นาฏกรรมอำพราง (เรณี)

นาฏกรรมอำพราง (เรณี)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160002702
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 250.00 บาท 87.50 บาท
ประหยัด: 162.50 บาท ( 65.00% )

เนื้อหาบางส่วน

หญิงสาวมองฝ่าแสงแดดจ้าแสบตาออกไปข้างหน้า นี่มันหน้า

หนาวแน่หรือ ล่วงเข้าเดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่อากาศยังคงร้อน แม้จะ

ไม่อบอ้าวเหมือนในหน้าร้อนกับหน้าฝนก็ตาม เธอไม่อาจจะยกมือขึ้นมา

ปาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาข้างหูและหน้าผากได้ เพราะอ้อมแขน

ทั้งสองเต็มไปด้วยหนังสือปกแข็งภาษาอังกฤษเล่มหนาถึงสามเล่ม

แววเพชรเดินเข้าไปใต้ร่มต้นชงโคเพื่ออาศัยร่มเงาบดบังจากแสง

อาทิตย์จัดจ้ายามฟ้าไร้เมฆ เธอเงยหน้าขึ้นไปมองใบไม้ที่ดูคล้ายรูปหัวใจ

คว่ำ ก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงคำเปรียบเปรยของเพื่อนร่วมคณะบางคน

ของเธอว่า ใบไม้เหนือศีรษะของเธอคือ ‘ใบตูดเด็ก’

อีกไม่กี่สิบเมตรเธอก็จะเดินถึงตึกภาควิชาการละคร จะบอกว่า

เป็นตึกก็ไม่ถูกนัก เพราะภาควิชาการละครของคณะศิลปศาสตร์ใน

มหาวิทยาลัยที่เธอศึกษาอยู่นั้น ตั้งอยู่บนหมู่เรือนไทยประยุกต์ กล่าวคือ

ชั้นล่างก่อด้วยอิฐสีแดง แต่ชั้นบนสร้างขึ้นจากไม้ หลังคาทรงสูงลาดชัน

ชายคายื่นยาวออกมา มีชานกว้าง เรือนไทยสี่หลังเรียงกันอยู่คนละมุม

เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตรงกลางมีสระบัวขนาดย่อม ดอกบัวหลวงสีขาว

อมชมพูแทงยอดโอ้อวดสล้างอยู่กลางสระ ล้อมรอบด้วยดอกบัวดินหลาก

สี มีทั้งสีเหลือง สีม่วง และสีแดง

หมู่เรือนไทยนี้ดูแปลกแยกกับอาคารเรียนสูงหลายสิบชั้นที่รายล้อม

อยู่เหลือเกิน ทำไมภาควิชาการละครจึงได้รับสิทธิพิเศษแยกตัวออกมาอยู่

ท่ามกลางบรรยากาศอันสวยงามเช่นนี้ แทนที่จะอยู่บนตึกกระจกสูง

ทันสมัยเหมือนภาควิชาอื่นๆ แววเพชรไม่อาจจะเดาได้ อาจจะเป็นเพราะว่า

ที่ภาคฯ เป็นแหล่งรวมผู้ทรงคุณวุฒิชั้นครูด้านละครเวทีทุกสาขา และ

ศิลปินย่อมต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมอันสวยงามแตกต่างแบบนี้กระมัง

แววเพชรสูดหายใจเอากลิ่นสะอาดของไอแดดเข้าไปเต็มรัก

“อีกนิดเดียว” หญิงสาวปลอบใจตัวเอง

การจะต้องเดินฝ่าเปลวแดดจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้ามาถึงคณะ

พร้อมกับแบกหนังสือปกแข็งเล่มโตหนักหลายกิโลฯ ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย

แต่เธอก็มาถึงหมู่เรือนไทยประยุกต์จนได้ ก่อนจะเดินลัดสนามหญ้าเขียวขจี

เพื่อไปยังเรือนไทยดัดแปลงอีกสองหลังซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ทันใดนั้นดวงตารียาวปะทะเข้ากับด้านหลังของร่างสูงคุ้นตา ชาย

หนุ่มเจ้าของร่างนั้นกำลังจะเดินเลี้ยวหายเข้าไปในมุมอาคารเรือนไทยด้าน

ขวามือ หัวใจของแววเพชรเต้นแรง ขาเพรียวทั้งสองข้างสั่นไหว

“ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่หรอก” เธอเผลอพึมพำกับตัวเอง “ตาม

ไปดูให้แน่ดีกว่า” หญิงสาวยืดตัวตรง รวบรวมกำลังขาให้มั่น ก่อนจะวิ่งไล่

หลังชายหนุ่มลึกลับออกไปยังทิศทางเดียวกัน

แววเพชรซอยเท้าถี่ยิบ ลืมหนังสือปกแข็งอันหนักอึ้งในอ้อมแขน

เลี้ยวขวาตามเป้าหมายไปทันที แต่พอวิ่งพ้นจากมุมตึกเขากลับอันตรธาน

ราวกับละลายไปกับแสงแดดจัดจ้า เธอมองฝ่าเปลวแดดเต้นระริกไปยังสวน

มองผ่านสระบัวขนาดย่อมไปยังอีกฝั่ง แต่ไร้เงาคนที่เธอตั้งใจจะตามหา

มีเพียงแต่ดอกบัวหลวงชูช่อรับแสงอาทิตย์กับคลื่นน้ำต้องแสงตะวันระยับ

จับตา

“สงสัยจะเมาแดดมั้งเรา เพ้อไปใหญ่แล้ว” เธอสาวเท้าเข้าหาสระบัว

หยุดยืนตรงขอบสระซึ่งใช้อิฐสีน้ำตาลเข้มก้อนใหญ่ก่อขึ้นมาเหนือพื้นราว

หนึ่งเมตร มองสายน้ำเพื่อดับความร้อนและความกระวนกระวายในใจ

ฉับพลันเธอรู้สึกถึงไอร้อนจากฝ่ามือบนบ่า หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว สะบัด

หน้าหันขวับ

แววเพชรตาค้าง เธอต้องเมาแดด เมาแดดแน่ๆ หญิงสาวอ้าปาก

กว้าง ถอยหลังไปจนก้นแตะกับขอบสระบัวร้อนฉ่า ต่างจากร่างกายเธอ

เวลานี้ที่เย็นเฉียบ

ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มน้อยๆ เธอไม่อาจอ่านสายตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้

แว่นกันแดดสีชานั้นได้ เขาแต่งตัวเต็มยศ กางเกงสแล็กส์เข้ารูปขาสอบ

สีดำ เสื้อเชิ้ตลายทางสวมทับสูทพอดีตัวสีเทา ผมซอยสั้นไล่ลงมาตามคาง

สี่เหลี่ยมตามสมัยนิยมทำให้รูปหน้าของเขาดูอ่อนละมุนขึ้น

“สวัสดี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เพชร” น้ำเสียงทุ้มลงท้ายชื่อ

เรียกขานอ่อนหวานทำเอาแววเพชรตั้งตัวไม่ทัน

“ว้าย!” แววเพชรหงายไปด้านหลัง เธอยื่นหนังสือปกแข็งใน

อ้อมกอดออกไปตรงหน้าชายหนุ่ม เขาเลยคว้าได้แต่หนังสือสามเล่ม ส่วน

หญิงสาวตกลงไปในสระบัวโครมใหญ่

“เพชร!” ชายหนุ่มร้องเสียงหลง ถลาไปที่ขอบสระ แต่ทำอะไรไม่ได้

มาก ได้แต่ยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น เพราะหนังสือเล่มใหญ่เต็มมือทั้งสอง

ข้าง “เพชรเป็นอะไรหรือเปล่า”

โชคดีน้ำในสระบัวไม่ลึก หญิงสาวลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าจมลงไปในน้ำ

เธอยกมือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยโคลนขึ้นมาดู ใบหน้าเหยเก ชายหนุ่ม

กลั้นหัวเราะ

“พี่แนทบ้า ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีก เห็นไหมว่าเพชรเปียกไปหมด

ทั้งตัวแล้ว”

“อ้าว แล้วใครให้เพชรนึกสนุกอยากแช่น้ำกลางวันแสกๆ แบบนี้ล่ะ”

ชายหนุ่มรีบวางหนังสือเล่มโตลงบนพื้นหญ้าข้างกาย เขายื่นมือออกไปตรง

หน้าเธอ แต่หญิงสาวกลับหันหน้าหนี ยันตัวลุกขึ้นมาเอง ก่อนจะปีนออก

จากสระบัวอย่างทุลักทุเล

“พี่เพิ่งกลับจากลอนดอนได้...”

ครั้นวางเท้าทั้งสองข้างลงบนพื้นหญ้าได้ เธอก็หันกลับมาเผชิญหน้า

กับตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอตกใจจนแข้งขาอ่อน ซวนเซตกลงไปในสระบัว

ก่อนทำหน้าบึ้ง ดวงตาคม หางตาตวัดขึ้น ซึ่งในเวลาปกติใครๆ มักจะมอง

ว่าเธอดุอยู่แล้ว ตอนนี้จึงยิ่งดูแข็งกร้าวหนักกว่าเดิม

“ใครอยากรู้ไม่ทราบ” เสียงของแววเพชรแข็งไม่แพ้ดวงตา เธอก้ม

ลงมองสภาพเสื้อและกระโปรงนิสิตที่เปียกม่อลอกม่อแลก แถมยังเปื้อน

ดินโคลนด่างดวงเป็นจุดๆ จากนั้นก้มถอดรองเท้าสีดำส้นเตี้ยออกเทน้ำที่

ขังลงบนพื้นหญ้าทีละข้าง

“อี๋” เธอร้องเสียงดังด้วยความขยะแขยง

ชายหนุ่มร่างสูงที่เธอเรียกว่าพี่แนทยืนชั่งใจสักครู่ ก่อนจะเดิน

เข้ามาประชิดตัวอีกฝ่าย เขาถอดเสื้อสูทสีเทาซึ่งทอจากผ้าเนื้อดียี่ห้อดัง

ตัวนอกออก และเอื้อมมือข้างหนึ่งไปด้านหลังหญิงสาวเพื่อคลุมเสื้อลงบน

บ่าเธออย่างทะนุถนอม

แววเพชรไม่ทันจะขยับตัวหนีอย่างที่ตั้งใจ เสื้อตัวใหญ่ก็วางลงบน

บ่าเธอเรียบร้อยแล้ว

“เสื้อเพชรเปียกไปครึ่งตัวแล้ว พี่ว่าใส่เสื้อคลุมไว้ก่อนดีกว่า ไป

พี่จะพาไปส่งที่หอ สภาพนี้เพชรคงเข้าเรียนไม่ได้หรอก”

“ไม่ต้อง” เธอสะบัดหางเสียง “ไม่มีเรียนแล้ววันนี้ แค่จะเอาหนังสือ

ที่ยืมมาจากห้องสมุดฝั่งโน้นมาให้ครูแว่น”

ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “ถ้าอย่างนั้นพี่เอาหนังสือไปให้ครูแว่น

เอง พี่นัดครูไว้พอดี เพชรกลับหอไปเถอะ”

แววเพชรกำลังจะถอดเสื้อนอกออกจากตัว แต่ชายหนุ่มไวกว่า เขา

ก้มลงยกหนังสือปกแข็งสามเล่มขึ้นมา หมุนตัวกลับและก้าวเท้ายาวไปยัง

เรือนไทยหลังหนึ่งอีกด้านของสระบัว

“เดี๋ยว เอาเสื้อของคุณกลับไป...ด้วย” แววเพชรเสียงแผ่วลง เพราะ

ดูท่าชายหนุ่มจะไม่สนใจเสียงร้องเรียกของเธอ ไม่หันกลับมามองอีก

แม้แต่แวบเดียว

นิสิตสาวร่างกระปุ๊กลุกนั่งจดจ้องดึงฝีเข็มลงบนผ้าสีขาวที่ถูกขึงให้

ตึงไว้ด้วยสะดึงอันเล็ก เธอพุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่ลายปัก ไม่ได้สังเกตว่า

แววเพชรเดินลงส้นเข้ามา จนกระทั่งแววเพชรกระแทกก้นนั่งบนม้านั่งไม้

ฝั่งตรงข้าม อาริยาถึงได้รู้สึกตัว

“อ้าวเพชร” อาริยาเงยหน้าขึ้นจากผ้าปัก “แล้วนั่นไปโดนอะไรมา

ทำไม...” อาริยาไม่รู้ว่าจะบรรยายสภาพเพื่อนรักออกมาเป็นคำพูดได้

อย่างไร ผมสั้นระดับท้ายทอยของแววเพชรยุ่งและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ

เสื้อสีขาวตัวโคร่งกับกระโปรงสีดำยาวคลุมเข่าเปื้อนดินแห้งเกรอะกรังเป็น

ดวงๆ ขัดกับสูทผ้าคอตตอนเนื้อดีดูเรียบหรูที่เธอสวมทับเสื้อนิสิตเปียกชื้น

“ตกสระบัว”

“หา! ไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ”

“ตอนแรกฉันว่าจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อที่หอ แต่เหนื่อย ไม่ไหว

ขี้เกียจเดินแล้ว เดี๋ยวอาบในห้องน้ำสโมฯ ก็ได้ ใส่เสื้อยืดกางเกงเลที่อยู่

ในล็อกเกอร์ไปก่อน” แววเพชรตอบไม่ตรงคำถาม เธอมีเสื้อผ้าง่ายๆ เก็บ

ไว้ในตู้เก็บของที่คณะอยู่แล้ว ไว้เปลี่ยนยามที่ต้องอยู่ซ้อมละครดึกดื่น

“แล้วเพชรตกลงไปในสระบัวได้ยังไง” อาริยาถามซ้ำ แต่ยังไม่ทันที่

แววเพชรจะตอบคำถามอะไร ปณตเพื่อนสนิทของพวกเธอก็เดินเข้ามานั่ง

ข้างอาริยาพอดี

“เฮ้ย ไอ้เพชร แกส่งรายงานออกแบบแสงละครเรื่องนิมิตมายาหรือ

ยัง ฉันอยากขอดูฉากเปิดเรื่องหน่อย ตีบทไม่แตกว่ะ นางเอกเล่น

จินตนาการสุดโต่งซะขนาดนั้น”

“ดูน่ะดูได้ แต่ห้ามลอกนะ” แววเพชรสวนขึ้นมาทีเล่นทีจริง

“โอ๊ย...ระดับฉันต้องลอกแกด้วยเหรอ อย่าลืมนะโว้ย ว่าใครสอน

ให้แกผสมแสงให้ตรงกับอารมณ์ของละคร ไม่ใช่ฉันรึไง” ปณตคุยโว

ยกมือสองข้างขึ้นกอดอก มองตรงไปยังเพื่อนสาว ก่อนจะหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง

“นั่นแกไปคลุกโคลนที่ไหนมาวะ หัวเหอกระเซิงเชียว มอมแมมฉิบ...”

“ช่างฉัน ดันซวยไปเจอหน้าคนที่ไม่อยากเจอ เลยเสียศูนย์ไปหน่อย”

“ใครวะ คนที่แกไม่อยากเจอ แล้วแกเอาเสื้อนอกใครมาใส่วะนั่น

ราคาไม่น้อยเลยนะโว้ย ไม่เปื้อนหมดแล้วเหรอ”

“ช่างมันสิ ฉันไม่ได้ขอมาใส่ซะหน่อย” คำพูดเผ็ดร้อนหลุดออกจากริมฝีปากบางเฉียบ

“แกไปเจอใครมา สารภาพมาซะดีๆ” ปณตหรี่ตามองแววเพชร อาริยา

มองหน้าปณตที มองหน้าแววเพชรที ขณะที่แววเพชรอ้ำอึ้ง ท่าทางไม่ค่อย

อยากตอบคำถามนัก

“อย่ามาปิดเพื่อนดีกว่า ท่าทางคนที่แกเกลียดขี้หน้าจะรวยไม่เบา

ด้วย ฉันใส่เสื้อยี่ห้อนี้เป็นประจำ ราคามันเหยียบหมื่น”

“พี่แนท”

“พี่ศิวนพ!” อาริยาตื่นเต้นจนออกนอกหน้า เธอวางผ้าปักในมือ

ลงบนโต๊ะ

“พี่ศิวนพ...คนที่เป็นแฟนเก่าแกใช่ไหม” ปณตโพล่งออกมา

“หุบปากสุนัขของแกเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ณต”

“จ้า...แม่คู้น ทำไม...แสลงใจรึไง ตอนแกอยู่ปีหนึ่งเห็นตามติดกัน

เป็นเงา ไม่ว่าพี่แนทจะสั่งอะไรทำอะไร น้องเพชรจะต้องกุลีกุจอเข้าไปช่วย

ตลอด จนโดนหมั่นไส้ตั้งแต่เพื่อนปีหนึ่งยันรุ่นพี่ปีสี่” ชายหนุ่มยื่นหน้า

ยื่นตาเข้าหา หญิงสาวกำหมัดขึ้นโดยอัตโนมัติ เงื้อง่าเป็นเชิงขู่ แต่ปณตยิ่งกลอกตาไปมา

“พอที ทั้งสองคนเลย” อาริยาส่ายหัว เพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอ

ยั่วแหย่กันเช่นนี้เป็นประจำ “พี่แนทเขากลับจากอังกฤษตั้งแต่เมื่อไร แล้ว

เขากลับมาคณะทำไม” อาริยายิงคำถามเป็นชุด

“ฉันจะไปรู้เหรอ ถ้าเธออยากรู้ก็ไปถามพี่เขาเองสิ ฉันไปอาบน้ำ

เปลี่ยนเสื้อก่อน ทนไม่ไหวแล้ว” พูดจบแววเพชรก็ลุกขึ้นจากโต๊ะม้านั่ง

ก้าวฉับๆ ไปทางสโมสรนิสิตคณะ

“ดูซิ ไม่ทันได้เรื่องอะไรก็ไปซะแล้ว” อาริยาบ่นกระปอดกระแปด

แล้วหันไปทางปณต ซึ่งชายหนุ่มก็ได้แต่ยักไหล่แทนคำตอบ

“ณต แกก็เหมือนกัน รู้ทั้งรู้ว่าไอ้เพชรมันเฮิร์ตเรื่องพี่แนทมาก ยัง

จะไปแหย่มันอีก มันรักของมันจะตาย”

“รักแต่ว่าง่องแง่งกันทุกวัน พี่แนทน่ะเขาเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล เขา

ทนไอ้ท่าทางนักเลงอย่างมันไม่ไหวหรอก ไอ้เพชรโดนเขาด่าอยู่เรื่อยเรื่อง

ชอบไปมีเรื่องกับเพื่อนๆ พี่ๆ ในคณะ แกจำไม่ได้เหรอ ไอ้เพชรมันน้อยใจ

มาบ่นให้ฟังตั้งหลายหน”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพชรกับพี่แนทก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะเลิกกันนะ

แล้วส่วนใหญ่ที่ไอ้เพชรมันมีเรื่องน่ะสาเหตุก็มาจากพี่แนทนั่นแหละ พี่

เขาน่ะดังจะตาย ทั้งหล่อทั้งเก่ง สาวๆ ในคณะแอบชอบกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง

จะไม่ให้ไอ้เพชรมันโดนหมั่นไส้ได้ยังไง พอเพชรโดนแกล้ง คนอย่างเพชร

มีเหรอจะอยู่นิ่งให้เขาแกล้งฝ่ายเดียว ว่าก็ว่าเถอะ ฉันยังงงเลยว่าพี่แนท

มาชอบมันได้ยังไง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พวกสาวๆ สวยๆ ในคณะอิจฉา

ตาร้อนได้ยังไงเล่า”

“รักกัน แล้วทำไมไอ้เพชรถึงบอกเลิกพี่เขาล่ะ จำได้ไหมวันที่เราไปส่ง

พี่เขาไปเรียนต่ออังกฤษน่ะ”

“เรื่องนี้ไม่มีใครรู้หรอกนอกจากเพชร ฉันก็งงเหมือนกัน เพชรน่ะ

 ทั้งรักทั้งเทิดทูนพี่แนทอย่างกับอะไรดี อย่างว่า คนแสนดีเพอร์เฟกต์อย่าง

พี่เขามาชอบทั้งที เป็นผู้หญิงคนไหนก็ปลื้ม ถ้าไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัส

จริงๆ เพชรมันไม่ยอมบอกเลิกพี่แนทแน่”

“ก็ไม่แน่หรอกมั้งยา บางทีทะเลาะกันบ่อยๆ เข้า คนเรารักจะคบกัน

ก็ต้องมีความเห็นตรงกันบ้าง นี่อะไร พี่แนทรักความสงบ แก้ปัญหาด้วย

วิธีรอมชอม แต่ไอ้เพชรเอะอะมันก็จะบู๊ท่าเดียว”

อาริยาส่ายหน้าเป็นเชิงว่าจนใจที่จะวิเคราะห์สาเหตุแห่งรักร้าวของ

คู่รักที่น่าอิจฉาที่สุดในคณะ เมื่อครั้งที่ศิวนพเรียนอยู่ปีสุดท้าย ส่วนเธอ

กับเพื่อนยังเป็นเฟรชชี่น้องใหม่อยู่

ประตูกระจกถูกเลื่อนออก ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้า

เต็มหน้า ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ภาพโต๊ะทำงานสองโต๊ะ

ถูกแยกออกจากกันด้วยฉากกั้นไม่แตกต่างจากที่เขาเคยเห็นเมื่อสามปีที่

แล้ว ขณะนี้โต๊ะตัวหนึ่งทางซ้ายมือว่างอยู่ แสดงว่าเจ้าของออกไปทำธุระ

ข้างนอก ส่วนโต๊ะด้านขวา ศิวนพจ้องหญิงสาวผิวขาวราวกระเบื้องเนื้อดีที่

เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร

“ศิวนพ มาถึงแล้วหรือ” เสียงใสกังวานดุจระฆังเงินแว่วหวาน

ใบหน้าเรียวยาวภายใต้แว่นกรอบขาวลายดอกไม้สีสดยังคงสะกดให้ผู้มอง

ตรึงอยู่กับที่ได้ทุกครั้ง แม้วัยของเธอจะเลยสามสิบมานานจนใกล้จะแตะ

หลักสี่แล้วก็ตาม ศิวนพสงสัยมาตลอดว่าทำไมวนิสาถึงผันตัวเองมาอยู่

เบื้องหลังแทนที่จะก้าวสู่เบื้องหน้า ด้วยศักยภาพของเธอ ชายหนุ่มมั่นใจ

ว่าครูของเขาจะเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงได้ไม่ยาก

สงสัยจะเหมือนกับหญิงสาวร่างเพรียวที่เขาเพิ่งได้เจอะเจอก่อนจะ

                        (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

โรงละครนาฏยะเปิดม่านขึ้นอีกครั้งหลังจากปิดตายเพราะเหตุการณ์ฆ่าตัวตายปริศนาต่อหน้าผู้ชมนับร้อย บทละคร “ทิวาราตรี” นำพวกเขาไปสู่เงื่อนงำร้าย อันตรายกำลังรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า แรงรัก แรงแค้น แรงปรารถนา ถูกอำพรางไว้ภายใต้แผนฆาตกรรมอันแยบยล 
เหตุการณ์สปอตไลต์ตกลงกลางเวทีทำให้แววเพชรกลายเป็นผู้ต้องสงสัยฐานพยายามฆ่าเจรตา คนรักของศิวภพ ผู้เป็นอดีตคนรักของเธอ สืบสาวเรื่องราวยังไม่ทันกระจ่าง ไม่นานก็เกิดเหตุขึ้นอีก เธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปโดยปริยาย ทุกเหตุการณ์ทำให้ดูเหมือนว่าเธอเป็นฆาตกรโรคจิตที่เห็นภาพหลอนและฆ่าคน แววเพชรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ใครคือฆาตกรที่แท้จริง ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2022