิรัสยาส่ายหน้าก่อนตอบเสียงเรียบอย่างเอาการเอางานว่า

“ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ” เธอไม่ได้พูดเพื่อเอาใจเขาอย่างเลขาฯ ชอบประจบ

 เจ้านายมักทำ แต่เธอพูดออกไปด้วยความมั่นใจ และที่เธอแน่ใจเช่นนั้น

 คงเป็นเพราะเธอรู้ดีว่า...ไม่มีใครสนใจฟังเพลงของเจ้านายเธอหรอก

ทุกคนคงมัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรจึงสามารถดึงดูดสายตาเขาได้

ทำอย่างไรจึงจะได้คุยกับเขา และทำอย่างไรจึงจะจับเขาได้อยู่มือมากกว่า

 หนุ่มรูปงามพยักหน้าก่อนสั่งเลขาฯ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับ

พูดอยู่กับคนที่ไม่รู้จักมักคุ้น ไม่ใช่คนซึ่งทำงานร่วมกันมาแล้วตั้งสองปีว่า

“ดี ถ้าอย่างนั้นกลับกันได้”

ดวงตาของจิรัสยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ นายก็เปลี่ยน

แผนงานหน้าตาเฉย “จะไม่อยู่ให้สัมภาษณ์ก่อนเหรอคะ”

                ทรงกลดส่ายหน้า “เบื่อ ถามแต่คำถามเดิมๆ” พูดจบคนที่

ตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้านก็เดินเร็วๆ นำเลขาฯ ไปยังทางออก

 ความเอาแต่ใจของเจ้านายนั้นจิรัสยาค่อนข้างคุ้นเคยแล้ว แต่

สิ่งที่เธอไม่คุ้นเคยก็คือการถูกวรดีต่อว่าด้วยดวงตาแสนเศร้าคู่นั้น

 เฮ้อ...คืนนี้เธอคงต้องนอนดึกอีกตามเคยเพื่อหาคำโกหกที่

เหมาะสมบอกกล่าววรดี พรุ่งนี้เจ้านายจะได้ไม่ต้องถูกแม่ดุ และเธอก็จะ

ไม่ต้องถูกต่อว่าไปด้วย

 โอ๊ย! นี่เธอเป็นเลขาฯ ของนักธุรกิจใหญ่ หรือเป็นพี่เลี้ยงของคุณหนู

ผู้ร่ำรวยและแสนเอาแต่ใจกันแน่

                รถตู้สีเงินแล่นเข้ามาจอดเทียบบันไดหน้าโรงแรมหรู เพราะ

คืนนี้อรรณพมือขวาของทรงกลดไม่ได้มาร่วมงานด้วย จึงเป็นหน้าที่ของ

 จิรัสยาที่ต้องเป็นคนวิ่งลงบันไดเพื่อไปเปิดประตูรถตู้ให้เจ้านาย

 แม้รถคันนี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นรถตู้ รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่

แตกต่างจากรถตู้ปกติที่เห็นตามท้องถนนทั่วๆ ไปมากนัก ทว่าภายในนั้น

ผิดกันชนิดฟ้ากับเหว

 เมื่อจิรัสยาเลื่อนประตูรถเปิด ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายใน

 ห้องโดยสารก็ลอยออกมากระทบผิวของเธอ พร้อมกับกลิ่นหอมของ

น้ำหอมประจำรถซึ่งเป็นกลิ่นคล้ายดอกไม้อ่อนๆ ที่เจ้านายเธอโปรด-

ปราน พื้นรถปูด้วยพรมเนื้อหนาสีน้ำตาลเข้ม เบื้องหน้าของเธอคือเบาะ

โดยสารสีครีมซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติผิดแผกจากเบาะของ

รถตู้ทั่วไป เพราะเบาะสองที่นั่งซึ่งตั้งชิดหน้าต่างแต่ละข้างของรถนั้น

เป็นแบบวีไอพีโดยแท้ มันสามารถปรับพนักพิงและที่พักขาด้วยระบบ

ไฟฟ้า มีฟังก์ชันนวดผ่อนคลาย ทั้งยังมีโต๊ะเล็กสำหรับวางแลปทอป

ซึ่งตอนนี้พับเก็บเรียบร้อยอยู่ข้างเก้าอี้ เมื่อต้องการทำงานก็ยกขึ้นมา

 ใช้งานได้อย่างสะดวกอีกด้วย

หากเดินลึกผ่านเก้าอี้วีไอพีแสนสบายเข้าไปอีกหน่อย บริเวณ

โซนด้านหลังจะเห็นชุดโซฟาบิวต์อินเข้ามุมเป็นรูปตัวยู ซึ่งบริเวณนี้เคยใช้

 ประชุมงานด่วนบ่อยๆ เมื่อเจ้านายของเธอเร่งรีบ

 แต่คืนนี้ไม่มีการประชุมดังว่า ทรงกลดจึงเลือกที่จะเข้าไปนั่งยัง

เก้าอี้สุดหรูด้านเดียวกับคนขับรถ โดยมีจิรัสยาซึ่งเดินขึ้นรถมาทีหลัง

นั่งประจำที่บนเก้าอี้อีกตัวข้างกายนาย

 หญิงสาวกดรีโมตเพื่อเลื่อนเอาโทรทัศน์แอลอีดีขนาด 32 นิ้วลง

ก่อนสั่งการคนขับรถที่คุ้นหน้ากันว่า “กลับชลเลยจ้ะ” จิรัสยาบอก

จุดหมายซึ่งเป็นคฤหาสน์แสนหรูริมทะเลที่เจ้านายกับแม่เขาอาศัยอยู่

คนขับรถซึ่งสวมเครื่องแบบสีน้ำตาลเข้มรับคำ ก่อนเคลื่อนรถ

ออกจากโรงแรมที่จัดงานมอบรางวัลแด่ชายในฝันประจำปี 2554 อย่าง

นุ่มนวล

จิรัสยากดรีโมตเลื่อนโทรทัศน์ขึ้นอีกครั้ง ก่อนหันมามองเจ้านาย

 ที่นั่งไขว่ห้าง เอามือข้างหนึ่งเท้าคาง และเบนหน้าทอดสายตาออกไป

 นอกกระจก ท่าโพสนี้ราวกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสาร ทว่า...

ขัดตาผู้มองแบบจิรัสยายิ่ง

 ‘เก๊กชะมัด!’ หญิงสาวอดนินทาเจ้านายในใจไม่ได้ ที่เป็นเช่นนั้น

ก็ไม่ใช่เพราะอะไร เหตุผลที่เธอมักจะนินทาเจ้านายอยู่ในใจเสมอๆ

ก็เพราะ...เธอไม่ชอบหน้าเขาน่ะสิ

 จริงอยู่ว่าสาวน้อยสาวใหญ่เกือบทั้งประเทศไทยอาจรุมชอบ

 รุมปลื้มนายของเธอ เนื่องจากเธอพวกนั้นเห็นเขาในสภาพหล่อเนี้ยบ

 เฉียบขาดเสมอ และคุณสมบัติรวยรั้งท้ายนั่นก็น่าสนใจน้อยเสียเมื่อ

ไหร่ ทว่าสำหรับผู้ที่ต้องทำงานเป็นกระโถนท้องพระโรงให้นายแบบเธอ...

นายทรงกลดก็แค่คุณชายหน้าสวย ขี้เก๊ก เจ้าระเบียบ เจ้าสำอาง และ

เอาแต่ใจจนน่าเหยียบให้แบนติดดินในบางที

 ทุกอย่างในชีวิตของเขาต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด และ

 หอมกรุ่นอยู่เสมอ เมื่อนายต้องการแบบนี้คนที่ซวยไม่ใช่ใคร นอกจาก

 

                (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (2)

เขียนรีวิว

SCR. | 2 รีวิว
22/01/2015

เห็นเป็นนิยายชุดแนวเจ้าพ่อเยาวราช ที่มีเนือ้หาไม่ต่อกัน เลยลองหยิบเล่มนี้มาอ่านเป็นเล่มแรกเลยค่ะ มีความรู้สึกว่า สิงห์ คำเดียวเป็นคำที่ดูหนักแน่นกว่าเพื่อน แต่คิดอยู่นะว่าเล่มต่อไปที่จะอ่านคือ กระทิง อ่านสิงห์แล้วก็ต้องยอมรับค่ะว่าพระเอกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ติ๊กจริง ๆ เพราะทรงกลด พระเอกของเรื่องเป็นคนที่เทมาก เพอร์เฟ็ก หล่อ สมองดี บริหารเก่ง มีความฉลาด รู้ทันคน จริง ๆ ถ้าละครเอาตามนิยายไปสร้างก็โอเคแล้วนะคะ เพราะเรื่องนี้มีทั้งบู๊มีทั้งรัก กลัวมากว่าละครจะเอาไปเปลี่ยนบทประพันธ์ ก็เป็นเรื่องราวของทรงกลดที่ไม่เคยคิดว่าวันนึง ตัวเองจะต้องมาบริหารกลุ่มมาเฟียที่ชื่อ แก๊ง เขี้ยวสิงห์ หลังจากที่พ่อและน้องชายต่างสายเลือดถูกลอบทำร้ายจนเสียชีวิต ในระหว่างที่เค้าเป็นผู้นำนั่นเอง เค้าได้ค้นพบความรักที่พ่อมีต่อเค้า และความยียวนชวนปวดหัวของป๋อจู ลูกสาวแก๊งเต่าศิลาที่แอบมาสืบความลับจากตัวเค้า ซึ่งจับพลัดจับพลู ป๋อจูก็ได้แต่งงานกับทรงกลดตั้งแต่กลาง ๆ เรื่อง แต่ยอมรับค่ะว่าป๋อจูเนี่ย ช่วยทรงกลดไว้ได้หลาย ๆ ตอนจริง ๆ อรรณพ บอดี้การ์ดของทรงกลดนี่ก็ถือว่าเป็นพระรองของเรื่องนี้ค่ะ อาอันที่ทรงกลดเรียก มีความรักอยู่กับหยกมณีนักร้องสาวที่จะเป็นตัวเชื่อมเรื่องราวของทั้ง 5 เรื่องในชุดไว้ด้วยกัน แต่เรื่องของอาอันนี่ค่อนข้างจะดราม่า ตัดซีนหวาน ๆ ของพระนางไปได้เยอะเหมือนกันค่ะ อ่านจบก็รู้สึกเหมือนมันขาด ๆ อะไรไป แต่อภัยได้เพราะจบน่ารักมากค่ะ
Takeshi | 2 รีวิว
07/09/2014

ผู้เขียน ลิซ สำนักพิมพ์ Sugar beat จำนวนหน้าหนังสือ 400 หน้า สิงห์ เรื่องนี้สนุกกว่าเสือเยอะเลยครับ และผมว่าตัวละครที่วางไว้ก็คล้าย ๆ กับในนิยายมากเลยนะ เรื่องนี้ค่อยดูเหมือนมาเฟียขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะมีการล้างแค้นให้ตระกูล มีการส่งสายลับระหว่างกลุ่มมาสอดแนม ดู ๆ ก็ตื่นเต้นดีขึ้นมาบ้างกว่า เสือ ครับ เรื่องเริ่มจาก คุณหนูป๋อจูแห่งแก๊งเต่าศิลา แอบมาสืบความลับในบริษัทของทรงกลด ลูกชายคนโตหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ซึ่งทรงกลดเองก็พอใจป๋อจูอยู่แล้ว จนกระทั่งมีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น ทำให้ทั้งคู่ต้องจับพลัดจับพลูมาแต่งงานอยู่ด้วยกัน ซึ่งทรงกลดก็พอใจอยู่มาก แต่ทรงกลดเองก็ต้องมาทำหน้าที่หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์เพื่อล้างแค้นให้กับพ่อและน้องชายที่เสียชีวิตไป กว่าจะจบได้ก็ลุ้นเหนื่อยพอสมควรครับ ผมชอบตัวละครอย่างทรงกลดนะ คือพอใจนางเอกก็พอใจอยู่อย่างนั้นเลย ถึงจะรู้ว่านางเอกก็อันตรายพอสมควร แต่ก็คิดที่จะจีบ พูดง่าย ๆ คือพร้อมรับความเสี่ยงนั่นเอง ฉากที่รู้ความจริงเรื่องพ่อมาตลอด ตรงนี้ก็ทำออกมาได้ซึ้งกินใจดีครับ แต่ฉากกุ๊กกิ๊กกับนางเอก ทรงกลดก็ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว คือเป็นพระเอกที่เพอร์เฟ็กมาก เก่งทุกเรื่องจริง ๆ ครับ ส่วนนางเอกของเรื่อง ผมว่าเฉย ๆ นะ ถึงจะเก่งบู๊บ้าง และฉลาดมาก แต่คือก็คือผู้หญิง มีน้อยใจบ้าง งอนบ้าง ก็โอเคดีครับ อีกตัวละครหนึ่งที่ผมชอบในเรื่องนี้คือ อรรณพ บอดี้การ์ดสุดเข้มของทรงกลดนั่นเอง ทั้งคู่รักกันเหมือนพี่น้องมาก ๆ อ่านแล้วผมก็ยิ้มขำ เสียดายมากตอนท้าย ๆ อ่านแล้วจุกมากครับ ส่วนที่น่ารักอีกด้านของอาอันก็คือความรักที่เค้ามีต่อหยกมณี (ที่เป็นคนปากมากทุกเล่มนั่นแหละครับ) ไม่ว่าหยกมณีจะผ่านอะไรมาก็ตาม สรุปว่า เป็นหนังสือที่ออกแนวมาเฟียอย่างค่อนข้างจะแท้จริงครับเรื่องนี้

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020