นักสืบ. . . รักลวงพราง (ชาครียา)

นักสืบ. . . รักลวงพราง (ชาครียา)

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165001441
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 260.00 บาท 130.00 บาท
ประหยัด: 130.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

บรรยากาศภายในห้องทำงานขนาดใหญ่มืดทึบเพราะไม่ได้เปิดไฟ

มีเพียงแสงธรรมชาติทะลุเป็นลำผ่านหน้าต่าง นำสายตาไปสู่ภาพวาดสีนํ้ามันแบบ

ครึ่งตัวเท่าขนาดจริงของเจ้าของห้องชายวัยกลางคนที่ส่งสายตาคมเคร่งขรึมมอง

มาราวกับมีชีวิต จนท่าให้ผู้ก้าวเข้ามาในห้องเผลอหลบตาวูบ

เขาคือ อาทิตย์ วัชรฤกษ์ นักการเมืองที่ครํ่าหวอดในวงการการเมืองไทย

มาเกือบสามสิบปี และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด

ของเมืองไทยในยามนี้ ในยามที่พรรคชาวไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เขามักจะได้

เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ ตำแหน่งส่าสุดเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี แม้ใน

ยามที่ต้องเป็นพรรคฝ่ายด้าน เขาก็มักเป็นหนึ่งในหัวหน้าทิมฝ่ายค้านที่ทรงพลัง

และสร้างกระแสสั่นสะเทือนรัฐบาลได้เสมอมา

เมื่อลดระดับสายตา หญิงสาวเกือบหลุดเสียงอุทาน เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่

ในห้อง แต่ไม่คิดว่าจะเห็นเจ้าของห้องนั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ เขาเงย

หน้าขึ้นและเบิกตาอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นผู้มาเยือน จากนั้นก็กวาดรูปถ่ายที่วาง

กระจัดกระจายบนโต๊ะลงลิ้นชักอย่างรีบร้อนจนรูปบางใบกระเด็นตกลงบนพื้น

หน้าโต๊ะ หญิงสาวรีบสาวเท้าเข้าไปช่วยเก็บรูป เจ้าของห้องผลุนผลันเข้ามา

กระชากรูปถ่ายไปจากมือเธอด้วยมือที่สั่นเทา

“เข้ามาทำอะไรในห้องผม!” ตะเบ็งเสียงดังสั่นห้อง แม้แสงภายในห้องจะ

ไม่มากนัก แต่ก็มากพอที่จะทำให้เห็นดวงตาวาววับแสดงความโกรธจัด

หญิงสาวเบิกตากว้าง ลำพังการเผชิญหน้ากับบุคคลระดับรองนายก

รัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคการเมืองชั้นนำก็น่าเกรงขามพออยู่แล้ว แต่ความ

เป็นคนร่างใหญ่ โครงหน้าแข็งแรง และเครื่องหน้าเข้ม โดยเฉพาะคิ้วหนาและ

ดวงตาโตคมในเบ้าตาลึก ผสมกับใบหน้าที่บึ้งตึงโกรธกริ้วยิ่งทำให้นำพรั่นพรึง

ไปใหญ่ มิเพียงเท่านั้น ดวงตาคมกร้าวยังแดงกํ่าและเปียกชื้นเหมือนเพิ่งผ่านการ

ร้องไห้มาสดๆ ร้อนๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นอารมณ์สุดชั้วของนักการเมืองที่เคร่งขรึมและเก็บ

ความรู้ลึกจนได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า ‘รัฐมนตรีโบทอกซ์’ หรือ ‘รัฐมนตรี

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

ชาเย็นเมื่อเห็นหน้าผู้บุกรุกชัดๆ สีหน้าโกรธกริ้วของเจ้าของห้องก็เปลี่ยนเป็นตะลึงงัน

อรดา สันตินันท์!

พิธีกรข่าวชื่อดังเข้ามาในห้องของเขาได้อย่างไร

“ใครเชิญคุณมาที่นี่” แม้จะพยายามบังคับน้ำเสียงให้เป็นปกติแต่ก็ยังเจือ

ความขึงเครียดอยู่นั่นเอง

“อุ้มเองค่ะพ่อ” เสียงใสดังมาจากประตูราวกับรอจังหวะอยู่ก่อนแล้ว

หญิงสาวร่างสูงโปร่งผิวขาวจัดเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม เธอก้าวเข้า

มาพร้อมกับชายหนุ่มวัยเดียวกันผิวสองสีค่อนไปทางขาว และร่างสูง

ฝ่ายหญิงคือ ส.ส.สโรชา ส่วนฝ่ายชายคือ ส.ส.กิตติคุณ ลูกสาวและ

หลานชายนายอาทิตย์ ผู้ที่ลี่อมวลชนพากันขนานนามว่า ‘ลูกรักของพ่อ’ และ

‘หลานรักของลุง’ และเป็น ‘คู่ขวัญนักการเมือง’ กันมานานหลายปี

ผู้มาก่อนถอนหายใจโล่งอก ส.ส. สโรชาเข้ามาทันเวลาราวกับเสียงระฆัง

หมดยกก่อนที่นักมวยที่ตกอยู่ในภาวะคับชันอย่างเธอจะถูกน็อกคาเวที

ส.ส. สโรชาส่งเธอมาที่นี่เพื่อ ‘เซอรไพรส์’ ผู้เป็นพ่อ แต่การณ์กลับเป็นว่า

แทนที่จะประหลาดใจเขากลับมีอารมณ์เกินความประหลาดใจจนเกินความคาดหมายเสียนี่

“ที่ปรึกษาที่อุ้มบอกว่าจะพามาแนะนำตัวไงคะ”

อาทิตย์นิ่วหน้าแล้วหันไปมองหน้าผู้บุกรุกอีกครั้ง คาดไม่ถึงว่านักข่าว

และพิธีกรข่าวปากกล้าจะกลายมาเป็นที่ปรึกษาของลูกสาวไปได้

สโรชาหลิ่วตาและส่งยิ้มชื่นชมให้ที่ปรึกษาสาวที่สามารถกระตุ้นต่อม

แสดงอารมณ์ของผู้เป็นพ่อได้เกินความคาดหมาย ขนาดมีปัญหาการเมืองถึงขั้น

อาจถูกยุบพรรค เขายังสุขุมคัมภีรภาพจนคนรอบข้างต้องพลอยเก็บงำความตื่น

ตระหนกไปด้วย แต่เขากลับควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เมื่อโดนนักเล่าข่าวสาวจู่โจม

ถึงห้องทำงาน และประหลาดใจซํ้าสองเมื่อรู้ว่าหญิงสาวคนนี้จะมาเป็นที่ปรึกษา

ส่วนตัวของเธอ

ส.ส. หนุ่มจับตามองหญิงสาวแบบไม1คลาดสายตา เขาขัดตารอยยิ้ม รับการแนะนำตำแหน่งใหม่อย่างภาคภูมิของเธอยิ่งนัก เขาเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ก่อน เธอมาถึงบ้านไม่ถึงสิบนาที ทั้งแปลกใจระคนตกใจไม่แพ้อาทิตย์

แม้จะเพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้อ่านข่าวในรายการข่าวเข้าของสถานีโทรทัศน์

ยอดนิยมเพียงไม่ถึงปี แต่คนทั้งประเทศรู้จัก อรดา สันตินันท์ ดี ก่อนหน้านี้ใน

ฐานะนักข่าวการเมืองที่รายงานข่าวอย่างฉะฉานเฉียบขาดและถึงลูกถึงคนเกินวัย

เมื่อก้าวมาเป็นพิธีกรข่าวก็โด่งดังชั่วพริบตาในฐานะพิธีกรข่าวที่ใช้ความสามารถ เฉพาะตัวด่าเนินรายการแบบสนุกสนานเป็นกันเอง แต่ซ่อนดาบคมกริบด้วย

คำถามที่ชาญฉลาด ตรงจุด และกัดไม่ปล่อยเหมือนเด็กฉลาดช่างสงสัย ไม่กลัว

ใคร และจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้คำตอบที่พอใจ ว่าก้นว่าหากผลงานของเธอ

ยังคงเส้นคงวา เธอจะกลายเป็นนักเล่าข่าวหญิงที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของ

ประเทศไทย

‘ไม่ชอบเหรอ นึกว่าเป็นนักข่าวในดวงใจเสียอีก’ ตอน'นั้นสโรชากระเซ้า

เมื่อเขาต่อว่าต่อขานการแต่งตั้งที่ปรึกษาโดยไม่ปรึกษาใคร

‘เหตุผลสำคัญที่อุ้มเสือก อรดา สันตินันท์ มาเป็นที่ปรึกษาก็เพราะพี่กิตตินะ’

‘หมายความว่ายังไง’

‘อ้าว ก็เห็นเฝ้าดูเขาตั้งแต่เขาเป็นนักข่าวใหม่ๆ นึกว่าแอบชอบเสียอีก’

เขาตีหน้าดุ จริงอยู่ที่เขาเฝ้าคอยติดตามผลงานและการเติบโตของเธอตั้ง แต่เธอเริ่มเป็นนักข่าวเมื่อห้าปีที่แล้ว

จนกระทั่งมาเป็นพิธีกรข่าวในรายการ วิเคราะห์ข่าวที่กำลังโด่งดังในเวลานี้ แต่ไม่่ได้หมายความว่า

เขาอยากสานสัมพันธ์ ส่วนตัวหรือให้คนแบบนี้มา ‘คลุกวงใน’

ประสบการณ์การเมืองนับสิบปีทำให้เขาไม่เคยไว้ใจนักข่าว โดยเฉพาะ

นักข่าวแก่แดดแก่ประสบการณ์เกินวัยและหน้าตาคนนี้ เขาจะยินดีและต้อนรับ

เธอดีกว่านี้หากเธอไม่ได้มาที่นี่ในฐานะที่ปรึกษาของสโรชา

“ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยครับว่า อรดา สันตินันท์ จะลดศักดิ์ศรีตัวเองมาวิ่งตาม

ก้นนักการเมืองต้อยๆ” ส.ส. หนุ่มพูดกับเจ้าของห้องแต่ดวงตากสับจ้องเขม็งเพื่อ

ดูปฏิกิริยาของผู้ถูกกล่าวถึง

หญิงสาวยิ้มรับอย่างสงบ เก็บความรู้สึกไม่พอใจต่อทำทีไม่ไว้วางใจอย่าง เปิดเผยไว้ภายในอย่างมิดชิด

เธอไม่อยากเป็นศัตรูกับหนึ่งในทายาทการเมืองอันดับต้นๆ ของ ‘เป้าหมาย’ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้

ในใจหวนนึกถึงรอยยิ้มเมื่อแรกเห็นเธอซึ่งเต็มไปด้วยความเป็นมิตร แต่

เมื่อสโรชาแนะน่าฐานะใหม่ของเธอให้รู้จัก ริมฝีปากที่ยกยิ้มกลับค้างเติ่งและ

เปลี่ยนเป็นเหยียดตรง และนิ่วหน้าในที่สุด

เธอเพิ่งตระหนักในข้อกล่าวหาของเพื่อนๆ นักข่าวการเมืองว่า ส.ส. หนุ่ม

รูปหล่อผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนและเปิดเผยตามหน้าสื่อมวลชนทุกแขนง จนกลาย

เป็นขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองกรุงภายในเวลาไม่นานนักคนนี้ แท้จริงเป็น

คนระมัดระวังตัวและเก็บอารมณ์เป็นที่สุด เขาจะมืรอยยิ้มอ่อนโยนและเป็นมิตร

ก็ต่อเมื่ออยู่ในที่สาธารณะหรือหน้ากล้องเท่านั้น

เธอคิดถูกแล้วที่เข้าครอบครัวนี้ผ่านทาง ส.ส. สโรชา ผู้ที่มองโลกในแง่ดี

ที่สุดและระมัดระวังตัวน้อยที่สุด อาจเป็นเพราะส.ส. สโรชาไม1ได้ถูกวางตัว

ให้เป็นทายาทการเมืองของอาทิตย์มาตั้งแต่ต้น เธอถูกล่งไปเรียนต่อต่างประเทศ

ตั้งแต่เด็กจนจบปริญญาโท แล้วกลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่เมื่อทาง

พรรคเผชิญหน้ากับวิกฤติศรัทธาในนักการเมืองรุ่นเก่าเขี้ยวลากดิน ทางพรรคก็

ต้องการคนรุ่นใหม่มาดึงคะแนนเสียงจากคนเมือง เธอจึงถูกผู้เป็นพ่อขอร้อง

แกมออกคำสั่งสายฟ้าแลบให้ลงสมัคร ส.ส. ความห่างไกลจากแวดวงการเมือง

ทำให้เธอมีวิธีคิดและบุคลิกภาพที่แตกต่างจากคนในครอบครัว อย่างน้อยก็เรื่อง

การกำหนดระยะห่างของความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอย่างเข้มงวดจนกลาย

เป็นความไม่ไว้ใจ

ตรงข้ามอย่างลิ้นเชิงกับญาติผู้พี่อย่าง ส.ส. กิตติคุณ ผู้ซึ่งถูกกำหนดให้

เป็นทายาทการเมืองของอาทิตย์ตั้งแต่วัยเด็ก เขาเดินตามเส้นทางที่เป็นเหมือน

สูตรสำเร็จของนักการเมืองรุ่นใหม่คือ ไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่ชั้นมัธยมจน

จบปริญญาตรี กลับมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย และเป็นผู้ติดตามอาทิตย์

สักพักก็กลับไปเรียนต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศ จากนั้นก็ลงสมัคร ส.ส.

และได้รับตำแหน่งสำคัญๆ ตั้งแต่อายุยังไม่เต็มสามลิบปี เป้าหมายที่สูงส่งทำให้

เขาต้องระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เพื่อไมให้เกิดอุปสรรคขวากหนาม

ระหว่างหนทางสู่ตำแหน่ง

“เอมไม่ใช่พวกอุดมการณ์จ๋า คอยตามจิกกัดนักการเมืองจนนายกฯ

เรียกป้าหรือเกษียณคาทำเนียบหรอกนะคะ” พูดติดตลกพร้อมคลี่ยิ้มเพื่อผ่อน

คลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด

“คุณไม่ใช่คนพวกนั้นอยู่แล้ว อีกหน่อยคุณก็จะมีรายการเป็นของตัวเอง

นั่งดูพวกนักการเมืองต่อยตีกัน หยิบข่าวมาเล่าสนุกปาก เก็บเงินค่าโฆษณาเข้า

กระเป๋าเดือนละหลายล้าน สบายตัวสบายใจกว่าเดินตามกันส.ส. อย่างพวกเราตั้งเยอะ”

“เอมเป็นพวกชอบหาทางเลือกให้ชีวิตหลายๆ ทางค่ะ พอคนรู้จักหน้า

ค่าตามากขึ้นก็อยากเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักการเมืองดูบ้าง เหมือนพวกดาราใหญ่

นิยมทำไงคะ จะได้รู้ด้วยตัวเองว่าทำไมอาชีพนี้ถึงหอมหวานนัก เพราะฉะนั้น

จึงต้องหาโอกาสรู้จักเนื้อแท้ของการเมืองไร้ก่อน ถ้าถึงเวลาต้องเล่นการเมือง

จริงๆ จะได้สนุกและท้นเกม” รอยยิ้มแพรวพราวกับดวงตาเป็นประกายราวกับ

ได้ลิ้มรสความสนุกสนานที่เอ่ยถึงเรียบร้อยแล้ว

“คนอย่าง อรดา สันตินันท์ น่ะหรือจะเล่นการเมือง” เพ่งมองด้วยดวงตา

ดุจมืดคมกริบจี้ขู่ให้ผู้ร้ายปากแข็งยอมสารภาพความจริง เขาไม่ชอบทำทีเหมือน

นักแสดงเจ้าบทบาทของเธอเลย เพราะรู้ดีว่าแท้จริงเธอคิดอย่างไรกับนักการเมือง

แม้จะไม่เคยพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่เขายังจำได้ดีถึงเหตุการณ์เมื่อ

ห้าปีที่แล้วที่ทำให้เขาสะดุดตาและจดจำเธอได้ตั้งแต่สมัยเธอเข้ามาเป็นนักข่าว

หน้าใหม่ด้วยวัยเพียงยี่สิบปี ขณะนั่งฟังนักการเมืองรุ่นเก่าเขี้ยวลากดินของ

พรรคชาวไทยแถลงข่าวเรื่องความคุ้มค่าของโครงการขนส่งสาธารณะมูลค่าหลาย

หมื่นล้าน เธอตั้งค่าถามเรื่องส่วนแบ่งผลประโยชน์จนถูกไล่ออกจากห้องแถลง

ข่าว แต่เธอโวยวายไม1ยอมออก เป็นเหตุให้ต้องปิดการแถลงข่าวกะทันหัน

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอได้รับฉายา นักข่าววงแตก’ และเป็นดาวดวงใหม่

ในวงการนักข่าวการเมืองภายในชั่วพริบตา เป็นที่รู้กันว่าเธอเป็นนักข่าวที่แตก

ต่างจากนักข่าวทั่วไปคือไว้ตัว ไม่เคยเข้ามาทักทายพูดคุยกับแหล่งข่าวเพื่อสร้าง

ความสนิทสนมส่วนตัว ชอบตั้งค่าถามเชิงลบเหมือนมือคติต่อนักการเมือง

โดยรวม ดังนั้นการที่เธอบอกว่าอยากเป็นนักการเมืองจึงเป็นเรื่องน่าสงสัยยิ่งนัก

“ถ้าท่านอาทิตย์กับคุณกิตติช่วยสนับสนุนค่ะ” หันไปส่งยิ้มให้ทั้งอาทิตย์

และกิตติคุณ แต่ส.ส.หนุ่มรู้สึกขัดตารอยยิ้มร่าเริงแกมขี้เล่นผสมเจ้าเล่ห์ของเธอ

ยิ่งนัก ทำทางเหมือนนางงามประจบขอคะแนนจากกรรมการ

“จะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณเข้ามาในพรรคเราด้วยเจตนาบริสุทธิ์”

“โธ่...ล้าไม1ประทับใจพรรคชาวไทยจริงๆ เอมจะกล้าเอาชื่อเสียงที่กำลัง

โด่งดังมาเสียงกับการเสือกข้างหรือคะ” ตอบค่าถามเขา แต่หันไปสบตาหัวหน้า

พรรคเพื่อสำทับความจริงจัง

“ประทับใจพรรคเรา?” เธอไม่เคยแสดงความชื่นชมพรรคการเมืองใดอย่าง เปิดเผย

เขารู้ดีว่าไม่ใช่เพราะความเป็นกลางในฐานะเป็นสื่อมวลชน แต่เพราะ

เธอเป็นพวก ‘ขวางโลก’ และ ‘ตั้งข้อสงสัย’ ในความซื่อสัตย์ของนักการเมือง

ชนิดที่พร้อมจะซักถามแบบทีเส่นทีจริงและเหน็บแนมแบบ ‘กัดไม่ปล่อย’ เป็นเหตุ

ให้รายการของเธอได้รับความนิยมภายในเวลาอันรวดเร็วเพราะผู้ชมรู้สึกว่ามี

ตัวแทนไปไล่ถามจี้นักการเมืองได้อย่างถึงลูกถึงคน

“ใช่ค่ะ เอมอาจจะไม่ชอบนักการเมืองโดยรวม แต่ก็มีนักการเมืองในใจ

อยู่เหมือนกัน...เอมรู้จักท่านตั้งแต่จำความได้เลยนะคะ” ตอนท้ายหันไปพูดกับอาทิตย์อีกครั้ง

ชายหนุ่มชักสีหน้าเมื่อเห็นรอยยิ้มประจบประแจงของเธอ

อาทิตย์สบตาคมๆ ที่มีแววตามุ่งมั่นเกินวัยอย่างประหลาดใจ เขาเคยเห็น

เธอทางหน้าจอโทรทัศน์ เคยพบเธอในฐานะแหล่งข่าวกับนักข่าว แต่ไม่เคยสบตา

กันตรงๆ เช่นนี้มาก่อน ดวงตาของเธอฉายแววเจิดจ้าเสียจนเขาต้องเบนสายตา

มองไปทางอื่นเหมือนกลัวว่าเธอจะเจาะทะลุเข้าไปเห็นสิงที่เขาเก็บงำซ่อนเร้นภายใน

“แม่เอมเป็นแฟนพันธุแท้ของท่านค่ะ มีอัลบัมเก็บข่าวท่านตั้งแต่สมัย

เล่นการเมืองใหม่ๆ แม่บอกว่าสมัยก่อนท่านเป็นนักการเมืองที่อ่อนโยนแต่ฝีปาก

กล้า พวกสาวๆ คลั่งไคล้กันทั้งเมือง” คลี่ยิ้มที่ท่าให้ใบหน้าฉลาดแกมเจ้าเล่ห์

แปรเปลี่ยนเป็นแจ่มใสไร้พิษภัยราวกับนักเรียนมัธยมผู้ร่าเริงและมองโลกในแง่ดี

“เหมือนคุณกิตติตอนนี้” ว่าพลางทอดสายตาไปทาง ส.ส. หนุ่ม

“อย่าท่าเป็นเหมือนอยู่หน้ากล้องหน่อยเลยน่า” ส.ส. หนุ่มตวัดเสียงปราม

เขาไม่ชอบวิธีหยอดค่าพูดชื่นชมหรือเห็นอกเห็นใจที่เธอชอบใช้เพื่อหลอกล่อให้

ผู้ร่วมรายการหลงกลหลุดพูดความในใจออกมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นทักษะที่เธอถนัดนัก

“เอาเป็นว่าอุ้มแนะนำที่ปรึกษาของอุ้มให้รู้จักแล้วนะคะ” สโรชารีบสรุป ก่อนที่กิตติคุณจะต้อนอรดาจนมุม

หรือในทางกลับกัน เธอรู้ว่ากิตติคุณไม่พอใจ ที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับ อรดา สันตินันท์

เป็นคนท้ายๆ ทั้งๆ ที่เขาเป็น คนในครอบครัว และเป็นคนสำคัญในพรรค

เพื่อรักษาหน้าและต้องการแสดง อำนาจ เขาจึงพาลและจะไม่ยอมรับอรดาเข้าพรรค

อาทิตย์สบตาที่มุ่งมั่นเกินวัยคู่นั้นอีกครั้ง แม้จะเป็นดวงตาที่มีพลังบาง

อย่างรบกวนจิตใจ แต่ความหนักแน่นจริงจังของลูกสาว ประกอบกับเหตุผลของ

เธอที่ว่า หากไม่สนใจการเมืองจริงๆ อรดาคงไม่นำชื่อเสียงที่กำลังรุ่งโรจน์มา

เสี่ยงกับการเข้าพรรคการเมืองขนาดกลางและมีแนวโน้มจะถูกคู่แข่งทางการ

เมืองที่เงินหนากว่าบีบให้เป็นพรรคขนาดเล็ก และในฐานะผู้บริหารพรรค เขารู้ดี

ว่าการได้คนดังมาเสริมทีมเตรียมรอการเสือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึงในเวลา

อันใกล้ถือเป็นประโยชน์ต่อพรรค

“ยินดีต้อนรับครับ” อาทิตย์พูดหลังจากชั่งน้ำหนักครั้งสุดท้าย

สโรชายิ้มรับอย่างพอใจ แต่กิตติคุณส่ายศีรษะแสดงความไม่เห็นด้วย

(ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

 

รายละเอียด

สัญชาตญาณสื่อมวลชนปลุกให้ อรดา สันตินันท์ นักเล่าข่าวสาวชื่อดังอนาคตไกล ลุกขึ้นมาสืบหาเงื่อนงำการปลิดชีพตัวเองของมธุรส เพื่อนรักของมารดาที่ต้องโทษคดีฆาตกรรม และจากไปยี่สิบกว่าปีแล้ว อรดาใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีจนได้เข้าไป 'คลุกวงใน' กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมธุรสในอดีต ซึ่งก็คือครอบครัวนักการเมืองชื่อดังผู้ทรงอิทธิพล 
 
 
แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการสืบหาความจริงจากวัวสันหลังหวะที่ระวังตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะ ส.ส. กิตติคุณ ส.ส.หนุ่มรูปหล่อที่ไม่เคยไว้ใจและไม่เคยไว้หน้าเธอเลย หญิงสาวต้องงัดทักษะและไหวพริบที่มีออกมาใช้เพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์ล่อแหลม 
 
 
ยิ่งนานวันนักสืบจำเป็นยิ่งเข้าใกล้ความลับที่ถูกซ่อนเร้นอำพรางอยู่ หากส.ส.หนุ่มรูปหล่อจะไม่คอยขัดขวางทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทุกครั้งที่ตกอยู่ในอันตราย เขาคนนี้มักจะปรากฏตัวให้เห็น และไม่เคยลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วย 
 
 
บางที...นอกจากการสืบเงื่อนงำเรื่องราวในอดีตแล้ว เธออาจต้องค้นลึกลงไปในหัวใจใครบางคนด้วย มาร่วมตามหาความจริงไปกับ อรดา สันตินันท์ ใน นักสืบ...รัก ลวง พราง

รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จิตรางค์ | 1 รีวิว
24/08/2014

เรื่องนี้มีปมที่น่าติดตาม นางเอกเป็นนักข่าวจอมจุ้นที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว พระเอกเป็นนักการเมืองที่ซับซ้อนแต่ความจริงแสนจะน่ารัก บอกตามตรงว่าเสียดายพระเอก รำคาญความวุ่นวายสอดรู้สอดเห็นของนางเอกนักข่าวสาวมากมาย แต่ดีที่เรื่องนี้ไม่เน้นเรื่องความรัก น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบอ่านแนวสืบสวนสไตล์ไม่หนักไม่เบา เนื้อหามีกลิ่นอายของเรื่องการเมือง ไม่ขอสปอยล์มากเดี๋ยวจะไม่ได้ลุ้นกัน ส่วนตัวหนังสือนับว่าเล่มหนากำลังดีสำหรับแนวนี้ ภาษาอ่านง่ายเข้าใจง่าย ผูกปมน่าสนใจ ถ้าไม่เน้นเรื่องความรัก ยอมรับว่านักเขียนท่านนี้มีความสามารถให้เรียกว่ามืออาชีพได้จริงค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020