มนตร์รักไข่ลูกเขย

มนตร์รักไข่ลูกเขย

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160016778
ผู้แต่ง: ผักบุ้ง
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 260.00 บาท 104.00 บาท
ประหยัด: 156.00 บาท ( 60.00% )

เนื้อหาบางส่วน

                   ของมีค่า

 

            ก็นานแล้ว ปลอบตัวเองว่าอยู่คนเดียวดีเหลือเกิน ไม่ต้อง

มีหรอกความรัก... ก็นานแล้ว ที่ความกลัวเข้ามาเกาะกินในหัวใจ...

เสียงดนตรีจากวงที่กำลังแสดงสดบนเวทีดังกระหึ่มไปทั่วทั้ง

ไนต์คลับโรงแรมปัทมนันท์ แต่ช่วงเวลาหัวค่ำ เช่นนี้ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

จึงยังมีไม่มากมายนัก เมรียาก้าวมายืนอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว ไม่นาน

ก็สังเกตเห็นโต๊ะที่เพื่อนๆ รวมตัวกันสังสรรค์อยู่บริเวณหน้าเวทีได้

“ไงยะเมญ่า เพิ่งไปให้หมอฟันมา เจ็บไหม” ชายชาญ...ครีเอทิฟ

หนุ่มหัวใจแหววเอ่ยทักทันทีที่สมาชิกใหม่ก้าวมาถึงโต๊ะ

“บ้า! ไปหาหมอฟันย่ะ ไม่ได้ไปให้หมอฟัน...” เมรียาตีแขนพลาง

พยักพเยิดไปทางสาวผิวน้ำผึ้งนัยน์ตาคมสุดในกลุ่ม “ถ้าเป็นยายนินละ

ไม่แน่ เห็นกรี๊ดหมอฟันจนเพ้อเช้าเพ้อค่ำ ไม่ได้เป็นอะไรก็ขยันไปเสียเงิน

ให้หมอตรวจฟันทุกอาทิตย์ แล้วดูสิ...อยู่ๆ ก็นอกใจหมอมาหาหนุ่มไอที

เสียได้”

“ก็เสียเงินไปตั้งเยอะ หมอเอาแต่ตรวจฟัน ไม่ยอมฟันสักทีนี่นา”

เจ้าตัวรับมุกพลางควงแขนแฟนหนุ่มชาวออสเตรเลียมาแนะนำให้รู้จัก

“มาๆๆ แกมารู้จักแฟนฉันดีกว่า”

นิลดาภูมิใจนำเสนอ “นิค...คนนี้ไงเมญ่า เพื่อนสนิทคนที่ฉันเคย

เล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่ากินข้าวช้อนเดียวกันมาตั้งแต่เรียนอนุบาล จูบปากกัน

ตอนประถม ตดให้กันดมตอนมัธยม ทำสงครามนมกันตอนมหา’ลัย และ

ใช้ผู้ชายคนเดียวกันตอนทำงาน อ๊าย...ข้อสุดท้ายล้อเล่น”

เพื่อนๆ ทั้งโต๊ะพากันหัวเราะครืน แน่นอน...นิโคลัสเองก็ด้วย เขา

ยิ้มให้เมรียาอย่างเป็นมิตร

“ซาหวัดดีขรับ เมญ่า” ชายหนุ่มต่างชาติทักทายเป็นภาษาไทยได้

น่ารักน่าหยิกเสียจนคนฟังอดยิ้มตามไม่ได้

ตัวจริงเขาดูดีกว่าในรูปนิดหน่อย แม้จะสวมแว่นกรอบหนาๆ เพราะ

ทำงานที่ต้องใช้สายตาเยอะ แต่มันก็หาได้ลดทอนความหล่อของเขาลงไม่

กลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์แบบขรึมๆ ลึกลับน่าค้นหาเสียอีก

หล่อนไม่แปลกใจแล้วว่าเหตุใดนิลดาถึงชมนักชมหนาว่า...น่ารัก!

“สวัสดีค่ะนิค” เมรียายื่นมือไปรับไมตรีจากมือเขา ก่อนจะเปลี่ยน

ไปใช้บทสนทนาภาษาอังกฤษในประโยคถัดมา “นินชอบเล่าเรื่องของคุณ

ให้ฟังบ่อยๆ ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ”

หล่อนเดาว่าเขาคงพูดภาษาไทยได้แค่การทักทายขั้นพื้นฐาน และ

มันก็เป็นจริงเช่นนั้นเมื่อเขาตอบรับเป็นภาษาตัวเอง

“ยินดีมากๆ เช่นกันครับ”

ก่อนหน้านี้หญิงสาวพอรู้มาบ้างว่าราวๆ หกเดือนก่อนนิลดาบังเอิญ

เจอชายหนุ่มผ่านทางโปรแกรมแชตยอดนิยมในอินเทอร์เน็ต สองคน

คุยกันถูกคอก็เลยตกลงใจลองคบหากัน แต่อีกฝ่ายทำงานหนัก ไม่ค่อยมี

วันหยุดยาวๆ สำหรับเดินทางไกล ตอนนี้ก็เลยเพิ่งมีโอกาสข้ามน้ำ

ข้ามทะเลมาเจอตัวจริงของนิลดาที่กรุงเทพฯ

“เอาละๆ มาครบองค์แล้วเราก็มาเล่นเกมกันเลยดีกว่า” สาวใหญ่

วัยสามสิบแปดแต่ยังสวยใสเหมือนวัยรุ่นเปิดฉากชักชวน คนมาถึงช้ากว่า

ใครๆ ก็เลยหันไปถาม

“เกมอะไรคะเจ้ทับทิม”

“ทับทิมกรอบย่ะ!” เจ้าตัวสวนทันควัน “บอกกี่ทีแล้วไม่รู้จักจำว่า

เนื้อยังหวานฉ่ำ และกรุบกรอบ เพราะฉะนั้นฉันต้องชื่อทับทิมกรอบเท่านั้น

เดี๋ยวปั้ด...ตัดเงินเดือนเสียให้หมดเลยแม่นี่”

ในฐานะผู้ช่วยคนสำคัญของบอสใหญ่ประจำบริษัทเอเจนซีโฆษณา

ชื่อดัง และมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจเกือบทุกอย่างแทนบอสที่เดินทางออก

ต่างประเทศบ่อยๆ ทับทิมจึงไม่ต่างอะไรจาก ‘ร่างทรง’ ของบอส และมี

ตำแหน่งเป็นหัวหน้าพวกหล่อนด้วย

“หนูลืมไปค่ะเจ้...” เมรียาหัวเราะแหะ “ว่าแต่เจ้ทับทิมกรอบจะ

ชวนเล่นเกมอะไรคะ”

“จะเกมอะไรล่ะถ้าไม่ใช่เกมประจำแก๊งสาวสวยอย่างพวกเรา

เมื่อกี้ยายนินสอนแฟนแล้วด้วย มาๆๆ” อธิบายได้ไม่ทันขาดคำ เจ้ใหญ่ก็

ยกมือขึ้นอยู่ในท่าเตรียมโดยที่เมรียาเข้าใจได้ไม่ยากนัก

หล่อนยิ้ม ยกมือขึ้นร่วมสนุกพร้อมเพื่อนร่วมงานอีกสี่คนซึ่งต่าง

พากันประสานเสียง

“กรรไกร ไข่ ผ้าไหม ไข่หนึ่งใบสองบาทห้าสิบ ห้าสิบสองบาท

หนึ่งใบ ไข่ ผ้าไหม ไข่...ตึ่งโป๊ะ!” ทุกคนเป่ายิ้งฉุบกันในตอนสุดท้าย

ดวงตาของเมรียาเบิกกว้าง เมื่อดูเหมือนว่าหล่อนจะเป็นคนเดียว

ที่แพ้

“เฮ้ย...นัดกันล่วงหน้าปะเนี่ย ออกค้อนเหมือนกันหมดเลย”

“แพ้แล้วก็ต้องยอมรับว่าแพ้ พวกฉันจะไปรู้ได้ไงว่าแกจะออก

กรรไกร จริงไหมๆ” ชายชาญหันไปถามความเห็นคนอื่นๆ รอบโต๊ะ

“ช่าย...ใช่” หลายคนสนับสนุน นิลดาจึงแกล้งทำท่าคิด

“เอ...ให้ทำอะไรดีน้า”

ตามกติกาประจำกลุ่ม...คนเป่ายิ้งฉุบแพ้จะต้องปฏิบัติภารกิจที่

เพื่อนๆ ลงมติกันหนึ่งอย่าง แต่หากปฏิบัติไม่สำเร็จก็จะต้องยอมดื่มสุรา

หนึ่งแก้วเพียวๆ

“รู้แล้ว!” ทับทิมดีดนิ้วเปาะ หยิบดอกกุหลาบแดงในแจกันบนโต๊ะ

มาส่งให้คนแพ้ “ให้แกเอาดอกไม้ไปสารภาพรักพ่อมือกลองรูปหล่อบนเวที

แล้วขอใจพี่มือกลองแลกเบอร์โทร. มา”

“ฮิ้ว...” เพื่อนๆ หลายคนส่งเสียงเห็นด้วยกับหัวหน้า แต่เมรียา

กลับร้องโอด

“โหยเจ้...งานอ่อยไม่ใช่งานถนัดของหนู”

“งั้น...” นิลดาพยักหน้าเข้าใจ หันไปหยิบแก้วเปล่าใบเล็กๆ มาริน

เหล้าให้เพื่อนแทน “ก็ตามธรรมเนียมนะจ๊ะที่รัก”

“เหล้าก็ไม่ได้” คนแพ้รีบปฏิเสธพลางชี้แก้มด้านซ้าย “ฉันเพิ่งผ่าตัด

มาหมาดๆ หมอไม่ให้ดื่ม”

“ถ้าไม่ดื่มก็ต้องเอากุหลาบแดงไปแลกหัวใจพี่มือกลองมา” หัวหน้า

ยื่นคำขาด เมรียาจึงชักหนักอก มองแก้วเหล้าเพียวๆ ที่วางอยู่คู่กุหลาบ

แดงบนโต๊ะอย่างลังเลว่าจะเอาอย่างไรดี

หล่อนชั่งน้ำหนักใจเพิ่มด้วยการหันไปทางมือกลองหนุ่มรูปหล่อ

ไม่อยากเชื่อเลยว่าพอเขาหันมาเห็นหล่อนมองอยู่ห่างๆ เท่านั้น สายตา

เขาก็พราวหวานขึ้นทันใด

 ไม่ไหว...แค่สบตาเขาเพียงเสี้ยวนาทีเดียว หล่อนยังรู้สึกเหมือน

ตัวเองเป็นขนมเค้กที่กำลังถูกกัดกินทีละคำสองคำ ขืนอุตริเอาดอกไม้ไป

สารภาพรักจริงๆ มีหวังพรหมจรรย์ที่เฝ้าทะนุถนอมมายี่สิบเจ็ดปีคงถูกขยี้

จนยับเยิน!

เมรียาตัดสินใจคว้าแก้วเหล้ามาดื่มรวดเดียวหมดโดยพยายาม

ไม่ให้ของเหลวไหลไปโดนแผลผ่าฟันคุดที่อยู่ด้านในสุดของเหงือกทางฝั่ง

ซ้าย

“เย้!” เพื่อนๆ พากันปรบมือเมื่อหล่อนวางแก้วเปล่าๆ ลงบนโต๊ะ

“เลิศ...”

“ทุกคนรวมหัวกันแกล้งฉัน คอยดูนะ...ฉันจะจัดหนักเอาคืนทุกคน

เลย มาๆๆ เอาใหม่” คนประเดิมความพ่ายแพ้ไม่รอช้า เป็นฝ่ายเริ่มชวน

เล่นเกมต่อเสียเอง หมายจะได้แก้แค้นเพื่อนๆ ให้ดื่มบ้าง แต่ดูเหมือนว่า

แกล้งกันไปแกล้งกันมา ต่างฝ่ายต่างก็ยกแก้วมาดื่มกันเองอย่างสนุกสนาน

ฤทธิ์สุราและเสียงเพลงจังหวะคึกคักทำเอาเมรียาลืมไปเสียสนิทว่าตัวเอง

เพิ่งผ่าฟันคุดมาหมาดๆ กระทั่งยาชาค่อยๆ หมดฤทธิ์ แผลที่เริ่มระบมก็

ทำให้หล่อนแน่ใจว่าการอยู่ต่อนานๆ คงไม่สนุกอีก

หรือถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆ เมรียารู้สึกว่าคืนนี้ตัวเองสนุกมากเกินไป

แล้วด้วย

“พวกแก...” หญิงสาวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองแล้วก็ตัดสินใจ

บอกลาเพื่อนๆ เสียงอ้อแอ้ “ถ้าไงฉันขอตัวก่อนเลยดีกว่า”

“อะไรกัน” ชายชาญท้วงพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองบ้าง “นี่มัน

เพิ่งกี่โมงเอง ละครหลังข่าวยังไม่จบอย่าเพิ่งเป็นศพสิเมญ่า”

“แต่ฉันไม่ไหวแล้วละช่า ขืนดื่มเยอะกว่านี้มีหวังเป็นศพจริงๆ

อีกอย่างแผลผ่าฟันคุดของฉันเริ่มปวดแล้วด้วย”

“เออๆ งั้นแกไปนอนเถอะ” ทับทิมเองก็รู้ว่าเด็กของหล่อนเองก็ควร

พักผ่อนให้มากๆ เช่นเดียวกับนิลดาที่เป็นห่วงเพื่อนอยู่ไม่น้อย

“ขอบใจนะที่อุตส่าห์มา ว่าแต่...แกขับรถไหวนะ”

“ระดับนี้แล้ว” เมรียามั่นใจ ถึงแม้ว่าตอนขยับกายลุกขึ้นจากโซฟา

หล่อนจะเริ่มโงนเงนนิดๆ ก็ตาม “พวกแกสนุกกันต่อเถอะ คอนโดฯ ฉัน

อยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง”

“แต่ผมว่าที่จริงเมญ่าดื่มไปเยอะมาก ไม่น่ารีบกลับตอนนี้เลยนะ

ครับ” นิโคลัสหันไปหารือกับสาวคนรักที่นั่งอยู่ข้างๆ “คืนก่อนที่คุณพาผม

ไปเที่ยว ขากลับเราเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ใกล้ๆ โรงแรม ไม่รู้ว่าคืนนี้

จะมีด่านอีกหรือเปล่า”

                “เออ...จริงด้วย” นิลดานึกได้ว่าคืนนั้นหล่อนเองก็รอดมาได้อย่าง

หวุดหวิด “ตรงนั้นเป็นทางผ่านกลับคอนโดฯ แกด้วย แต่ถ้าแกเลี่ยงด่าน

ไปอีกก็อ้อมโคตรๆ เลย”

“จริงดิ” เมรียายอมรับว่าหล่อนไม่ค่อยผ่านมาแถวนี้ช่วงกลางคืน

บ่อยนัก ถึงแม้ว่าคอนโดฯ หล่อนจะอยู่ไม่ไกลมากก็ตาม

“ผมว่าเอาแบบนี้ดีกว่า นินพาเมญ่าขึ้นไปนอนพักที่ห้องของเรา

ก่อนสักงีบ สร่างเมาแล้วค่อยกลับ เมาไม่ขับ ไม่โดนจับแน่ๆ” หนุ่มแดน

จิงโจ้ยิ้มให้สองสาว ทว่าเมรียากลับหยุดความสนใจเอาไว้ตั้งแต่ได้ยิน

คำว่า ‘ห้องของเรา’

คุณพระช่วย! หล่อนคิดว่าตัวเองไม่ได้เมาสุราจนแปลผิด

นิลดายังไม่ทันแสดงความคิดเห็นอื่นใดต่อจากนั้น เมรียาก็คว้าแขน

เพื่อนให้ลุกจากโซฟามาคุยกันในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว

“ที่นิคพูดเมื่อกี้หมายความว่าไง”

“หืม?”

“อย่ามาเฉไฉ” สาวนักอนุรักษ์คานบิดแขนเข้าให้ ดวงตากลมโต

จ้องเป๋งไปที่เพื่อนในเชิงตำหนิ “เจอกันแค่ไม่กี่วัน แกยอมให้นิคเจาะ

ไข่แดงแล้วเหรอ”

“เอ่อ...” นิลดาอึกอัก อ้อมแอ้มสารภาพอย่างรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ไม่

สนับสนุนให้ชิงสุกก่อนห่ามเท่าไร “ก็แหม...บรรยากาศมันพาไปอะเมญ่า

ที่จริงฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้เลยเถิดหรอกนะ แต่เอาน่า...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว

ไข่แดงของฉันมันก็ไม่ใช่ ‘ไข่ดิบ’ เหมือนของแกเสียหน่อย แต่มันทั้งปิ้ง

ทั้งย่าง ทั้งต้ม ทั้งลวกมาหมดแล้ว แค่ให้นิคมาทำขนมไข่ ‘ลามิงตัน’ อีก

สักทีมันก็ไม่เสียหายหรอก”

การเปรียบเปรยของเพื่อนทำเอาคนเมาถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่

เพราะรู้ว่า ‘ลามิงตัน’ เป็นเค้กยอดนิยมของชาวออสเตรเลียที่มีรสชาติ

คล้ายๆ ขนมไข่ หล่อนก็เลยทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก

                “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ” สาวนักดองไข่ไม่เห็นด้วย “แกเพิ่งเจอนิค

ครั้งแรก แล้วก็...”

“แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ฉันประทับใจมากที่สุด” นิลดาสวน จับมือ

ทั้งสองข้างของเพื่อนขึ้นไว้ตรงกลางอกพลางหลิ่วตาลงอวดแหวนวงเล็กๆ

ที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย “นิคเขาชอบฉันมาก เขาขอหมั้นฉันแล้ว

เมญ่า”

ประกายเพชรระยิบระยับท่ามกลางความมืดสลัวของไนต์คลับ

ทำเอาคนฟังเงียบไปครู่หนึ่ง ยอมรับว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่หล่อนคาดถึง แต่

เอาเข้าจริงมันก็ถือว่าเร็วเกินไปสำหรับผู้หญิงที่คิดจะครองตัวเป็นโสดไป

ทั้งชีวิตอยู่ดี

นับรวมเวลาที่นิลดารู้จักกับหนุ่มออสซี่แล้ว...แค่หกเดือนเท่านั้น!

“เอาน่า...นิคเขาก็น่ารักดีออก คนนี้แกให้ผ่านเถอะนะๆ ฉันอยาก

ลงจากคานแล้วอะ นี่นิคเขาก็บอกนะว่าเขาทำงานอยู่แต่หน้าคอมพ์

ไม่ค่อยได้มีเวลาจีบสาว พอเจอสาวที่ถูกใจแล้วก็อยากจะรักและดูแลกัน

 ไปทั้งชีวิต ปีหน้าเขามีแพลนจะพาฉันไปรู้จักพ่อแม่ที่เมลเบิร์น ถ้าพวกท่าน

ไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะแต่งงานกัน”

เห็นเพื่อนวางอนาคตไว้เรียบร้อยขนาดนั้น เมรียาก็ไม่อยากทำตัว

เป็นจระเข้ขวางคลองนานๆ หล่อนหันไปมองชายหนุ่มแดนจิงโจ้ที่กำลัง

 หัวเราะสนุกสนานอยู่กับกลุ่มเพื่อนรอบโต๊ะ ยอมรับว่าเท่าที่ได้พูดคุย

ทำความรู้จักในช่วงเวลาสั้นๆ หล่อนรู้สึกว่าเขาเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี

ใช้ได้

หวังว่าพอกลับออสเตรเลียไปจะไม่ ‘ดีแตก’ ให้เพื่อนหล่อนต้อง

เสียใจแล้วกัน!

“ถึงไม่ให้ผ่านก็คงไม่ทันแล้วมั้ง แกเล่นให้เขา ‘ผ่าน’ ไปถึงไหน

ต่อไหนแล้วนี่” เป็นการตอบตกลงที่ทำให้นิลดาหัวเราะร่วน

“ไม่มีทางย่ะ คนนี้ฉันมั่นใจว่าดีจริง” ฟันธงแล้วก็เบนหัวข้อสนทนา

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2020