ภรรยาพิศวาส (ซีรีส์ชุด สุภาพบุรุษมาร)

ภรรยาพิศวาส (ซีรีส์ชุด สุภาพบุรุษมาร)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786169237051
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 249.00 บาท 74.70 บาท
ประหยัด: 174.30 บาท ( 70.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ภรรยา พิศวาส

   เจ้าสาวชุดดำ

               

                ร่างเพรียวในชุดกระโปรงสีแดงเพลิงเดินหน้าเชิดคอตั้งราวกับนางพญา

เข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทางฉุนเฉียวและรีบร้อน ใบหน้าสวยรูปไข่รับกับ

จมูกโด่งเล็กและรั้นขึ้นอย่างคนดื้อดึงถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางยี่ห้อดัง

ผมยาวลอนสะบัดพลิ้วคลอสะโพกผายของหล่อน ศิริรักษ์ บุตรสาวแสนสวย

เพียงคนเดียวของศิริวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

แปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นทยายความประจำตระกูลนั่งอยู่ด้วยกันกับบิดา

                “มาพอดี” ศิริวัฒน์เอ่ยกับบุตรสาวเมื่อเห็นหล่อนมาถึง

                “คุณพ่อให้คนไปเรียกศิมาพบ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ริมฝีปากบาง

 ที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงขยับขึ้นถามผู้เป็นบิดาด้วยความสงสัยเมื่อ

เจ้าหล่อนทิ้งร่างเพรียวบางลงบนโซฟาอย่างสง่างาม

                “มีจ้ะ แต่รอคนสำคัญก่อนแล้วพ่อจะบอก” ศิริวัฒน์ยิ้มอย่างใจเย็น

                “สบายดีนะครับคุณหนู” ประสิทธ์ ทนายความผู้ภักดีต่อตระกูลของ

หล่อนถามหญิงสาวที่เห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจจนบัดนี้กลายเป็นสาวสะพรั่ง

สวยงามรวมกับภาพวาด

                “สบายกาย แต่ไม่สบายใจค่ะ...” หล่อนเหลือบตามองไปยังบุรุษ

ที่เพิ่งก้างเข้ามาในบ้านด้วยสายตาเหยียดหยามและชิงชังก่อนจะเอ่ยต่อ

“เพราะบ้านนี้ยังมีกาฝากทำให้ตระกูลเรายังมัวหมองอยู่ค่ะ”

                ตั้งแต่เกิดมา ศิริรักษ์ไม่เคยเกลียดใครเข้าไส้อย่างเด็กกำพร้าที่บิดา

ของหล่อนอุปการะเข้ามาอยู่ในบ้าน เลี้ยงดูอุ้มชูราวกับเป็นลูกอีกคน จน

บางครั้งศิริรักษ์น้อยอกน้อยใจที่ศิริวัฒน์เอาใจใส่ลูกนอกไส้มากกกว่าหล่อน

ทำให้ความเกลียดชังที่มีอยู่เป็นทุนเดิมแล้วทวีคูณเพิ่งขึ้นทุกวัน

                ชาร์ลีหรือคาร์ลอสไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับสายตาและคำถูกดูแคลน

จากศิริรักษ์แม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะความชินชาที่โดนหญิงสาวสาปแช่ง

มาตั้งแต่เด็ก ๆ จนบัดนี้ผิวหน้าของเขาได้ด้านชาไปหมดแล้ว

                “แล้วนี่ใครเชิญให้ขึ้นมาตึกใหญ่มิทราบ เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า

ไม่มีธุระสำคัญอะไรไม่ต้องสะเออะเสนอหน้าขึ้นมา!” ศิริรักษ์ยังต่อความยาว

สาวความยืดไม่หยุด ค่อนขอดอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งสงบ

                ศิริรักษ์ยอมรับว่าหล่อนแอบชอบคาร์ลอสสมัยเป็นเด็ก ชายหนุ่ม

คือเพื่อนและพี่ชายคนแรกที่หล่อนยอมเล่นด้วย เพราะความใจดีและยอม

หล่อนทุกอย่างทำให้ศิริรักษ์ปลาบปลื้มและประทับใจกลายเป็นความรัก

หล่อนเฝ้าดูคาร์ลอสเติบโตด้วยความภาคภูมิใจ เขาเป็นสุภาพบุรุษที่จิตใจ

ดีงามชอบช่วยเหลือผู้อื่น จนหล่อนแอบหวังว่าสักวันจะได้เป็นเจ้าสาวของเขา

ในอนาคต

                แต่ความฝันของของหล่อนต้องพังทลายลงเมื่อศิริรักษ์เดินทางกลับมา

จากต่างประเทศหลังจากท่องเที่ยวกับมารดาตอนหล่อนอายุได้สิบห้าปี

ความสัมพันธ์ระหว่างศิริรักษ์และคาร์ลอสก็เปลี่ยนไป บิดาของหล่อนได้พาไป

ผู้หญิงอื่นเข้ามาอยู่ในบ้าน ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือมารดาของคาร์ลอสนั่นเอง

สร้างความโกรธเคืองและเจ็บช้ำให้กับมารดาของหล่อนเป็นอย่างมาก

แต่เท่านั้นยังไม่พอ บิดากลับเชิดชูยกย่องสองแม่ลูกราวกับเป็นเมียและลูก

อย่างออกหน้าออกตา

                ศิริรักษ์ไม่อยากเชื่อว่าบิดาจะทำร้ายจิตใจหล่อนกับมารดาได้ถึง

เพียงนี้ ทั้ง ๆ ที่ก็ทราบดีว่ามารดาถือเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์อย่างมาก มารดา

ของหล่อนเป็นถึงคุณหญิงที่มีเชื้อสายสืบทอดมาจากเชื้อพระวงศ์ การที่มี

เมียน้อยจึงสร้างความขายหน้าให้มารดาอยู่ไม่น้อย แต่บิดาของหล่อนยัง

รับแม่ของคาร์ลอสเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ทำให้มารดารู้สึกถูกหยามเกียรติ

และเสียใจเป็นอย่างมาก จนในที่สุดทนจะอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้หญิง

อีกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียน้อยไม่ไหว จึงต้องย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน ที่สำคัญ

มารดาของหล่อนมีอาการป่วยจากโรคประจำตัวอยู่แล้ว เมื่อได้รับการกระทบ

กระเทือนทางจิตใจ อาการก็ยิ่งทรุดหนังลงอย่างรวดเร็ว ผลพวงจากการ

ตรอมใจทำให้มารดาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

                ศิริรักษ์ทั้งโกรธและแค้นสองแม่ลูก อยากจะฆ่าทั้งคู่ให้ตายตกตายจาก

ไปตามกัน ทว่ากรรมเดี๋ยวนี้มันติดจรวด เมื่อมารดาของหล่อนเสียชีวิตไป

ไม่นาน แม่ของคาร์ลอสก็เสียชีวิตตามไปด้วยโรคมะเร็ง

                บ่อยครั้งที่ศิริรักษ์พยายามทำเป็นไม่สนใจและไม่ใส่ใจว่ามีคาร์ลอส

อยู่ในบ้านด้วย แต่ศิริวัฒน์ชอบยกย่องและเชิดชูคาร์ลอสเทียบเท่าหล่อน

เสมอ

                “พอเถอะศิ พ่อเป็นคนเรียกชาร์ลีมาเอง” ศิริวัฒน์ปรามบุตรสาว

ด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ ไม่เข้าใจว่าศิริรักษ์จะจงเกลียดจงชังคาร์ลอสอะไรนักหนา

ทั้งที่เรื่องราวในอดีตก็ผ่านมาแล้วกว่าสิบปี

                ศิริรักษ์ถึงกับหน้าดึง เม้มริมฝีปากแน่น เจ็บใจที่บิดาคอยให้ท้าย

ถือหางให้คาร์ลอสตลอด ‘ใช่สิ! เราทำอะไร ๆ ก็ผิดไปหมด ไม่เหมือนลูกชาย

คนโปรด ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย’ ศิริรักษ์ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น

ถ้ามีทางที่สามารถทำให้เขากระเด็นออกไปจากบ้านได้ หล่อนพร้อมที่จะทำ

อย่างไม่รอช้า

                “นั่งก่อนสิชาร์ลี” ผู้อาวุโสสุดกล่าวอย่างเอ็นดูอีกฝ่าย เชาชอบเรียกชื่อ

ชาร์ลีมากกว่าที่จะเรียกคาร์ลอส “นั่งข้างคุณสินั่นแหละ ไม่ต้องนั่งที่พื้นหรอก”

ศิริวัฒน์เอ่ยบอกเมื่อเห็นคาร์ลอสทำท่าจะนั่งที่พื้น ทว่ากลับทำให้ศิริรักษ์

นั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าที่บิดาอนุญาตให้ลูกาฝากขึ้นมานั่งตีตัวเสมอเทียบเท่า

กับหล่อน

                “คุณพ่อ!” ศิริรักษ์ร้องเรียกบิดาอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจัง

ของศิริวัฒน์ หญิงสาวผู้ถือตัวก็ปลายตามองไปที่คนข้าง ๆ ก่อนจะสะบัด

พรืดเชิดใส่เขา

                ศิริวัฒน์ได้แต่ส่ายหัวกับกิริยาของบุตรสาวที่แสดงออกมาว่าชิงชัง

คาร์ลอสมากมาย แทบไม่อยากใช้อากาศร่วมหายใจด้วยซ้ำ

                “สวัสดีครับคุณประสิทธิ์” คาร์ลอสยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม

                “สวัสดีครับ สบายดีนะชาร์ลี”

                “ครับ”

                ฮึ! ก็แน่สิ อยู่บนกองเงินกองทองของคนอื่น จะไม่สุขสบายก็ให้

มันรู้ไป วัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไร ได้แต่ตามติดคอยเป็นสุนัขรัยใช้ ยาสเซอร์

มาบีเลท อดีตคนรักของหล่อน

                “วันนี้ศิมนัดกับเพื่อน คุณพ่อมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ”ที่บอกว่า

รีบเพราะไม่ใช่ติดนัดเพื่อน แต่รีบเพราะไม่อยากเจอขี้หน้าลูกกาฝาก เห็น

สีหน้าเรียบเฉยของคาร์ลอสเมื่อไรก็เกิดอาการหมั่นไส้เมื่อนั้น เพราะหล่อน

รู้ว่าเขามีนิสัยที่ไม่เรียบร้อยเหมือนหน้าตา ธาตุแท้ของเขาคือผู้ชายปากจัด

นิสัยเสีย ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่หล่อนก็ไม่หวังให้เขาแสดงความเป็น

สุภาพบุรุษกับหล่อนหรอก ความดีและความเป็นสุภาพบุรุษของเขามันจบลง

ตั้งแต่วันที่มารดาของหล่อนจากไปแล้ว

                “ใจเย็นลูก” ศิริวัฒน์มองนัยน์ตาบุตรสาวก็เห็นทะลุปรุโปร่งว่าหล่อน

ไม่ได้หมายความอย่างที่กล่าวออกมา “วันนี้ที่พ่อเรียกลูกและชาร์ลีมาก็เพื่อ

ให้ทั้งคู่ได้ฟังสัญญาที่พ่อมอบหมายให้คุณประสิทธิ์ได้ร่างเอาไว้”

                “แล้วทำไมต้องให้ไอ้...เอ่อ คุณชาร์ลีฟังด้วย” หล่อนกลับคำแทบไม่ทัน

เมื่อเห็นสายตาดุของบิดา ศิริวัฒน์ไม่ชอบให้หล่อนเรียกคาร์ลอสว่าไอ้ ใช่!

ต่อหน้าท่านหล่อนจะไม่เรียก แต่ลับหลังเมื่อไรสารพัดคำด่าจะออกมาจาก

ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นทันที

                “ลองฟังคุณประสิทธิ์เขาพูดหน่อยนะ” หันไปบอกบุตรสาวแล้ว

พยักหน้าให้คุณทนายได้กล่าวต่อ

                “คุณศิริวัฒน์ได้ให้ผมร่างสัญญาไว้ฉบับหนึ่งก่อนที่คุณผู้หญิงจะสิ้นใจ

โดยเนื้อความในสัญญามีดังต่อไปนี้ครับ คุณศิริวัฒน์ได้ร่างสัญญานี้ขึ้นมาเพื่อ

มอบกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นของตระกูล ได้แก่ คฤหาสน์

ตรวนทอง โฉนดที่ดินหนึ่งร้อยไร่ หุ้นบริษัทในเครือ รถห้าคัน เครื่องเพชร

ยี่สิบชุด และเงินสดให้คุณคาร์ลอส ส่วนคุณศิริรักษ์ซึ่งเป็นบุตรสาวเพียง

คนเดียวจะได้ส่วนแบ่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต่อเมื่อได้เข้าพิธีมงคลสมรสกับ

คุณคาร์ลอส แต่ถ้าหากคุณศิริรักษ์ปฏิเสธการแต่งงาน หรืองานแต่งงาน

ไม่สมบูรณ์ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของคุณคาร์ลอส

แต่เพียงผู้เดียว”

ศิริรักษ์ก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคู่สวยลุกวาวราวกับมีดวงไฟฝังอยู่

หล่อนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่บิดาทำลงไป

                ‘เห็นลูกกาฝากดีกว่าเราถึงขั้นยกสมบัติทั้งหมด มิหนำซ้ำยังจะให้

เราแต่งงานกับผู้ชายที่เราเกลียดแสนเกลียดอีก ให้ตายเสียดีกว่าที่จะยอม

ร่วมหอลงโลงกับพวกขี้ข้าที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเรา นี่ก็คงไป

พูดจาหว่านล้อมจนคุณพ่อยอมยกสมบัติให้ละสิ สารเลวที่สุด!’

                “คุณพ่อทำไมกับศิแบบนี้คะ ศิเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อ

แต่คุณพ่อกลับยกสมบัติให้ลูกขี้ข้าแถมยังจะให้ศิแต่งงานกับเขา ทั้ง ๆ ที่

คุณพ่อก็รู้ว่าศิเกลียดและชิงชังเขามาขนาดไหน แค่ใช้อากาศหายใจร่วมกัน

ศิก็รู้สึกว่าตัวเองสกปรกแล้วค่ะ คุณพ่อไม่เคยคิดถึงหัวอกของศิ ไม่รักศิ

ไม่เคยสนใจศิ เอาใจใส่แต่ไอ้ลูกโสเภณี ถ้าคุณพ่อคิดว่าเขาดีก็เชิญคุณพ่อ

แต่งงานกับเขาเองสิคะ แต่ศิบอกเลยว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับลูกกาฝาก

อย่างแน่นอน”

                ศิริรักษ์ระบายความอัดอั้นตันใจที่บ่มเพราะเป็นเวลานานแรมปี เหมือน

ภูเขาไฟที่กำลังปะทุก่อนจะระเบิดตูมใหญ่ออกมา

                “ไม่จริงนะลูก พ่อรักศิมาก แต่ลูกเองที่มีอคติและทิฐิกับชาร์ลีต่างหาก

ลูกถึงคิดว่าพ่อลำเอียง ถ้าหากลูกยอมเปิดหูเปิดตามองชาร์ลีใหม่ ลูกจะรู้ว่า

เขาเป็นคนดีมาก” ศิริวัฒน์ถอนหายใจออกมาอย่างเหรื่อยหน่าย หลังกล่าว

จบ ใบหน้าที่เคยอิ่มเอมบัดนี้มีริ้วรอยแห่งความหนักใจให้เห็น

                “ไม่!ศิไม่มีวันญาติดีกับคนที่พรากแม่ไปจากศิหรอก ศิจำวันนั้น

ได้ดี วันที่คุณแม่สิ้นลมอยู่ในอ้อมกอดของศิ ท่านบอกให้ศิสูเ อย่าให้สอง

แม่ลูกได้เอาอะไรจากเราไปอีก ศิเสียคุณพ่อให้ฝ่ายโน้นไปแล้ว ศิไม่มีทางยอม

เสียสิ่งที่เป็นของของศิไปอีก”

                ศิริวัฒน์เอือมระอากับความคิดของบุตรสาว แต่ไม่กล่าวโทษศิริรักษ์ที่

จะคิดอคติกับคาร์ลอส เพราะเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมาจากเขาเองที่

เป็นคนเริ่ม เพราะฉะนั้นเมื่อเรียนผูกจึงต้องเรียนแก้ การที่ทำสัญญาเช่นนั้น

มันมีเหตุผลแอบแฝงที่ไม่สามารถบอกกับศิริรักษ์ได้ตอนนี้ แต่เขาเชื่อว่า

สักวันศิริรักษ์จะเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ

                “สะใจแล้วใช่ไหมที่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างจากฉันไป แต่ฉันขอบอกไว้เลย

ฉันจะทำลายชีวิตคุณให้ย่อยยับด้วยมือของฉันเอง!” ท้ายประโยคศิริรักษ์

เน้นเสียงหนักแน่นเพื่อตอกย้ำสถานนะของคาร์ลอส แม้ว่าบิดาของหล่อน

จะยกระดับชายหนุ่มขึ้นมาเทียบเท่าหล่อน แต่หล่อนก็ยังคงเห็นเขาเป็น

แค่ลูกเมียน้อยที่ต่ำต้อยติดดิน เทียบอะไรกับนางหงส์อย่างหล่อนไม่ได้เลย

                “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะลูก” ศิริวัฒน์เตือนสติบุตรสาว

เขาไม่อยากให้หล่อนมีจิตอาฆาตต่อคาร์ลอส กลัวว่าหล่อนจะอยู่ไม่เป็นสุข

เพราะในใจรุ่มร้อนเต็มไปด้วยเพลิงแค้น

                “ศิรู้เสมอว่ากำลังทำอะไร คุณพ่อกับเขาเตรียมรับมือกับสงคราม

จากศิได้เลยค่ะ”ในเมื่อบิดาไม่เข้าข้าง ศิริรักษ์ก็ประกาศตัวเป็นศัตรูกับ

บิดาและคาร์ลอสเอาเสียเลย

                “ไม่เอาลูก พ่อแก่เกินไปที่จะเล่นสงครามเด็ก ๆ กับลูกแล้ว” ศิริวัฒน์

โบกมือไปมา ปฏิเสธที่จะเล่นเกมประสาทบุตรสาว

                “คุณท่านครับ ถ้าคุณศิเขาไม่เต็มใจ ผมว่ายกเลิกข้อตกลงเรื่องแต่งงาน

เถอะครับ’ คาร์ลอสเอ่ยขึ้น

                “ไม่ได้!” ศิริวัฒน์บอกเสียงแข็ง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกทั้งสองคน

ก็ต้องแต่งงานกัน จะโกรธหรือจะเกลียดขี้หน้ากันขนาดไหนก็ต้องแต่ง”

                “คุณพ่อ!” ศิริรักษ์ครางออกมาด้วยความตกใจ ตัวสั่นแทบยืนไม่อยู่

ขอบตาร้อนผ่าว สองมือกำแน่น บิดากำลังฆ่าหล่อนให้ตายทั้งเป็นชัด ๆ

                “ผมขอร้องเถอะครับคุณท่าน ผมสงสารคุณศิ” คาร์ลอสขอร้องศิริวัฒน์

ด้วยความเห็นใจศิริรักษ์เมื่อเห็นท่าทางตัวสั่นของหล่อน คงจะช็อกน่าดู

                “ไม่ต้องมาสมเพชและเวทนาฉัน คุณ มันจอมลวงโลก คุณสะใจ

ต่างหากใช่ไหมที่เห็นฉันพ่ายแพ้ แต่ฉันขอบอกไว้เลยว่าคนอย่างศิริรักษ์

ไม่เคยแพ้ใคร ตาต่อตาฟันต่อฟัน ในเมื่อคุณพ่ออยากให้ศิแต่งงาน ศิก็

จะแต่ง”

                “จริงหรือลูก” ศิริวัฒน์เอ่ยถามบัตรสาวด้วยน้ำเสียงดีใจ

                “ค่ะ ศิจะแต่งงานกับ” พูดจบศิริรักษ์ก็ปรายตามองไปที่คาร์ลอส

อย่างท้าตีท้าต่อย

                คาร์ลอสสลบสายตาหล่อน เข้าใจความหมายมันดีว่าหล่อนกำลังเริ่ม

ทำสงครามกับเขา คนอย่างศิริรักษ์ไม่มีทางตกลงอะไรง่าย ๆ ถ้าหล่อนไม่มี

แผนการอยู่ในใจ เขายอมรับว่าหล่อนสวย ฉลาด ทว่าขาดความรอบคอบ

ปล่อยให้ความคิดมืดดำเข้าครอบงำจิตใจจนบางครั้งทำให้หล่อนดูโง่เขลา

                “ชาร์ลีล่ะมีปัญหาไหม” คราวนี้ศิริวัฒน์หันไปถามฝ่ายชายบ้าง

                “ถ้าคุณศิตกลง ผมก็ยินดีครับ” คาร์ลอสตกปากรับคำด้วยน้ำเสียง

หนักแน่นก่อนจะหันไปมองใบหน้าสวยอีกครั้ง และก็ได้รับการตอบรับจาก

หญิงสาวด้วยการเบ้ปากใส่เขาอย่างดูหมิ่นดูแคลน

                งานฉลองมงคลสมรสของบุตรสาวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ

ต่างประเทศถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แขกส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานในครั้งนี้

เป็นเพียงแค่คนสนิทและคนที่ทำงานศิริวัฒน์เท่านั้น รวมนักข่าวที่ถูกเชิญ

มาเฉพาะงานฉลองตอนเย็น

                ร่างสูงบึกบึนในชึดทักซีโดแบบเรียบหรูยืนหน้าเครียดอยู่หน้าประตู

ทางเข้าโดยไร้เงาเจ้าสาว คาร์ลอสรู้ดีว่าศิริรักษ์ต้องการหักหน้าเขา จึงแกล้ง

ไม่ลงมาต้อนรับแขก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนทำแบบนี้ อย่างในพิธีหมั้น

ในตอนเช้า เจ้าหล่อนก็ทำไว้อย่างงามหน้ามาก พอเขาจะคว้ามือหล่อนขึ้น

มาสวมแหวนหมั้น หล่อนก็สะบัดมือออกอย่างฉับไว แล้วหยิบแหวนจากมือ

เขาเอามาสวมเองโดยไม่สนใจว่าแขกในงานจะนินทาอย่างไร

                คาร์ลอสคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าชีวิตหลังแต่งงานของเขาต้อง

ไม่มีความสุขอย่างคู่อื่น ๆ แน่ เพราะการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้มีพื้นฐาน

มาจากความรัก จะเรียกได้ว่ามีการเกลียดขี้หน้าและชิงชังกันเสียมากกว่า

เขาก็ไม่ได้หวังให้ศิริรักษ์รักเขา เพราะรู้ดีแก่ใจว่าหญิงสาวเกลียดเขายิ่งกว่า

อะไรในโลก และการตกปากรับคำของเจ้าหล่อนนั้นเชื่อได้ว่าต้องมีแผนการ

ร้าย ๆ แอบแฝงอย่างแน่นอน

                ในขณะที่คาร์ลอสกำลังคิดถึงชีวิตหลังแต่งงานของเขา ศิริวัฒน์ก็

เดินหน้าเคร่งเครียดเข้ามาหา

                “ลุงต้องขอโทษเรื่องศิริรักษ์ด้วยนะ ถือซะว่าการแต่งงานครั้งนี้ก็เพื่อ

ช่วยลุงแล้วกัน” ศิริวัฒน์กล่าวขึ้นอย่างเหนื่อยใจในตัวบุตรสาว

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจดี คนเราเมื่อโดนบังคับให้ทำในสิ่งที่

ไม่อยากทำก็ต้องต่อต้านเป็นธรรมดา ยิ่งคุณศิเขาไม่ชอบหน้าผมก็ยิ่ง

ไม่พอใจกันไปใหญ่”

                “เป็นความผิดของลุงเอง แต่ถ้าลุงไม่เดือนร้อนจริง ๆ ลุงจะไม่ทำอะไร

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

คาร์ลอส วาเลนติน เขาเคยถูกเธอเหยียบย่ำจนจมดิน จนเจ็บแค้นยากที่จะให้อภัยมาวันนี้เขาคือนักธุรกิจใหญ่ที่ร่ำรวยเงินทอง มีทุกอย่างเพียบพร้อม แต่ขาดเพียงสิ่งเดียวก็คือทายาทสืบสกุล เมื่อได้โอกาสทวงความแค้นคาร์ลอสไม่รอช้าลากผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นมาลงทัณฑ์ด้วยวิธีของเขาที่จะทำให้เธอจนจำไปตลอดชีวิต คือการมีลูกให้เขาเพื่อลบล้างหนี้ที่พ่อของเธอก่อขึ้นมา
 
 
 
            ศิริรักษ์ อภิรมย์ภักดี หญิงสาวที่เคยเป็นนางหงส์ที่งามสง่า แต่วันนี้เธอคือนางหงส์ปีกหักเพราะคาร์ลอส วาเลนตินเด็กในบ้านที่เธอดูถูกดูแคลน ตอนนี้เขาผงาดค้ำฟ้าจนเธอไม่อาจเอื้อม เขายื่นข้อเสนอในการลบล้างหนี้ของบิดาโดยการเป็นแม่อุ้มบุญให้ลูกของเขา เธอก็ไม่ต่างอะไรจากนางบำเรอเคลื่อนที่มีความสำคัญก็เพียงเครื่องผลิตลูกให้กับเขาเท่านั้น
 
 
           
 
           “ฉันจะบอกเอาไว้เลยนะคุณคาร์ลอส ต่อให้ฉันไม่มีเงินหรือไม่มีบ้านฉันก็ไม่มีทางหนีหนี้ ถ้าฉันจะหนีฉันคงไม่ตกลงมาเป็นนางบำเรอและเป็นแม่อุ้มบุญให้กับคุณหรอก ขอบคุณนะคะที่พูดออกมาตรงๆ มันทำให้ฉันรู้ว่าคนอย่างคุณมันน่าขยะแขยงขนาดไหน”
 
 
 
        “ผมถือว่านั้นเป็นคำชมนะเพราะคุณต้องทนนอนกับผู้ชายน่าขยะแขยงอย่างผมไปอีกนาน” เขายิ้มเยาะใส่เธอ
 
 
        ศิริรักษ์รู้สึกหมั่นไส้คนตรงหน้าจนอยากจะเข้าไปทำร้ายเขาให้หายแค้น หากเธอรู้ว่าเขามีความคิดสกปรกแบบนี้เธอจะไม่มีทางรักผู้ชายแบบเขาแน่ แต่น่าเสียดายที่เธอดันมาเห็นด้านขาวสะอาดของเขาเสียก่อนที่จะมาเจอด้านมืดอันแสนชั่วร้ายของเขา
 
 
        “ฉันก็ถือว่าให้ทานพวกสุนัขจิ้งจอกที่หิวโซ แลกกับการที่ฉันจะได้หลุดไปจากขุมนรกอเวจีแห่งนี้” ศิริรักษ์ตอกกลับเขาไปอย่างไม่ลดลาวาศอก สบตาแข็งๆ นั้นอย่างไม่เกรงกลัว
 
 
        “นี่คุณว่าผมเป็นสุนัขเลยเหรอ ฮะ!” คาร์ลอสโกรธจัดตรงเข้าไปกระชากแขนเรียวอย่างเอาเรื่อง
 
 
        “ฉันเจ็บนะ” ศิริรักษ์พยายามสะบัดตัวออก คาร์ลอสก็ตามมาคว้าเอวกอดรัดร่างของเธอไว้แน่น “ก็ใช่น่ะซิ ฉันไม่ว่าคุณเป็นสุนัขข้างถนนก็ดีเท่าไรแล้ว คุณมันเลี้ยงไม่เชื่องพ่อของฉันอุตส่าห์ชุบเลี้ยงคุณมาเป็นอย่างดี แต่คุณก็อกัตญญูไม่เคยคิดถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของท่าน” เธอไม่มีท่าทีสลดแถมยังเชิดหน้าต่อปากต่อคำกับเขาหมายจะทำให้อีกฝ่ายได้เจ็บใจอย่างที่เธอเป็น
 
 
        “อ้อ…ที่ผมทำลงไปทั้งหมดนี่เรียกว่าอกัตญญูงั้นเหรอ ผมรับใช้ครอบครัวของคุณ ยอมให้คุณแม่ของคุณและคุณโขกสับ ดูถูกโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ แถมยังช่วยพยุงบริษัทและใช้หนี้แทนพ่อคุณที่ไม่รู้ว่าน้ำหน้าอย่างคุณจะมีทางชดใช้ได้ไหม ถ้าไม่มีผม อ้อ! ยังไม่รวมกับเงินที่ส่งไปให้คุณถลุงใช้เล่นที่ปารีสอีกนะ ใครกันแน่ที่ไม่สำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน”
 
 
        “ฉันก็ไม่ได้ปล่อยให้คุณชดใช้ฟรีๆ นี่คะ คุณเอาฉันมาเป็นนางบำเรอพร้อมผลิตลูกให้กับคุณ แค่นี้มันก็เกินคุ้มกับสิ่งที่คุณเสียให้กับครอบครัวของฉันแล้วค่ะ” ศิริรักษ์คิดว่าการที่เธอยอมตกปากรับคำมาเป็นภรรยาของเขาก็เหมือนการชดใช้หนี้ในสิ่งที่ครอบครัวของเธอทำไว้กับคาร์ลอส และเธอก็หวังว่าสิ่งที่เธอทำไปทั้งหมดจะล้างบาปและล้างหนี้ที่ติดค้างกับเขาได้
 
 
        “นี่คุณคิดว่าตัวคุณมีค่ามากมายมหาศาลขนาดนั้นเชียวเหรอ” เขาแค่นหัวเราะ มองเธออย่างสมเพช “ผมจะบอกอะไรให้นะคุณจะได้ตื่นจากความฝันเสียที คุณก็เป็นแค่ผู้หญิงที่ใช้ร่างกายมาขัดดอกให้ผม แต่คนที่จะลบล้างหนี้ให้คุณทั้งหมดจริงๆ ก็คือลูกเท่านั้น อยากจะหลุดไปจากวงอโคจรแห่งนี้ก็รีบๆ ก็ทำตัวเป็นนางบำเรอให้น่าใช้บริการหน่อย ไม่ได้เก่งแต่ล้อต่อเถียงแบบนี้” พูดจบเขาก็ผลักร่างของเธอออก จ้องหน้าศิริรักษ์อย่างโกรธจัดก่อนจะเดินหน้าตึงออกไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังใส่เธอ
 
 
        ศิริรักษ์ล้มลงราวกับคนหมดแรงเจ็บปวด ร้าวระทมไปทั้งหัวใจ คาร์ลอสย่ำยีร่างกายของเธอยังไม่พอเขายังทำร้ายจิตใจของเธอจนแตกสลาย เขาทำให้เธอตาสว่างให้เลิกเพ้อฝันว่าเขาจะมีใจให้ผู้หญิงที่เขาเกลียดอย่างเธอ เธอมีค่าแค่นางบำเรอบนเตียงของเขาเท่านั้น

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2019