มธุนารี (โม พิมพ์พลอย)

มธุนารี (โม พิมพ์พลอย)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160019557
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 200.00 บาท 100.00 บาท
ประหยัด: 100.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ใคร?

พ.ต.ต. จาดีส อติสูต ถามตัวเองอยู่ในใจ ขณะมองชายชราที่มี

รูปร่างผอมแกร็น หนวดเครารกรุงรัง และผมเผ้ายาวยุ่งเหยิง ที่ยืนอยู่หน้า

รั้วบ้านของตน

นักบวช!

เขานึกแล้วชะลอความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังขับอยู่ ก่อนจะ

หยุดจอดห่างจากร่างของอีกฝ่ายที่นุ่งห่มด้วยผ้าสีเหลืองขมิ้น สะพายย่าม

สีเดียวกัน และสวมประคำที่คอ

ไม่ใช่คนไทย!

หนุ่มลูกครึ่งไทย-อินเดียวัยยี่สิบแปด วิเคราะห์เชื้อชาติของอีกฝ่าย

จากหน้าตาและเสื้อผ้าที่สวมใส่ เนื่องจากในประเทศไทยไม่มีใครสวม

เสื้อผ้าแบบนี้ออกมาเดินข้างนอกหรอก หรือแม้แต่จะสวมอยู่ในบ้านก็ไม่มี

ใครใส่ พอถอดหมวกกันน็อกสีดำออกจากศีรษะ เขาก็ถามอีกฝ่ายเสียง

เข้ม

“ลุงมาทำอะไรที่นี่ ดึกดื่นป่านนี้แล้วควรอยู่ที่บ้าน”

“ฉันมาหาเธอ” อีกฝ่ายพูดภาษาฮินดี

“มาหาผม?” เขาเดาถูกด้วยว่าไม่ใช่คนไทย

            “ใช่แล้ว ฉันคือลุงของเธอ”

“หือ...” สารวัตรหนุ่มฟังแล้วเตะขาตั้งรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนที่จะลง

มายืนอยู่ที่พื้นถนนคอนกรีต และดวงตาสีอ่อนของเขาจ้องอาคันตุกะเขม็ง

“ฉันชื่อซานดีพ ฉันเป็นลุงของเธอ”

จาดีสมองหน้าอย่างไม่เชื่อ ที่จู่ๆ อีกฝ่ายมาอ้างว่าเป็นลุง

“ไม่เชื่อฉันใช่ไหม” โยคีซานดีพถาม

“ก็ไม่เชื่อน่ะสิ ผมมีเหตุผลหลายอย่างที่ไม่เชื่อ ลุงของผมอาศัยอยู่

ประเทศอินเดีย และที่สำคัญ...เขาก็ไม่รู้ด้วยว่าบ้านของผมตั้งอยู่ที่ไหน เรา

ขาดการติดต่อกันมานานแล้ว”

“นานจริงๆ นานถึงยี่สิบปี”

“รู้ได้ยังไง” จาดีสขมวดคิ้ว พลางหรี่ตาลงด้วยความสงสัย

“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้”

“พวกหลอกลวง...เดี๋ยวโดนจับเข้าคุกนะ” เขาขู่

“ฉันไม่ได้หลอกเธอ ฉันคือลุงของเธอจริงๆ” ผู้มาเยือนในยามวิกาล

ยืนยัน

“ไม่เชื่อ”

“พิสูจน์สิ”

“พิสูจน์ยังไง”

“เราเคยเจอกันครั้งหนึ่ง ที่ไหน เมื่อไร และเธอแต่งตัวยังไง”

สารวัตรหนุ่มนึกภาพ ตอนมารดาพากลับไปยังประเทศอินเดีย และ

ได้เจอกับลุงของเขาที่แต่งตัวเหมือนอีกฝ่ายในตอนนี้ที่นั่น

“ก็ได้ จะถาม แต่ก่อนถาม รู้ไหมว่าผมเป็นตำรวจ ผมอาจจะจับ

ลุงเข้าคุก” จาดีสขู่อีกครั้ง

“ฉันไม่กลัวเลย” อาคันตุกะจากแดนไกลยิ้ม

“โอเค เราเคยเจอกันที่ไหน ตอนนั้นผมอายุเท่าไร และผมใส่เสื้อผ้า

สีอะไร” เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายราวกับจะจับพิรุธโกหก

“เราเคยเจอกันครั้งเดียวเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเธออายุแปดขวบ

มานีเป็นคนพาเธอมาพบฉัน วันนั้นเธอสวมเสื้อสีแดงกับกางเกงขายาว

สีขาว”

คำตอบของอีกฝ่ายตรงเป๊ะ จนสารวัตรหนุ่มชะงักไป แม้แต่ชื่อของ

มารดาที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็ถูกต้อง

“เชื่อฉันแล้วหรือยัง” โยคีซานดีพถาม

“ยัง เดี๋ยวก่อน ผมขอถามอะไรเพิ่ม” เขายังไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อย

“เชิญถามมาเลย”

“ลุงมาที่นี่ถูกได้ยังไง ตอนแม่เสียชีวิต ลุงก็ไม่ได้มาร่วมงานศพที่

เมืองไทย” เขาฉงนกับเรื่องนี้จริงๆ

“ฉันมีญาณทิพย์ ฉันรู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่ไหน ส่วนตอนที่มานีสิ้นลม

เวลานั้นฉันอยู่ในป่าหิมพานต์” ลุงมองหลานชายคนเดียวด้วยแววตา

อ่อนโยน

“ญาณทิพย์! ป่าหิมพานต์” จาดีสอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

“เดิมทีฉันตั้งใจจะกลับอินเดีย แต่ออกจากป่าหิมพานต์มาผิดทาง

ก็เลยแวะมาหาเธอที่นี่” โยคีซานดีพยืนยันว่าไม่ได้พูดโกหก

“เฮ้อ...ผมไม่รู้จะเชื่อลุงดีไหม” สารวัตรหนุ่มส่ายหัว พลางคิดอยู่

ในใจว่าใครกันที่จะเชื่อเรื่องพวกนี้ เขาคนหนึ่งละที่ไม่เชื่อ แต่ก็ยังเชื้อเชิญ

ให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน “ไป...เข้าไปคุยกันต่อข้างในบ้านเถอะ”

ร่างผอมแกร็นเดินตามร่างสูงกำยำเข้าไปในบริเวณบ้าน จากนั้นก็

รอให้เจ้าบ้านเชื้อเชิญเข้าไปในบ้านเดี่ยวสองชั้น ที่ชั้นบนเป็นไม้ และชั้น

ล่างเป็นปูน

“เชิญนั่ง” จาดีสพาอาคันตุกะเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้วผายมือไป

ที่โซฟาไม้เนื้อแข็ง “ลุงกินอะไรมาแล้วหรือยัง ในครัวมีขนมปังกับนมอยู่”

“พระอาทิตย์ตกดินแล้วฉันไม่กินอะไร” โยคีซานดีพเคร่งครัดเรื่อง

อาหารการกิน เพราะกลัวว่าจะมีแมลงเล็กๆ ปะปนอยู่ในอาหาร แม้แต่

พืชผักที่ปลูกใต้ดินก็ไม่กิน

“น้ำสักแก้วไหม” เขายังถามอีก

“ไม่” โยคีซานดีพส่ายหน้า

“นั่งสิ”

จาดีสนั่งตาม หลังจากอาคันตุกะจากแดนไกลนั่งลงเรียบร้อยแล้ว

อีกประเดี๋ยวเขาจะขึ้นไปอาบน้ำ เพราะพรุ่งนี้ต้องออกไปทำงานแต่เช้า

“ลุงบอกผมว่าเพิ่งออกจากป่าหิมพานต์มา...” เขาชวนคุยก่อนหา

โอกาสถามว่าจะไปนอนที่ไหน

“ใช่แล้ว ฉันอยากไปที่นั่นสักครั้งก่อนสิ้นใจ”

“แล้วสถานที่แห่งนั้นเป็นยังไง เหมือนในหนังสือที่ผมอ่านหรือ

เปล่า”

“เหมือนหรือไม่นั้นฉันไม่รู้ รู้แต่ว่าที่นั่นสวยงาม มีเทวดา วิทยาธร

คนธรรพ์ นักสิทธิ์ ต้นมักกะลีผล และสัตว์วิเศษหลากหลายชนิดอาศัยอยู่”

โยคีซานดีพร่ายยาว

“แล้วลุงไปที่นั่นได้ยังไง” เขาสงสัยข้อนี้จริงๆ

“ปรอท ฉันสำเร็จปรอทได้แล้วใส่ปากอม จากนั้นก็เหาะไป”

“เหาะ!?” จาดีสหัวเราะขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ

“ไม่เชื่ออย่างนั้นหรือ เอ้านี่...ฉันให้” โยคีซานดีพหยิบอะไรบาง

อย่างออกมาจากย่ามสีเหลืองขมิ้นแล้วส่งให้

“อะไร” ดวงตาสีอ่อนมองซากไม้แห้งที่มีรูปร่างเหมือนผู้หญิง ขนาด

ยาวเลยฝ่ามืออีกฝ่ายนิดหน่อย

“นารีผล”

“ซากไม้นี่นะ นารีผล” เขาถามเสียงไม่เชื่อ

“ใช่แล้ว นี่คือนารีผล”

“แล้วเอามาทำอะไรได้” จาดีสไม่ชอบของฟรี โดยเฉพาะจากคน

แปลกหน้าที่ยังไม่มั่นใจว่าเป็นลุง

            “ใครๆ ก็อยากได้สิ่งนี้ เธอไม่อยากได้หรือ ตอนที่ฉันยื่นมือออกไป

รับ มีวิทยาธร นักสิทธิ์ ครุฑ และก็คนธรรพ์ทั้งหลายต่างแย่งชิง”

“ไม่” เขาส่ายหน้าไปมา

“ต้นมักกะลีผลในป่าหิมพานต์ตอนนี้เหลือแค่ไม่กี่ต้นแล้ว อีกไม่

นานอาจจะสูญหายไป เธอไม่อยากได้มันจริงๆ หรือ”

“เท่าที่ผมรู้นะ” จาดีสพูดขึ้น “ท้าวสักกเทวราชหรือพระอินทร์ทรง

เสกขึ้นมาใช่ไหม ลุงก็ให้พระอินทร์เสกขึ้นมาใหม่สิ”

“เจ้านี่นะ” โยคีซานดีพส่ายหน้าที่อีกฝ่ายไม่เชื่อ

“คืนนี้ลุงจะนอนที่ไหนหรือ” สารวัตรหนุ่มสบโอกาสถาม

“ฉันแค่แวะทักทายเธอเท่านั้น แล้วจะเดินทางกลับเลย มองดู

นารีผลนี้ดีๆ” ลุงยังเชิญชวนหลานชายให้รับนารีผลที่อยู่ในมือไปดูแล

“ไม่เอา” ร่างสูงกำยำลุกขึ้นจากโซฟาไม้

“ดูเถิด จงดู”

“เฮ้อ...บังคับจริง ก็ผมไม่อยากได้” จาดีสมองไปที่ซากไม้อย่าง

หงุดหงิด แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่ามันขยับกระดุกกระดิก

พลางร้องแอ๊ะขึ้นมา

“เฮ้ย! มันขยับได้”

“นารีผลนี้เพิ่งถูกเก็บมาได้สองชั่วโมง” ร่างผอมแกร็นลุกขึ้นยืน

แล้วดึงมือของหลานชายให้มารับสิ่งที่อยู่ในมือของตนไป

“ไม่!” เขาดึงมือกลับ ยังไม่หายตกใจ

“นารีผลบอกกับฉันว่าอยากอยู่กับเธอ”

 “ล้อเล่นน่า” เขาไม่ขำ

“รับไปสิ” โยคีซานดีพยัดใส่มือใหญ่จนได้

“ผมบอกว่าไม่เอา” จาดีสร้องขึ้นอย่างตกใจ เพราะนารีผลยังขยับ

กระดุกกระดิกอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับเรื่องที่เขาเจอเป็นวรรณกรรม

แฟนตาซี

“ฉันให้เธอ คราวนี้เธอเชื่อแล้วหรือยังว่าฉันไม่ได้โกหก”

“ไม่เอา!” เขายืนตัวแข็งทื่อ ขณะแบมือที่มีซากไม้แห้งกลางฝ่ามือ

ซึ่งกำลังขยับกระดุกกระดิกราวกับเด็กแรกเกิด

“ฉันจะกลับอินเดียแล้ว”

“เดี๋ยวสิ! เดี๋ยว” ร่างสูงกำยำเดินตามร่างผอมแกร็นไปถึงลานหน้า

 บ้านที่เงียบสงัด

“จริงสิ” โยคีซานดีพหันมามองหน้าหลานชาย จากนั้นก็ชี้นิ้วมา

ทางปืนที่อยู่ข้างเอวของจาดีส “ขอสิ่งนั้นให้ฉันจับแป๊บหนึ่งได้ไหม”

“คงไม่ได้หรอกลุง” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง แม้จะสัมผัสได้ถึงพลังบาง

อย่างที่จะเข้ามาปกป้องคุ้มครองเขาจากภัยอันตรายต่างๆ

“แป๊บเดียวเท่านั้น” ลุงรบเร้าหลานชาย

“ไม่มีตำรวจที่ไหนส่งปืนให้คนอื่นจับหรอกลุง” เขายังปฏิเสธ

“ฉันอยากพันสายสิญจน์ที่ด้ามปืนเท่านั้น” โยคีซานดีพพูด แล้ว

ล้วงสายสิญจน์เส้นหนึ่งออกมาจากย่ามสีเหลืองขมิ้น

“หือ...จะเอามาพันทำไม” จาดีสสงสัย

“มันจะปกป้องคุ้มครองเธอจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

“ผมไม่เข้าใจ” สารวัตรหนุ่มขมวดคิ้ว

“ให้ฉันจับแป๊บหนึ่งเถอะ”

“ก็ได้” จาดีสยอม หลังจากที่เห็นสีหน้ากังวลของฝ่ายตรงข้าม พอ

เขาส่งปืนให้ อีกฝ่ายก็บริกรรมคาถา ก่อนจะใช้สายสิญจน์พันที่ด้ามปืน

“อย่าแกะสายสิญจน์ออก” โยคีซานดีพส่งปืนคืนให้

“ปืนของผมกลายเป็นปืนวิเศษไปแล้วใช่ไหม” เขาหัวเราะทั้งที่ไม่

 รู้สึกขำ

“ใช้ยิงอมนุษย์ได้”

“หือ...อมนุษย์?” ชายหนุ่มนึกสะกิดใจ ที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็มาผูกสาย-

สิญจน์ให้ด้ามปืน ก่อนที่จะเดินทางจากไป

            “ใช่ อมนุษย์”

“อมนุษย์แบบไหนหรือ” ดวงหน้าหล่อเหลาคมคายปรากฏความ

เคร่งเครียด เพราะลางสังหรณ์บอกว่าพายุร้ายกำลังจะมาเยือนเขาในไม่

ช้า

“พวกที่ไม่ใช่คน”

“ผมรู้แล้วว่าไม่ใช่คน แต่เป็นอมนุษย์แบบไหน” เขามองฝ่ายตรง

ข้ามที่หยิบปรอทออกมาจากย่ามแล้วใส่ปากอม จากนั้นก็ยกมือพนมพลาง

ทำปากขมุบขมิบบริกรรมคาถาอะไรบางอย่าง แล้วร่างผอมแกร็นก็ลอย

ขึ้นฟ้าไปต่อหน้าต่อตาให้เห็น

“คุณพระ!” จาดีสช็อก ร่างทั้งร่างแข็งทื่อ เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็น

 อะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต

ครั้นร่างผอมแกร็นหายวับไปด้วยคาถากำบังตน ดวงตาสีอ่อนก็

ค่อยๆ หลุบลงมองนารีผลในมือที่เลิกขยับกระดุกกระดิกไปตั้งแต่ตอนไหน

ก็ไม่รู้ จากนั้นเขาก็เดินเข้าบ้านไปอย่างมึนๆ และวางนารีผลลงบนโต๊ะที่

ตั้งโน้ตบุ๊กในห้องนอน ก่อนจะวางปืนลงใต้หมอน แล้วถอดเสื้อผ้าเดินเข้า

 ห้องน้ำ

ระหว่างที่สายน้ำอุ่นพร่างพรมร่างกำยำเปล่าเปลือย จาดีสครุ่นคิด

ถึงคุณอนันต์อันใดที่จะได้จากนารีผล เช่น ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา

หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า หรือว่าเขาจะมีอายุเกินร้อยปีโดยที่

ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลย

เลิกคิดเถอะ

จาดีสสลัดความคิดอันน่าปวดหัวออกจากสมอง เมื่อออกมายืนอยู่

ในห้องนอน โดยมีผ้าขนหนูผืนเดียวปกปิดส่วนล่าง เขามองไปที่โน้ตบุ๊ก

เพราะความอยากรู้กระตุ้นให้เขาเปิดเครื่อง สุดท้ายร่างสูงกำยำก็นั่งลงบน

เก้าอี้ เพื่อที่จะอ่านข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในอินเทอร์เน็ต

นารีผลมีเอาไว้เสพสังวาส

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020