ทะเลลวง (ดารยา)

ทะเลลวง (ดารยา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160008421
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 240.00 บาท 156.00 บาท
ประหยัด: 84.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ต้องไม่ตาย

ชายหนุ่มย้ำกับตัวเอง พยายามคงสติเอาไว้ขณะที่กำปั้นจากชาย

ร่างกำยำกระแทกใบหน้านับครั้งไม่ถ้วน สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส

รู้สึกถึงเลือดเหนียวๆ ไหลอาบทั่วหน้า หมัดของคู่ต่อสู้รัวกระหน่ำ แต่เขา

กลับตอบโต้ได้ไม่มากเท่าใจต้องการ ร่างยักษ์ของฝ่ายตรงข้ามทำให้เขา

เสียเปรียบในการประลองกำลังครั้งนี้

ชายผิวคล้ำร่างใหญ่กว่ายังรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง จนฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเริ่ม

อ่อนแรง แต่ยังฝืนสู้ต่อทั้งที่หมัดของตนถูกส่งไปด้วยกำลังอันแผ่วเบาลง

ทุกที

จู่ๆ คนตัวโตกว่าก็หันไปคว้าไม้หน้าสามตรงหัวเรือเหวี่ยงเข้ากระแทก

ศีรษะชายหนุ่มเต็มแรงเสียงดังสนั่น เขาเซด้วยความมึนงง ก่อนจะถูก

ผลักจนเสียหลักพุ่งลงน้ำ แล้วอีกฝ่ายก็ออกเรือไปทันที

น่าแปลก! เมื่อร่างทั้งร่างของชายหนุ่มถูกโอบล้อมด้วยกระแสน้ำอุ่น

กลับกระตุ้นให้ทุกอณูในกายตื่นตัวขึ้นมา เกิดพลังผลักดันมหาศาลตาม

สัญชาตญาณ แขนขาซึ่งไม่ถูกทำร้ายมากนักขยับทันทีเพื่อพยุงกายไม่ให้

จมสู่ใต้ท้องทะเล สำนึกอันน้อยนิดบอกว่า เขายังตายไม่ได้ มีเรื่องมากมาย

ให้ต้องกลับไปสะสาง

เขาพยายามเบิกตามองรอบกายเพื่อหาทางรอดให้ตัวเอง แล้วต้อง

ประหลาดใจเมื่อเห็นเรือลำใหญ่ลอยตัวนิ่งอยู่ลิบๆ ร่างที่บอบช้ำเกิดพลังขึ้น

อย่างไม่น่าเชื่อ โถมตัวแหวกว่ายไปยังจุดหมายในทันที

 

แสงอาทิตย์ที่เล็ดลอดผ่านผืนน้ำลงมา ส่องให้เห็นภาพปะการังน้ำตื้น

อันแสนงดงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้โมย่าไม่น้อย หญิงสาวดำผุดดำว่าย

อย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลา เธอคิดไม่ผิดเลยที่มาดำน้ำเสาะหาแหล่ง

ปะการังสวยงามแห่งใหม่บริเวณนี้ ตามคำแนะนำของลุงแขกคนขับเรือคู่ใจ

ซึ่งได้ข่าวจากชาวบ้านบนเกาะว่าห่างไกลจากแหล่งดำน้ำที่มีอยู่เดิม มาทาง

ด้านตะวันตกมีกลุ่มปะการังน้ำตื้นแสนสวยซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนน้ำ แปลกใหม่

และอยู่ไกลจนยังไม่มีใครพานักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม เธอกับลุงแขก

ตกตะลึงเมื่อพบว่าโลกใต้น้ำแห่งนี้ยังใหม่สดเกินคาด สองคนดำน้ำเพลิน

แทบไม่ละสายตาขึ้นมาเลย

หญิงสาวว่ายไป ชื่นชมปะการังไปอย่างรื่นรมย์ ไร้ความอ่อนล้า

สมกับเป็นลูกทะเล อยู่กับน้ำและอาศัยบนเกาะตั้งแต่เกิด ขณะกำลังทอด

สายตามองโลกใต้น้ำอันน่าตื่นตาตื่นใจผ่านหน้ากากดำน้ำ จู่ๆ ภาพงาม

ก็ถูกบดบังด้วยร่างมหึมาที่กำลังจมดิ่งลงสู่พื้นทะเล

โมย่าว่ายเข้าหาร่างนั้นแบบไม่ต้องคิด เธอคว้าคอเสื้อเขาแล้วฉุด

ร่างใหญ่ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ทันทีที่ศีรษะโผล่พ้นน้ำ เขาก็สำลักออกมา

หญิงสาว ตั้งสติ เมื่อเห็นว่าเธอคงไม่สามารถลากชายร่างยักษ์คนนี้ไปถึงเรือได้โดย

ลำพัง จึงกวาดตาไปรอบๆ เห็นลุงแขกว่ายตรงเข้ามาหาพอดี

โดยไม่ต้องมีคำพูด คนขับเรือผู้เชี่ยวชาญการช่วยชีวิตก็คว้าร่าง

ชายนิรนามไปจากมือเธอ ว่ายพาร่างไร้สติเข้าสู่ตัวเรือลำใหญ่สีขาวที่จอดนิ่ง

 

อยู่ สองคนช่วยกันพยุงเขาขึ้นเรืออย่างทุลักทุเล จัดให้นอนคว่ำบนพื้น

ท้ายเรือ แล้วลุงแขกก็ยกชายโครงของชายนิรนามขึ้นลง เพื่อไล่น้ำออก

จากทางเดินหายใจและกระเพาะ น้ำปริมาณไม่น้อยไหลออกจากปากและ

จมูกของเขาจนเกิดสำลัก ไอหน้าดำหน้าแดง

“ยังไม่ตายครับคุณโมย่า โชคดีจริงๆ”

ลุงแขกบอกเธอเบาๆ ขณะจับร่างยักษ์นอนหงายหันศีรษะไปด้านข้าง

เพื่อให้น้ำที่คั่งค้างไหลออกสะดวก แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างโมย่าบนพื้นเรือ

หญิงสาวเอื้อมมือไปอังจมูกผู้ประสบชะตากรรมเพื่อความมั่นใจว่าเขายัง

มีชีวิตอยู่

“ท่าทางเพิ่งจมไม่นานนะลุงแขก”

เธอเปรยไม่ละสายตาไปจากร่างใหญ่ในชุดลำลอง เสื้อยืดสีขาวกับ

กางเกงสั้นแค่เข่าสีครีม ใบหน้าชายนิรนามยับเยินด้วยบาดแผลสีแดงช้ำ

มีเลือดไหลซิบๆ บวมเป่งทั้งหน้า ทำเอาโมย่าใจคอไม่ดี หวั่นเกรงว่าเขา

จะสิ้นชีพไปต่อหน้าต่อตา เสียงลุงแขกเอ่ยต่ออย่างคนคุมสติได้

“ลุงว่าเรารีบพากลับรีสอร์ตก่อนดีกว่า ลุงจะวิทยุบอกให้คนเอา

เรือเร็วไปรับหมอมาช่วยดูอาการที่เกาะ ขืนพาเขาไปโรงพยาบาลบนฝั่งคง

ไม่ทันกาลแน่”

“ก็ดีนะ ลุงแขก รีบไปกันเถอะ”

ชายผิวคล้ำหน้าคมสมชื่อผลุนผลันไปยังห้องเครื่อง เสียงเครื่องยนต์

เรือดังกระหึ่ม ก่อนนาวาจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มสปีด

บ่งบอกถึงความร้อนใจของคนบังคับหางเสือ

 

เขายังคงนอนไร้สติบนเตียงในห้องรับรองแขก ใบหน้าบวมปูด

ถูกทำแผลอย่างดี ปิดผ้าก๊อซไว้หลายจุด เสียงนายแพทย์ประจำครอบครัว

เอ่ยขึ้น สีหน้าเป็นกังวล

“ผมเย็บแผลให้หมดแล้ว ต่อจากนี้คงต้องเปิดล้างแผลทุกวันเพื่อ

ป้องกันการติดเชื้อ อันที่จริงคุณโมย่าน่าจะพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล

นะครับ บอกตรงๆ ผมไม่มั่นใจเลย คนถูกทำร้ายหนักขนาดนี้อาจกระทบ

กระเทือนถึงสมองด้วย ผมเกรงว่าถ้าทิ้งไว้นานอาการจะยิ่งหนักมากขึ้น”

“ถ้างั้นเราพาเขาไปโรงพยาบาลดีมั้ยคะแม่ ลุงแขกว่าไง” โมย่าหัน

ไปขอความเห็นผู้ใหญ่อีกสองคนที่ยืนอยู่ในห้อง นางทัดดาวผู้เป็นมารดา

ยังไม่ทันตอบ ลุงแขกซึ่งตัดสินใจเร็วกว่าก็รีบบอก

“อย่าเพิ่งเลยดีกว่าครับคุณโมย่า คุณหมอตรวจร่างกายคนเจ็บ

เบื้องต้นแล้วไม่ใช่เหรอครับ เห็นว่ายังไม่มีอาการทางสมอง สภาพของเขา

เหมือนถูกทำร้ายแบบนี้ ผมเกรงว่า ถ้าเราพาไปโรงพยาบาลเรื่องจะยุ่ง

ตำรวจต้องเรียกไปสอบสวน รีสอร์ตเราจะได้รับผลกระทบไปด้วย เผลอๆ

อาจตกเป็นผู้ต้องหา อีกอย่างเขายังไม่ฟื้น ถ้ายังไงรอให้เขารู้สึกตัว สอบถาม

อะไรกันก่อนดีมั้ยครับ”

ประโยคสุดท้ายลุงแขกหันไปหาแนวร่วม ซึ่งดูจะได้ผล นางทัดดาว

พยักหน้าช้าๆ

“แม่เห็นด้วยกับนายแขกจ้ะโมย่า ไม่อยากให้เรื่องใหญ่โตถ้าถึงหู

ตำรวจ จะวุ่นไปกันใหญ่”

เมื่อเสียงเป็นเอกฉันท์โมย่าจึงหันไปบอกนายแพทย์หนุ่มใหญ่

“ถ้าอย่างนั้นให้เขาพักรักษาตัวที่นี่ไปก่อนนะคะคุณหมอ โมย่า

สัญญาจะให้คนคอยเฝ้าดูคนเจ็บเอาไว้ตลอด ถ้าเขาอาการทรุดลงจะรีบ

โทร. ไปแจ้งคุณหมอทันที” มือบอบบางเสยผมบ๊อบสั้นอย่างลวกๆ สีหน้า

ยังมีแววกังวลไม่น้อย

“ก็ได้ครับ ถ้าคุณโมย่าต้องการอย่างนั้น แต่ที่สำคัญต้องคอยสังเกต

ถ้าคนไข้มีอาการปวดศีรษะมากขึ้น บ่นว่ามองเห็นไม่ชัดหรือซึมลงเรื่อยๆ

ต้องรีบโทร.หาผมทันทีนะครับ จะได้ส่งตัวไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เช็ก

ว่ามีเลือดออกในสมองรึเปล่า” คุณหมอกำชับแข็งขัน

“ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ”

หญิงสาวยกมือไหว้ ก่อนหันไปบอกชายสูงวัยที่อยู่รับใช้พ่อแม่ของ

เธอมาตั้งแต่เจ้าตัวยังหนุ่ม ลุงแขกสนิทกับครอบครัวเธอจนเหมือนญาติ

คนหนึ่ง ชายผิวเข้มหน้าคมคายนี้ทำงานได้ทุกหน้าที่ หนักเท่าไรก็ไม่เคยบ่น

“หลังจากเขาฟื้นโมย่าตั้งใจจะให้เขาพักชั่วคราวอยู่ในเรือนพักคนงาน

ด้านหลังรีสอร์ต ห้องลุงแขกออกจะกว้าง ให้เขาไปนอนด้วยอีกคนคงได้

นะคะ”

“ได้ครับคุณโมย่า พอฟื้นก็ให้ไปพักกับลุง จนกว่าจะดีขึ้นแล้วกลับ

บ้านได้”

“ไม่ได้นะ อะไรกันเนี่ยยายโมย่า ฉันไม่เข้าใจเลยว่าแกคิดอะไรอยู่”

เสียงใสตะโกนขัดขึ้นมาพร้อมกับร่างบอบบางของเจ้าของเสียงถลาเข้าหา

เพื่อนอย่างร้อนใจ

“ทำไมล่ะริน แค่ให้เขาพักชั่วคราวจนกว่าจะมีญาติมารับกลับบ้าน”

โมย่าอธิบาย

เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทสองคนทำท่าจะเปิดศึกเถียงกันอีกยาว นาง

ทัดดาวก็เชื้อเชิญคุณหมอออกไปจากห้อง เตรียมให้ลุงแขกขับเรือไปส่ง

บนฝั่ง พอประตูปิดลงเสียงน้ำรินก็ดังลั่นขึ้นมาทันที

“แกคิดยังไงฮะโมย่า ไม่เห็นสภาพเหรอ ดูก็รู้ว่าอีตานี่โดนทำร้าย

ร่างกายมา บอบช้ำซะขนาดนี้”

คนพูดชายตามองชายนิรนามใบหน้ายับเยินที่นอนไร้สติอยู่บนเตียง

ก่อนบอกต่อเสียงแข็ง

“คอยดูเหอะ ถ้าเราช่วยเขาไว้นะ เรื่องยุ่งยากต้องตามมาแน่ๆ แก

คิดดูสิ ถ้าเขาเป็นโจรไปปล้นฆ่าแล้วหนีมาล่ะ หรือถ้าเป็นไอ้พวกอันธพาล

ที่ขัดผลประโยชน์กันจนโดนซ้อมน่วมขนาดนี้ หรือว่า...”

“พอๆๆ ยายริน แกคิดมากไปแล้ว” โมย่าปรามเพื่อนสาว มือเรียว

แตะบ่าให้ฝ่ายนั้นสงบสติอารมณ์ลงหน่อย “ฉันไม่ได้บอกว่าจะให้นายคนนี้

อยู่กับเราตลอดไปนะ แค่รอให้เขาฟื้นจนอาการดีขึ้น คุณหมอก็บอกว่า

ตอนนี้อาการเขาสาหัสมาก ต้องรอดูอาการไปก่อน”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ไปรอดูอาการที่โรงพยาบาลล่ะ” คนพูดเสยผม

ยาวสลวยขึ้นไป ก่อนทอดถอนใจ

“เขาสลบอยู่ ขนย้ายลำบากนะริน แกเป็นนักกายภาพมาก่อนน่าจะ

รู้ดี แล้วเราไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจด้วย อีกอย่างคุณหมอเต็มใจมาดูอาการ

ให้ที่นี่ เพราะปกติท่านชอบมาเที่ยวรีสอร์ตของเราอยู่แล้ว ท่านบอกเองว่า

ไม่ลำบากเลย”

โมย่าพยายามค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็นซึ่งไม่ใช่ปกติวิสัยของเธอ

แต่สถานการณ์นี้กลับทำให้นิสัยของสองคู่หูสลับขั้วกัน...คนใจเย็นสมชื่อ

อย่างน้ำรินกลับดูร้อนรน ในขณะที่คนใจร้อนอย่างโมย่ากลับสงบ มีเหตุผล

ขึ้นมาได้

“เอะอะก็อ้างคุณหมอ แกนะแก หาเรื่องแท้ๆ แล้วสภาพคนเจ็บดูได้

เสียที่ไหน บวมฉุไปทั้งหน้า นี่คงไปทะเลาะกับใครแล้วเขาจับโยนลงทะเล

หรือบางทีอาจเป็นโจรสลัดมือใหม่ พอปล้นไม่สำเร็จ เจ้าของเรือเลยจับฆ่า

ทิ้งลงน้ำซะเลย” น้ำรินยังคาดเดาเกินจริงไปอีกยาวถ้าโมย่าไม่รีบขัดขึ้น

“เฮ้อ...ไปกันใหญ่แล้วเพื่อนฉัน ถึงขั้นโจรสลัดโน่นเลย”

โมย่าปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ เข้าใจดีว่าเพื่อนหวังดีกับเธอขนาด

ไหน ถ้าไม่หวังดีและรักกันจริง น้ำรินคงไม่ยอมเปลี่ยนงานมาช่วยเธอลุย

ทำรีสอร์ตแห่งนี้หรอก

“งั้นก็ตามใจแกนะ ฉันเห็นว่าเรากำลังพัฒนารีสอร์ตแข่งกับบายฮาร์ต

รีสอร์ตอะไรนั่นอยู่ด้วย แค่เรื่องงานก็ยากพอสำหรับเราสองคนอยู่แล้ว

แกก็รู้ดี”

ทำไมโมย่าจะไม่รู้ การที่จู่ๆ เธอต้องบินกลับจากอังกฤษมารับงาน

ต่อจากบิดาผู้เสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจนั้นเป็นภาระใหญ่หลวง

ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเพราะเธอกำลังคว้าง หวาดกลัวกับสิ่งที่ต้องเผชิญ

น้ำรินเพื่อนรักจึงสงสารถึงขั้นยอมลาออกจากงานนักกายภาพบำบัดมา

ช่วยเธอบริหาร ‘รีสอร์ตปลายฟ้า’ แห่งนี้ให้ดำเนินต่อไป

“ฉันรับรองนะริน จะไม่ให้เรื่องของชายแปลกหน้านั่นมารบกวน

งานในรีสอร์ตเราเลย” โมย่าให้คำมั่น

“ขอให้มันจริงเถอะ” น้ำรินเหน็บเบาๆ ก่อนดักคอ “แล้วก็อย่ามาให้

ฉันวุ่นกับคนไข้คนนี้ด้วย ลืมไปได้เลยนะว่าฉันเคยเป็นนักกายภาพบำบัด

ฉันรู้แต่วิธีทำกายภาพให้คนป่วย แต่ไม่ถนัดเรื่องดูแลบาดแผลหรือคอย

พยาบาลใคร”

ออกตัวจบเพื่อนสาวก็ผลุนผลันจากไป โมย่ายืนอยู่ข้างเตียง ทอด

สายตาสำรวจชายร่างสูงใหญ่ที่ดวงตาบวมเป่งยังปิดสนิทบนเตียงนอน

ใบหน้าที่บวมช้ำทำให้บอกไม่ได้ว่าเขาดูอันตรายตามคำเตือนของน้ำริน

หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ บาดแผลฟกช้ำไปทั้งใบหน้านั้นทำให้เขาดูน่ากลัว

ไม่น้อย หญิงสาวได้แต่ภาวนา...ขออย่าให้เธอต้องพบเรื่องวุ่นวายเพราะ

ชายคนนี้เลย

 

“ช่วย...ด้วย”

ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาจากริมฝีปากบวมช้ำแผ่วเบา แต่เป็นแรง

กระตุ้นให้โมย่าลุกพรวดจากเก้าอี้มายืนข้างเตียงได้ภายในไม่กี่วินาที เธอ

ไม่ได้นั่งเฝ้าเขาไว้ตลอดเวลาก็จริง แต่คำพูดแรกจากปากชายนิรนาม เธอ

กลับมาได้ยินเข้าพอดี

หญิงสาวกวาดตามองหาลุงแขกซึ่งเพิ่งผลัดกันไปกินข้าว เมื่อไม่เห็น

จึงตัดสินใจว่าจะแค่คุยกับชายแปลกหน้าโดยรักษาระยะห่างไว้ก่อนเพื่อ

ความปลอดภัย เธอไม่ลืมคว้าไม้เบสบอลซึ่งแอบวางไว้ใกล้มือไปด้วย

“คุณ ฟื้นแล้วใช่มั้ย เจ็บตรงไหนบ้าง” เธอรู้สึกว่าช่างเป็นคำถาม

ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย เพราะตอบเองยังได้ว่าฟื้นแล้วสิถึงพูดได้ และต้อง

เจ็บไปทั้งใบหน้าสิ เพราะเจ้าตัวทำหน้าเหยเกเสียขนาดนั้น แต่ทำไงได้ล่ะ

เธอไม่รู้จะหาคำไหนมาทักทายนี่นา

                              (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

วันหนึ่ง…ที่เกาะรูปหัวใจ ทะเลได้พัดพาชายหนุ่มความจำเสื่อมมาให้ โมย่า สาวน้อยหน้าหมวยได้ผูกพัน เขาผู้ซึ่งไม่มีใครวาดฝันทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้เธอ และรีสอร์ตปลายฟ้าเพื่อสร้างรังรักในอนาคต แม้น้ำรินเพื่อนรักจะทักท้วงว่า วันหนึ่งเขาอาจจะไม่ใช่ “ทะเล” คนเดิมที่เธอรู้จัก แต่ไม่วายเธอเผลอใจรักเขาจนได้ 
ทั้งที่กำลังจะสาบานรักร่วมกัน กลับมีสาวสวยอุ้มท้องมาทวงสิทธิ์ภรรยา เขากลับไปยังที่ที่จากมา ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันงดงามและแสนหวาน เธอบอกตัวเองให้ตัดใจ แต่แล้วเขาหวนกลับมาฟื้นความจำและสานต่อสัญญารัก…โมย่าคงทำใจยอมรับได้ หากเขาเป็นทะเลคนเดิมที่คุ้นเคย ไม่ใช่ “นที” จอมเจ้าชู้ผู้มากรักจนยากจะรับมือไหว! 

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021