มาเฟียข้างหัวใจ (ณารา)

มาเฟียข้างหัวใจ (ณารา)

3 รีวิว  3 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160003969
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 280.00 บาท 140.00 บาท
ประหยัด: 140.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ท้องฟ้าเหนือเมืองแมนฮัตตันยามเย็นมืดครึ้มกว่าปกติ ด้วย

ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะผ่านพ้นไปอย่างอ้อยส้อย ขั้วโลกเหนือค่อยๆ เบี่ยง

ออกจากดวงอาทิตย์ทำให้แสงแดดในยามกลางวันสั้นกว่าที่เคย กว่าจะ

สว่างก็เกือบแปดโมงเช้า และเพียงแค่สี่โมงครึ่งเท่านั้น พระอาทิตย์ก็เตรียม

จะโบกมือล่ำลาโลกเสียแล้ว

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มในเวลานี้ คือ เมฆทะมึนกลุ่ม

ใหญ่เคลื่อนตัวต่ำอ้อยอิ่งปกคลุมอยู่เหนือเมืองตั้งแต่บ่าย ข่าวพยากรณ์-

อากาศบอกไว้ว่าค่ำคืนนี้ หิมะแรกของปีกำลังจะโปรยปรายลงมาในตอนเย็น

บนทางเท้าหลังโผล่ขึ้นจากรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าไปยังถนนหมายเลข

๑๔๘ ตัดกับเฟรเดอริก ดักลาส อันเป็นที่ตั้งของตึกเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี

มีผู้คนมากมายเดินสวนกันขวักไขว่ ต่างก็เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปทำธุระของตน

บ้างก็กำลังจะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ออกไปทำงานกะเย็น หรือบางคนกำลัง

สนุกสนานกับการชอปปิง หิ้วถุงกระดาษเต็มหอบเดินเบียดเสียดกับผู้คน

บนท้องถนน ไม่มีใครสนใจว่าท้องฟ้าจะมืดครึ้มหรือหิมะกำลังจะตก

เช่นเดียวกับมิตาลี นักศึกษาระดับปริญญาโทชาวไทยซึ่งเดินตาม

ฝูงชนและหลบซ้ายหลบขวาหลีกเลี่ยงผู้คนจำนวนมากอย่างคล่องแคล่ว

จนกระทั่งเดินห่างจากทางลงสถานีรถไฟฟ้าไปได้พักใหญ่ ผู้คนจึงหายไป

ทีละคนสองคน กว่าจะเดินถึงจุดหมายปลายทางก็แทบจะเหลือเพียงเธอคนเดียว

มิตาลีเงยหน้าขึ้น มองตึกห้าชั้นซึ่งเป็นที่พักพิงมาตลอดเวลาหนึ่งปี

กับอีกหลายเดือน แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นหนที่เท่าไร

ไม่อยากนับ นึกปลงในสิ่งที่เห็น หญิงสาวเดินข้ามถนนเพื่อเปิดประตู

ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์เข้าไป ทว่าก่อนที่จะสอดกุญแจเข้าไปในช่องกุญแจ

อันทรุดโทรมที่เธอคิดเล่นๆ ว่าหากใครสักคนใช้ไขควงสอดเข้าไปคงจะ

เปิดประตูได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจที่เจ้าของห้องมอบให้นั้น...จู่ๆ ปุยสีขาว

เล็กๆ ก็ตกลงบนบ่า ความตื่นเต้นทำให้หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อม

ก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นรอรับปุยหิมะอีกจำนวน

มากที่กำลังตกลงมา

สาวไทยตื่นเต้นยิ่งนัก แม้จะเคยเห็นหิมะมาแล้วเมื่อปีก่อน แต่ก็

ไม่เห็นมาแล้วหลายเดือน และไม่ได้เห็นมันบ่อยๆ ในชีวิต ไม่ทันเห็นว่า

ด้านหลังของเธอมีชายผู้หนึ่งเดินตามมา พอจู่ๆ เธอถอยหลัง เขาก็หลบ

ไม่ทัน จึงชนเข้าเต็มที่ เขาไวใช่ย่อย เพราะรีบตะครุบข้าวของที่หอบไว้

กับอกก่อนที่มันจะร่วงหล่นได้อย่างรวดเร็ว

“ว้าย!” มิตาลีอุทาน และรีบหันขวับไปขอโทษขอโพยเขาทันที

“ตายจริง ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันเห็นว่าคุณอยู่ข้างหลัง”

พูดพลางรีบขยับตัวหลบ มิตาลียิ้มกว้างให้และคาดว่าจะได้รอยยิ้ม

อย่างเป็นมิตรตอบกลับมา...อย่างน้อยสักนิดหนึ่งก็ยังดี ในฐานะที่อยู่ใน

ตึกนี้เหมือนกัน แต่ใบหน้าสีทองแดงนั้นกลับเรียบเฉย ผมสีน้ำตาลอมทอง

ตัดรองทรงสั้น ในปากที่ห้อมล้อมด้วยเคราครึ้มสีเดียวกับผม คาบไม้จิ้มฟัน

ท่าทางยียวน คางเหลี่ยมมีรอยบุ๋มตรงกลาง ทั้งนัยน์ตาและคางบึกบึนบอก

ให้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนยอมใครง่ายๆ

ร่างสูงซึ่งสวมเสื้อหนังเก่าๆ มองเธออย่างไร้อารมณ์ แถมยังทำหน้า

เหมือนรำคาญยิ่งนักที่เห็นว่าเธอมองสำรวจเขาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

หญิงสาวหุบยิ้มทันทีเมื่อไม่ได้รับไมตรีกลับมานอกจากความบึ้งตึง

เธอพึมพำขอโทษอีกครั้งแล้วก้าวถอยหลังให้เขาเปิดประตูเข้าไปตามที่ตั้งใจ

ก่อนจะกวาดตาไปทั่วเรือนร่างสูงที่กำลังหันข้างให้

มองข้างๆ เธอเห็นจมูกโด่งเป็นสัน...ไม่สวยงามนัก เหมือนกับ

เคยหักมาแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็เข้ากับบุคลิกของเขาดี ถ้าหล่อเนี้ยบทุก

กระบวนท่าและมาอยู่ในชุดนี้สิน่าแปลก

แล้วรอยสักตรงต้นคอที่โผล่พ้นจากแจ็กเกตก็สะดุดตาเธอ...

ดูน่ากลัวเหลือเกิน กางเกงยีนก็ดูเก่าๆ รองเท้าบูตที่เป็นหนังและเยินแล้ว

เป็นแบบสำหรับทำงานกลางแจ้ง เธอจึงสรุปทันทีว่าชายผู้นี้น่าจะมีอาชีพ

ใช้แรงงาน จึงไม่ควรจะอยู่ใกล้เป็นอย่างยิ่ง

“จะเข้าหรือเปล่า?” เขาหันมาถามห้วนๆ เมื่อก้าวเข้าประตูไปครึ่งตัว

และเปิดค้างไว้ให้เธอ “หรือยังจะยืนชื่นชมหิมะอีก”

มิตาลีรู้ว่าถูกแขวะ แต่ด้วยความที่ยังไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ

เท่ากับภาษาแม่ ก็ได้แต่ตอบสั้นๆ แม้อยากจะด่ากลับใจจะขาดก็ตาม

“ค่ะ เข้าค่ะ”

เขาจึงรออยู่ จนกระทั่งเธอผ่านพ้นประตูเข้าไปตามเส้นทางอัน

มืดทึบ เพราะไฟเจ้ากรรมบนทางเดินมุ่งหน้าสู่บันไดนั้นดับมาหลายวัน

แล้ว แถมดวงที่อยู่ในห้องโถงก็ยังกะพริบติดๆ ดับๆ โดยเจ้าของไม่สนใจ

มาเปลี่ยน ช่างเหมือนในหนังฆาตกรรมไม่มีผิด แถมคนตัวโตข้างๆ ตัวก็ไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย

หญิงสาวเดินตัวลีบ หลบให้เขาขึ้นบันไดไปก่อน แล้วจึงก้าวตามขึ้นไป

เนื่องด้วยตึกหลังนี้เป็นตึกโบราณ เจ้าของตั้งใจอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่แบบนี้

 

โดยไม่ติดตั้งลิฟต์เพราะจะเป็นการทำลายความงดงามของมัน...แต่ตั้งแต่

เธอมาอยู่ ก็ยังไม่เคยมองเห็นความงามของมันเลยแม้แต่น้อย นอกจาก

ความเก่าและไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของตึกอย่างที่ควรจะเป็น

และที่ไม่ยอมสร้างลิฟต์ก็คงเป็นแค่ข้ออ้างไม่อยากลงทุนเพิ่มเท่านั้น

หญิงสาวก้าวตามขายาวๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชั้นที่เธออาศัย

อยู่ เขาก็เลี้ยวขวา มุ่งหน้าไปทางห้องพักของเธอที่อยู่ตรงหัวมุม ความ

สงสัยเริ่มก่อตัว...หรือเขาจะรู้ว่าเธออยู่ชั้นนี้ จึงตามมาเพื่อคิดทำมิดีมิร้ายกันแน่

มิตาลีก้าวเท้าช้าลงทีละนิดๆ จนกระทั่งเห็นร่างสูงหยุดตรงหน้า

ประตูห้องถัดจากห้องของเธอ เมื่อตรงนั้นเป็นหัวมุม มันจึงตั้งฉากเก้าสิบ

องศากับประตูห้องของเธอพอดิบพอดี...

เขาเป็นใคร? หญิงสาวตั้งคำถามทันที หรือว่าเขาจะเป็นเพื่อนบ้าน

ที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เธออยู่ที่นี่มานาน ห้องข้างๆ ก็ว่างมาแล้วหลายเดือน

แล้วเสียงกุญแจที่ลั่นคลิกก็ให้คำตอบ ชายหนุ่มก้าวเข้าห้อง และเขา

คงรู้ว่าเธอยังยืนมองอยู่ จึงหันมาบอก หน้าตาดุดันเช่นเดียวกับเสียง

“นี่ห้องผม และผมไม่ใช่โจร”

อั๊ยยะ...เธออุทานในใจ ไม่นึกว่าเขาจะอ่านความคิดเธอออกด้วย

แต่ก็อย่างว่าแหละ ท่าทางอย่างเขา ดูไม่ดีไปกว่าโจรสักเท่าไร

แล้วประตูห้องพักของเขาก็กระแทกปิดลง หญิงสาวค่อยโล่งอก

พอรู้ตัวก็รีบแจ้นไปเปิดประตูห้องนอนของตนเองบ้าง แล้วรีบลงกลอน

ประตูแน่นหนาทันที พอแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว หญิงสาวก็ถอนหายใจ

ออกมาอีกเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้าที่จะ

เจอกับชายหน้าดุนั้น ตนกำลังทำอะไรอยู่ มิตาลีรีบวางข้าวของลงบนเก้าอี้

ยาว ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ติดมากับห้องเช่า และวิ่งออกไปที่ระเบียงเล็กๆ

ของห้องเพื่อชื่นชมหิมะแรกของปี

เวลาผ่านไป ปุยสีขาวก็มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ

เวลาตกต้องบนพื้นหรือบนตัว ก็ละลายไปอย่างรวดเร็ว มิตาลียื่นมือ

ออกไปรับหิมะที่โปรยปรายลงมา หัวเราะคิกคักเมื่อรองได้หิมะเกือบเต็ม

ฝ่ามือ เธอขยับตัวไปรองหิมะรอบๆ จนกระทั่งรู้ตัวว่ากำลังถูกมอง หญิงสาว

เงยหน้าขึ้นทันที และเป็นอีกครั้งที่เธอสบตาสีน้ำตาลอ่อนจนเกือบเป็น

สีทองที่แข็งกระด้างของชายหนุ่มข้างห้อง เขากำลังยืนถือถ้วยที่มีควันลอย

กรุ่นอยู่ริมหน้าต่างห้องครัว ซึ่งอยู่ติดกับระเบียงห้องพักของเธอพอดิบ

พอดี เธอเห็นเขายิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีทองฉายแววเอ็นดูประหนึ่งเห็นว่า

เธอเป็นเด็ก หญิงสาวทิ้งหิมะในมือทันที รีบปัดมือกับเสื้อกันหนาวแล้ววิ่ง

ผลุบหายเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมดึงมู่ลี่ลงมาปิดหน้าต่าง

ทุกบานเอาไว้ ชนิดที่ต่อให้เขาออกไปยืนที่ระเบียงห้องพักก็จะไม่มีวันมอง

เห็นภายในห้องพักของเธออย่างแน่นอน

“เฮ้อ!” หญิงสาวถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ สายตาจุ้นจ้านยังแอบ

มองสำรวจห้องของเขาอีกแน่ะ

มิตาลีเห็นว่าห้องของเขาเป็นห้องแบบสตูดิโอ ทุกอย่างอยู่ภายใน

ห้องเดียวเช่นเดียวกับเธอ ลึกเข้าไปด้านในก็เป็นเตียงเดี่ยว โทรทัศน์

โซฟา และมีกระเป๋าเดินทางใบย่อมตั้งอยู่ บนโต๊ะอาหารก็มีถุงกระดาษที่

เขาหอบมาเมื่อครู่วางอยู่ นั่นก็หมายความว่าเขาเพิ่งย้ายเข้ามาสดๆ ร้อนๆ

ใบหน้ากระด้างไม่เป็นมิตรนั้นทำให้เธอสัมผัสถึงคำว่าเมืองเถื่อน

อย่างแท้จริง หลังจากหายใจหายคอโล่งมาได้ตั้งนาน ที่เรียกว่าเป็นเมือง

เถื่อนเพราะเพื่อนร่วมห้องบอกว่าย่านนี้เรียกว่าฮาร์เล็ม เป็นแหล่งเสื่อม

โทรมของแมนฮัตตันที่พวกมาเฟียและอันธพาลออกมาหากินกันเต็ม

ไปหมด แม้บางส่วนจะเจริญขึ้นและเป็นถิ่นที่ราคาแพงในแถบนี้ แต่ก็

ไม่ใช่บริเวณตึกที่เธออยู่อาศัย เพราะมันอยู่ลึกเข้ามาจากย่านที่เจริญของ

ฮาร์เล็ม เป็นถิ่นเมืองเก่า จึงมีตึกโบราณมากมายเรียงรายอยู่ และจุดนี้เอง

ที่ทำให้เธอหลงกล ตัดสินใจเช่าผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เหตุผลเพียงข้อเดียวที่เธอตัดสินใจเลือกก็คือ มันเป็นห้องพักแบบ

 

สตูดิโอที่มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมในราคาสบายกระเป๋า และมีเนื้อที่กว้างขวาง

กว่าอพาร์ตเมนต์อื่นๆ รวมไปถึงหอพักของโรงเรียน และภาพที่เห็นก็ดู

สวยงาม เธอจึงตัดสินใจจองห้องว่างทันที

ใครจะรู้ล่ะว่าภาพที่สวยงามบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นรูปที่ถ่าย

ไว้นานแล้ว มันทำให้ดูเหมือนเป็นตึกโบราณล้ำค่า น่าอยู่อาศัย แต่พอได้

เห็นกับตา กลับกลายเป็นตึกที่ทรุดโทรมทั้งภายนอกและภายใน ที่สำคัญ

มันไม่มีลิฟต์ ทำให้เธอเหนื่อยแทบตายเมื่อต้องลากกระเป๋าเดินขึ้นมาถึง

ห้องซึ่งอยู่บนชั้นสี่

หญิงสาวจำได้ว่าทันทีที่รถแท็กซี่ที่โบกจากสนามบินมาจอดลงตรง

หน้าตึก เธอต้องถามย้ำหลายหนว่าเขาพามาผิดที่หรือไม่ แต่เลขที่และ

ชื่อถนนบนแผ่นกระดาษรวมไปถึงชื่อตึกก็ตรงกันว่าเฟรเดอริกมาเนอร์

ที่อาจแปลได้ว่าคฤหาสน์เฟรเดอริกนั้น เป็นตึกก่อด้วยอิฐสีน้ำตาลแดงเก่า

คร่ำคร่า ดูทรุดโทรมกว่าที่เห็นในภาพเมื่อวันที่ตัดสินใจจองมากนัก หญิง

ชราท่าทางใจดีที่ยืนโบกมือให้อยู่หน้าประตูตึกซึ่งมาต้อนรับสมาชิกใหม่

ก็ทำให้เธอต้องจำใจแบกกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่เดินตรงเข้าไปหา แล้ว

ก็มาลงเอยที่ห้องพักแห่งนี้อย่างที่เห็น

เมื่อมาถึงที่ เธอก็เปลี่ยนใจไม่ได้เสียแล้ว เพราะปัญหาเรื่องจำนวน

เงินอันจำกัดจำเขี่ยที่อุตส่าห์วางแผนไว้มาอย่างดีตั้งแต่ก่อนตัดสินใจ

เดินทางมาเรียนต่อที่โรงเรียนดีไซเนอร์ชื่อดังของที่นี่หลังจากทำงาน

เก็บหอมรอมริบมาถึงสี่ปีเต็ม บิดาไม่ต้องการให้เธอมาร่ำเรียนที่นี่ จึงทำ

เมินเฉยมาตั้งแต่แรก และประกาศว่าจะไม่ช่วยเหลืออะไรทั้งสิ้นเพราะ

ความงอน มีเพียงมารดาเท่านั้นที่อยากส่งเสริมให้เธอไขว่คว้าความฝันที่

ว่าสักวันหนึ่งจะเปิดร้านเสื้อผ้าชั้นนำในตัวจังหวัดให้ได้ จึงช่วยสมทบเงิน

ส่วนตัวอีกก้อนที่สะสมไว้หลายปีโดยไม่ให้บิดาทราบ เป็นเส้นทางลัดทำให้

เธอบินปร๋อมาที่นี่ได้ และเพราะพี่ชายทั้งสองของเธอต่างก็เรียนจบกลับ

ไปช่วยกิจการบริษัทขายวัสดุก่อสร้างที่จังหวัดภูเก็ตหลายปีแล้ว จึงไม่ต้อง

ห่วงเรื่องงานอีกต่อไป

หลังจากมิตาลีเรียนจบมหาวิทยาลัยด้านออกแบบแล้ว ก็ไปทำงาน

ให้บริษัทผลิตเสื้อผ้าอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งรู้ว่าหากต้องการจะก้าวหน้า

ในอาชีพนี้ต่อไปเธอจะต้องร่ำเรียนให้มากขึ้น จึงตัดสินใจเก็บเงินและ

ร่ำเรียนภาษาอังกฤษ ต้องสอบและเรียนอยู่หลายปี ในที่สุดก็ผ่านเกณฑ์

การคัดเลือกและได้รับการสนับสนุนจากบุคคลอ้างอิงผู้มีชื่อเสียงด้าน

ออกแบบระดับประเทศเพราะแอบไปตีซี้ไว้นานแล้ว บุคคลผู้นั้นเป็น

ศิษย์เก่าของที่นี่ เธอจึงได้รับการตอบรับให้เข้าเรียน เพื่อช่วยสร้างเส้นทาง

อันแข็งแกร่งไปสู่ความฝันของเธอได้ในอนาคต

ดังนั้นแม้ค่าเล่าเรียนจะแพงหูฉี่ แต่เมื่อตั้งใจจะมาแล้ว เธอก็รัด

เข็มขัดทุกบาททุกสตางค์เพื่อจะได้ควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบที่ตั้งไว้

ด้วยเหตุนี้เอง การเปลี่ยนอพาร์ตเมนต์ซึ่งต้องทิ้งเงินมัดจำก้อนใหญ่แล้ว

ไปหาที่อยู่ใหม่จึงไม่เคยมีอยู่ในความคิด ทั้งยังปลอบใจตนเองเสมอว่า

อดทนไว้ แค่สองปีเท่านั้น เธอก็จะสำเร็จการศึกษาแล้วบินกลับบ้าน

พร้อมใบปริญญาอย่างสง่างาม โดยที่บิดาจะต้องทึ่งที่เธอไม่จำเป็นต้อง

ง้อเงินจากท่านเลย

พอเวลาผ่านไป เธอก็คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ ครบหนึ่งปีเธอก็

ตัดสินใจต่อสัญญาเช่า เมื่อยังไม่เจออพาร์ตเมนต์อื่นที่ถูกใจในราคาใกล้

เคียงกัน ความไม่พอใจในตอนแรกก็ค่อยๆ จางหาย...

จะว่าไปแล้ว คฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่ได้ย่ำแย่จนถึงกับทนไม่ได้สัก

หน่อย แม้ภายนอกจะไม่งามตา แต่เมื่อได้เข้ามาในห้องพักแล้ว เธอก็พบว่า

ภายในได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นแน่นอนว่ามันเก่า

แต่กลับคลาสสิกและสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นอับชื้นอย่างที่เธอหวาดกลัว

ตั้งแต่แรก จึงทำให้เธออยู่ได้อย่างสบายใจมาหลายสัปดาห์จนกระทั่งไป

เรียน ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น ถึงได้ทราบว่าถิ่นนี้ไม่ใช่ย่านที่น่าอยู่นัก แต่

กระนั้นเธอก็ยังไม่พบสิ่งใดที่น่าห่วง นอกจากต้องระวังตัวเองมากยิ่งขึ้น

                         (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เมื่อชายหนุ่มข้างห้องคือคนในโลกมืดที่อาจพาอันตรายมาสู่เธอโดยไม่คาดฝัน แล้วหญิงสาวตัวเล็กๆ อย่างเธอจะดิ้นรนหลีกหนีได้เช่นไร ก็ในเมื่อหัวใจ...ร่วงลงสู่หลุมรักที่เขาขุดล่อเอาไว้เสียแล้ว! 
... 
มิตาลี ว่าที่ดีไซเนอร์ผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงแมนฮัตตัน ไม่คาดคิดเลยว่าอพาร์ตเมนต์ที่เธอมาเช่าพำนักระหว่างเรียนต่อ จะมีบุคคลอันตรายอย่างไรอัน...ชายหนุ่มผู้เคยใช้ชีวิตในคุก...อาศัยอยู่ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็นเพื่อนข้างห้องของเธออีกต่างหาก อีกทั้งยังมีเรื่องวุ่นวายให้เธอใจหายใจคว่ำแทบไม่เว้นแต่ละวัน แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ เขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ทั้งหวาดกลัว...ตื่นเต้น...เจ็บปวด และ...วาบหวาม 
มิตาลีจะต้านทานรักอันตรายนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาเพียรช่วงชิงหัวใจเธอทุกวิถีทาง เธอหวั่นไหว ทั้งที่รู้...เขาคือบุคคลอันตรายที่จะนำภัยมาสู่เธอ!

รีวิว (3)

เขียนรีวิว

ภัทราพร | 3 รีวิว
01/07/2014

มาเฟียข้างหัวใจเป็นผลงานของคุณณารา เรื่องนี้เพิ่งได้มีโอกาสอ่านไปค่ะ ผลงานของคุณณาราหลายๆเรื่องเป็นที่การันตีอยู่แล้วว่าสนุกทุกเรื่องอันที่จริงก็แล้วแต่รสนิยมคนอ่านนะค่ะว่าสนุกมากน้อยแค่ไหน อย่างเรื่องมาเฟียข้างหัวใจก็เช่นกันค่ะเรื่องนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับ มิตาลี นางเอกสาวของเรื่องที่ผันตัวไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศสาขาออกแบบดีไซเนอร์ เธอไปคนเดียวอยู่คนเดียว ส่วนพระเอกของเรื่องก็คือ ไรอัน ชายหนุ่มผู้เคยใช้ชีวิตในคุกมาก่อนหลังจากออกจากคุกก็ได้มาทำงานอยู่ในวงการมาเฟียผู้มีอิทธิพลแถมยังเป็นเพื่อนข้างห้องของมิตาลีด้วย อ่านเรื่องนี้แล้วมีความรู้สึกว่าดำเนินเรื่องสนุกค่ะเนื้อเรื่องโดยส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างสมจริงเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อมูลที่คุณณาราหามาประกอบการแต่งนิยายเล่มนี้ อาชีพของตัวละครซึ่งมันมีอยู่จริง สภาพสังคม สภาพแวดล้อม ที่ปัจจุบันมีอยู่จริง อ่านแล้วเลยมีความรู้สึกว่าไม่ค่อยเพ้ออ่ะค่ะคือเนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ สนุก ถึงแม้ว่าจะมีการดำเนินเรื่องไปแบบเรื่อยๆแต่โดยรวมจัดว่ามีความน่าสนใจมากค่ะเพราะอ่านไปสักพักก็จะมีฉากมาให้เราได้ลุ้นตลอดเวลาคือมันสมจริงอ่ะค่ะไรอันเขาเป็นมาเฟีย คือก็ต้องมีฉากถูกยิงหรือลอบยิงหรือมีฉากให้ลุ้นอยู่บ่อยๆ อ่านเรื่องนี้แล้วที่รู้สึกชอบเป็นพิเศษเลยนะค่ะคือมิตาลีเป็นคนรักงวนสงวนตัวขนาดใกล้ชิดกับไรอันบ่อยๆจนเกือบเผลอตัวเผลอใจเธอก็ยังตั้งสติได้ทันอ่ะค่ะแม้ว่าฝ่ายชายจะอ้อนวอนขอร้องแต่เธอก็ไม่ชอบเรารู้สึกชอบอ่ะ เพราะในเรื่องคือไรอันเขาเป็นคนหล่อเป็นชาวต่างชาติมีผู้หญิงมากมายรายล้อมแทบจะถวายตัวให้อาจจะเป็นเพราะในเรื่องสังคมของชาวต่างชาติด้วยเพราะในเรื่องนี้ไรอันเขาก็คิดว่ามิตาลีพอมีประสบการณ์ในเรื่องนี้อยู่บ้างไม่คิดว่าจะโดนปฏิเสธ อ่านแล้วฟินตรงนี้คุณณาราเก่งนะค่ะเก่งนิยายแถบยังสอดแทรกปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยบ่อยๆเข้าไปด้วย อ่านแล้วมันมีแง่คิดในตัวอ่ะค่ะทั้งเนื้อเรื่องเลยอ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกชื่นชมมิตาลีเพราะเธอเหมือนเป็นกุลสตรีไทยที่น่าเป็นเยี่ยงอย่างมากๆ เนื้อเรื่องการดำเนินเรื่องสนุกมากๆค่ะลุ้นตลอดเวลาแล้วก็ได้แง่คิดไปในตัวน้อยมีความรู้สึกว่าคุณณาราสื่อพล็อตออกมาได้ชัดเจนอย่างเช่น อารมณ์ของตัวละคร การบรรยายความรู้สึก อ่านแล้วมันเข้าถึงตัวละครอ่ะค่ะเหมือนเราไปยืนตรงจุดๆนั้นมันเหมือนเป็นความรู้สึกที่มันมีจริงเกิดขึ้นจริงไม่ได้จินตนาการณ์เพ้อหรือปรุงแต่งเข้าไปค่ะอยากให้ลองอ่านสนุกมากจริงๆ
สกาวรัตน์ | 3 รีวิว
13/09/2013

มาเฟียข้างหัวใจ...ณารา หนังสือนิยายเรื่อง มาเฟียข้างหัวใจ เป็นบทประพันธ์อีกเรื่องของนักเขียนที่มีนามปากกาว่า ณารา นักเขียนที่ชื่อนามปากกาน่าจะคุ้นหูนักอ่านหลายท่าน โดยเฉพาะความสนุกของเรื่อง สามารถการันตีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องทีเดียวค่ะ นิยายเรื่อง มาเฟียข้างหัวใจ เป็นเรื่องราววุ่นๆ ของสาวสวยที่มีชื่อว่า มิตาลี ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อไปศึกษาต่อในด้านการออกแบบ ดีไซเนอร์ โดยนางเอกของเราได้อาศัยห้องพักแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในแหล่งที่ไม่ค่อยน่าอยู่นัก จะเรียกว่าไม่ปลอดภัยก็ว่าได้ แต่ด้วยข้อจำกัดของค่าใช้จ่ายเมื่อคนทางบ้านไม่สนับสนุนจึงทำให้ต้องอยู่ที่นี่ต่อไป อีกอย่างอยู่อาศัยมาก็ไม่เคยมีอะไรให้ต้องปวดหัว แต่เมื่อมาเจอกับคนที่พักอยู่ห้องข้างๆ กันนามว่า ไรอัน พระเอกของเรื่อง มิตาลีก็ร้อนๆ หนาวๆ เพราะเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น รวมถึงความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจที่เปลี่ยนไปเพราะฝีมือการจีบสาวของหนุ่มไรอันอีกด้วย ไรอันเคยอยู่ในคุกมาก่อน และดูเหมือนจะเป็นมาเฟียเต็มขั้นเลยก็ว่าได้ เขามาพักอยู่ห้องติดกันกับนางเอก และหว่านเสน่ห์ใส่กลเม็ดในการจีบหญิงสาวจนอยู่หมัด โดยที่มิตาลีไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วพระเอกของเราทำงานอาชีพอะไร ในช่วงที่มิตาลีได้พบ ได้รู้จัก และได้ใกล้ชิดไรอัน มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ทั้งดีและไม่ดี ซึ่งดูเหมือนพระเอกจะหาเรื่องมาให้ได้ลุ้นให้หัวใจแทบวายไม่เว้นระยะ แต่ถึงกระนั้นมิตาลีก็เผลอมอบหัวใจให้ชายหนุ่มไปเสียแล้ว จึงทำได้เพียงลุ้นๆ รักๆ อยู่กับความตื่นเต้นที่ชายหนุ่มทำให้เธอหวามไหว และเรื่องราวร้ายๆ ที่ตามมาเพราะพระเอกของเราพามาให้ ชื่อเรื่องมาเฟียข้างหัวใจ บอกถึงตัวละครที่เป็นพระเอกได้เป็นอย่างดี ขอบอกว่าพ่อไรอันคนนี้เป็นมาเฟียน้อยๆ เต็มขั้นเลยทีเดียว ต้องลองอ่านค่ะ จะได้สัมผัสถึงความน่ารักน่าหยิกของพระเอก นางเอกชื่อแปลกดีค่ะ แต่ก็น่ารักนะคะ แถมยังเป็นผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดีอีกต่างหาก อาจจะเพราะไม่รู้ว่าจริงๆ พระเอกทำงานอะไรจึงเผลอรักเข้าไปเต็มหัวใจ ใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คงบอกได้เป็นเสียงเดียวกันว่า สนุก แต่จะมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ต้องแล้วแต่รสนิยมของแต่ละท่านด้วยเหมือนกันนะคะ เพราะหากติดกับความสมจริงแล้ว อาจจะขัดใจอยู่บ้าง แต่ถ้าตัดออกไปได้เช่นพระเอกเก่งเว่ออะไรประมาณนั้นก็คงจะอินและสนุกไปกับเนื้อเรื่องและตัวละครได้ไม่ยากเลยค่ะ หนังสือนิยายเล่มนี้มีบทบู๊ให้ได้ลุ้นกันพอหอมปากหอมคอ ตัดเรื่องความสมจริงออกไป ตัดเรื่องสิ่งที่ควรจะเป็นบางอย่างที่เราๆ คิดว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะก็จะทำให้สนุกไม่น้อยค่ะ
ศรัญญา | 3 รีวิว
12/09/2013

เรื่องมาเฟียข้างหัวใจเป็นอีกเรื่อง จากนามปากกาของ ณารา ในบรรดาหนังสือของ ณาราที่อ่านมา 4-5 เรื่องแล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยมีเรื่องไหนที่โดนใจจริงๆ เห็นหนังสือเขาขายดีติดอันดับหนังสือยอดนิยมตามร้านหนังสือเกือบทุกร้าน ไอ้เราก็พวกตามกระแสก็จะจับจองมาอ่านร่ำไปเพราะคิดว่ายอดขายน่าจะการันตีแล้วว่าสนุก แต่เท่าที่ได้อ่านมาก็ยังไม่มีเรื่องไหนที่อ่านแล้วสนุกจนลืมไม่ลงเลย (หรืออาจจะเป็นเพราะผู้อ่านไม่ค่อยชอบแนวแบบนี้ก็เป็นได้) เรื่องนี้ก็เช่นกัน เริ่มอ่านตั้น ๆ รู้สึกว่าพระเอกไม่ใช่พระเอก ออกแนวเป็นโจรหรือตัวร้ายมากกว่า แถมประวัติชีวิพระเอกรันทดอย่าบอกใครพ่อแม่ถูกฆ่าตายตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ต้องไปอยู่สถานเลียงเด็กกำพร้า พระเอกชื่อไรอัน หลังจากที่เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ไปสมัครเป็นทหาร (ดูดีนะ) แต่สักพักลาออกมารับจ้างหลายอย่าง และเข้าร่วมธุรกิจที่ผิดกฎหมายด้วยจึงทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในคุกเป็นแรมปี(อ่านแล้วแบบว่า เอ่อ พระเอกฉัน!!!) ค้าทั้งยา ทังอาวุธสงครามเถื่อน แต่จริงแล้วพระเอกไม่ได้เลวขนาดนั้น ที่จริงแล้วไรอันเป็นสายให้ แอนโทนี่ เจ้าหน้าที่ CIA ที่ช่วยไรอันไว้ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้ งานนี้เป็นงานที่ใหญ่และต้องอาศัยความแนบเนียน ไรอันปลอมตัวเข้าไปทำงานให้ วาสิลี มาเฟียสาวชาวรัซเซีย ซึ่ง CIA สงสัยว่าเธอค้าอาวุธเถื่อนให้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในอเมริกา ดังนั้นการเป็นสายตำรวจทำให้ไรอันต้องใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา เช่าอพาร์ตเมนท์อยู่และบังเอิญ มิตาลี ลูกสาวเศรษฐีจากเมืองไทยเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อศึกษาต่อทางด้านการออกแบบเสื้อผ้า เธอไม่เคยคาดคิดว่าอพาร์ตเมนท์ที่อยู่จะมีบุคคลซึ่งเป็นอันตรายอย่างไรอันอาศัยอยู่ ไม่ใช่แค่นั้นเขายังเป็นเพื่อข้างห้องที่ทำให้เธอใจหายใจคว่ำอยู่เรื่อย และนี่แหละเป็นจุดกำเนิดของความรักจึงทำให้ไรอันคิดอยากจะออกจากวงการและเลิกทำงานเป็นสายลับเพื่อไปใช้ชีวิตอยู่รักกับมิตาลีอย่างสงบสุข แต่เรื่องมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้ เพราะเมื่อดารยา หลงรักไรอันเข้าเต็ม ๆ แถมดารยายังติดสัญญาทาสกับวาสิลีอยู่ แล้วไรอันจะทำอย่างไรดีล่ะ เพราะว่าม่ดารยาเกิดอยาแต่งงานกับเขาด้วยสิ เรื่องนี้ไรอันจะทำอย่างไร ลองไปหาอ่านกันดูค่ะ สรุปนะคะ เรื่องนี้อ่านตอนแรกเอือมพระเอกเลย ด้วยประวัติที่แบบว่าเถื่อนมากพอมารู้ว่าเป็นสายลับค่อยยังชั่วหน่อย เรื่อนี้ฉากบู้สนุกมาก เวลาหวานก็หวานน้ำตาลเรียกพี่ ติดเรทตามสไตล์ณารา แต่ความรู้สึกส่วนตัวของผู้อ่านอ่านแล้วไม่อินอะคะ อาจจะเพราะคนอ่านไม่ค่อยชอบนิยายแนวนี้มั้งคะ แต่น่าจะถูกใจคนที่ชอบอ่านแนวเอกชั่น โรแมนติกแบบนี้ค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020