ดุจคำอธิษฐาน (ชมจันท์)

ดุจคำอธิษฐาน (ชมจันท์)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160005321
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 240.00 บาท 120.00 บาท
ประหยัด: 120.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

                               พรแรก...เส้นทางของดวงดาว

เหนื่อย!

หญิงสาวร่างสูงระหงหุ่นเพรียวลม เจ้าของตำแหน่งทอปโมเดลของ

เมืองไทย กวาดตามองต้นไม้ ใบหญ้า ขุนเขา และเส้นทางสูงชันข้างหน้า

อย่างทดท้อ ก่อนจะเหลียวมองคนที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ข้างกายด้วยแววตาขุ่นๆ

เธออยากจะบ้าตาย!

ทำไมชีวิตที่ควรจะรื่นเริงบันเทิงใจ มีแสงสีสาดส่องกระทบร่าง

อยู่ตลอดเวลาในมหานครอันกว้างใหญ่ช่วงใกล้วันสงกรานต์เช่นนี้ จะต้อง

มาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่แบบนี้ด้วย

ไหนยายเพื่อนตัวดีแนะนำว่าให้เธอเดินทางมาหลบพักรักษาใจจาก

ข่าวฉาวๆ ที่พม่า ดินแดนอันแสนสวยงาม เงียบสงบ และโรแมนติก

เหมาะแก่การหลีกหนีนักข่าว หรือการขุดคุ้ยเรื่องราวที่จะทำให้วุ่นวายใจ

อยู่ตอนนี้เป็นที่สุดอย่างไร

แล้วนี่มันอะไร...ธรรมชาติที่แสนสวยงดงามกำลังจะฆ่านางแบบ

สาวอย่างเธอให้ตายทั้งเป็น!

ดุจดารา เวชวรการ สาวสวยทันสมัยในวัยยี่สิบห้ากว่าๆ ไม่คิดเลย

จริงๆ ว่าเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันร่มรื่นจะทั้งกันดารลำบากลำบน

และติดต่อสื่อสารกันยากขนาดนี้ เธอน่าจะเฉลียวใจสักนิดว่าที่นี่คือ

ประเทศปิด ที่เพิ่งจะทำการเปิดประเทศเมื่อไม่นานมานี้

ไม่น่าเชื่อยายรัชมล...เพื่อนสาวตัวแสบเลยจริงๆ หญิงสาวคิดอย่าง

ขุ่นเคือง

แม้จะโกรธ โมโห และเหนื่อยหอบจนหายใจหายคอไม่ทันจากการ

เดินเท้าแทบขาลาก ทว่าดุจดาราก็ไม่สามารถจัดการกับเพื่อนตัวดีได้

ในเมื่องานนี้เจ้าหล่อนเป็นเพียงคนแนะนำ แต่ไม่ได้เดินทางมากับเธอด้วย

ดังนั้นคนที่พอจะรองรับอารมณ์หงุดหงิดของดุจดาราได้ดีในตอนนี้ก็มี

เพียงแต่เพียรศิลป์...แฟนหนุ่มของเพื่อนสาวตัวแสบที่ยืนยิ้มแหยอยู่แบบ

ไม่รู้ร้อนรู้หนาวคนนี้นี่แหละ

หญิงสาวเจ้าของใบหน้ารูปไข่ ดวงตาคม ทว่าฉายแววหวานซึ้ง

จึงไม่รอช้า รีบถามเสียงเขียวทันที

“ไหนว่าอีกไม่ไกลไงล่ะ” เธอหอบหายใจ หันขวับมาเอาเรื่องเพียรศิลป์

จนเส้นผมหยักศกดำขลับยาวระบั้นเอวปลิวไสว

“ก็ไม่ไกลจริงๆ นะดาว ผมขึ้นลงเขาลูกนี้มาปีกว่าแล้ว ยังฟิตปั๋ง

อยู่เลย คุณเห็น...ไหม”

คนพูดยกมือยกไม้เบ่งกล้ามโชว์ แต่ปลายเสียงกลับต้องแผ่วลง

เมื่อเห็นนางแบบสาวส่งค้อนวงใหญ่มาให้ แถมยังทำปากขมุบขมิบเหมือน

จะแยกเขี้ยวใส่เขาอยู่รอมร่อ

“เอาน่า...เดินอีกนิดเดียวนะ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” หนุ่มหน้าตี๋ที่สวมแว่น

กรอบสี่เหลี่ยมสีดำเอ่ยอย่างเอาใจ แต่คำตอบที่ได้รับคือการสะบัดหน้าใส่

เขาจึงรีบเสนอต่อ

“นั่งเสลี่ยงไหม...ให้เขาแบกไป แค่พันเดียวเอง เดี๋ยวผมออกให้”

แล้วคนพูดก็หัวเราะแหะๆ ให้เธออีกครั้ง ก่อนจะควักกระเป๋า

สตางค์ขึ้นมาเตรียมจ่ายตามคำพูด

ทว่า...นอกจากความหวังดีของเพียรศิลป์จะไม่ได้ทำให้อารมณ์ของ

ดุจดาราดีขึ้น กลับกันหญิงสาวยิ่งหัวเสียหนักมากเข้าไปอีก เมื่อหันไปมอง

เสลี่ยงที่อีกฝ่ายว่า แล้วต้องยืนกลอกตาไปมาอย่างระอา

ภาพเบื้องหน้าคือเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งวางอยู่ มีไม้ไผ่ลำเขื่องสองท่อนมัด

ขนาบพนักพิงไว้ทั้งสองด้าน ถัดออกมามีผ้าสีดำพาดอยู่ทางปลายเท้าไว้

สำหรับวางขา พร้อมด้วยคนตัวดำหน้าเหี้ยมอีกสี่คนที่ยืนประกบ เหมือน

จะตั้งท่าพาเธอไปฆ่ามากกว่าจะไปส่ง

ไม่! หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็ไม่มีวันนั่งบนเสลี่ยงไม้เก่าๆ แบบนี้

แน่นอน ใครจะรับประกันได้ว่าเก้าอี้มันจะไม่ผุพังลงมา ทำให้เธอร่วงหล่น

ระหว่างที่นั่งอยู่จนถึงขั้นพิการ ที่สำคัญ...คนแบกอาจจะแกล้งพาเธอเดิน

หลงไปไกลถึงไหนต่อไหนก็ไม่รู้ ดูสายตากลัดมันของพวกเขาที่จ้องมอง

เธอสิ อย่างกับกำลังรอเหยื่ออันโอชะด้วยความหื่นกระหายเสียกระนั้น

แล้วอย่างนี้จะให้เธอกล้าขึ้นไปนั่งได้อย่างไรกัน ถ้าโดนทำมิดีมิร้าย...ใคร

จะช่วย

“ว่าไงดาว สนใจไหม” เสียงของเพียรศิลป์ช่วยฉุดดุจดาราจาก

ภวังค์อันเลวร้าย

ไม่ต้องรอให้คนข้างกายถามซ้ำ คำตอบก็หลุดออกจากกลีบปากอิ่ม

อย่างรวดเร็วโดยพลัน

“ไม่!”

เสียงแข็งๆ ที่ตะโกนออกมาจนเกือบจะเป็นตะคอก ส่งผลให้คนฟัง

ทำหน้างุนงง ดุจดาราจึงรีบดึงแขนอีกฝ่ายให้เดินหลบมุมมาอีกทางหนึ่ง

ก่อนจะกระซิบกระซาบขยายความ

“ศิลป์จะให้ดาวนั่งเสลี่ยงไปกับคนพวกนั้นได้ยังไง คุณไม่เห็น

สายตาที่พวกเขามองดาวรึ อึ๊ย...ขนลุก” ดุจดารายกมือขึ้นลูบต้นแขนด้วย

ความเสียวสยอง ขนลุกขนพองไปกับมโนภาพในหัวเมื่อครู่

“บ้าน่ะดาว คิดมากไปแล้ว” คนที่พอจะเข้าใจความนัย รีบอธิบาย

แทนจำเลยในความคิดของนางแบบสาว “พวกเขาก็มองลูกค้าคนอื่นอย่างนี้

เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่มีอะไรหรอก”

“จะไม่ให้คิดได้ยังไงล่ะ ลองนึกดูสิ ถ้าเกิดพวกนั้นแกล้งพาดาวหลง

เข้าไปในป่าในเขาขึ้นมา ศิลป์ว่าดาวจะเหลืออะไรกลับบ้านไหม”

“โอ๊ย...ไปกันใหญ่แล้วดาว คนที่นี่เขาก็ตาวาวเวลาเห็นลูกค้ากัน

ทั้งนั้นแหละ ถ้าได้ลูกค้าเยอะๆ พวกเขาก็จะยิ่งได้เงินได้ทองไปเลี้ยงดู

ครอบครัวมากขึ้นเท่านั้นน่ะ”

แม้คำอธิบายของเพียรศิลป์จะฟังดูมีเหตุมีผล ทว่าสำหรับคนที่มี

แต่ความทรงจำอันเลวร้ายอย่างดุจดารา จนกระทั่งเป็นเหตุให้หวาดระแวง

ชิงชังใน ‘ความมักง่าย’ ของมนุษย์ผู้ชาย กลับรู้สึกไม่ใคร่คล้อยตามสัก

เท่าไหร่นัก

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชาย อย่างไรก็ต้องเข้าข้างกันเองอยู่แล้วละ...คนคิด

แอบแบะปากอย่างไม่ชอบใจ

“เอาเถอะ...ไม่ว่าศิลป์จะพูดยังไง แต่ดาวขอยืนยันคำเดิมว่า ดาว

ยอมเหนื่อยเดินขึ้นไปเองจะดีกว่า สบายใจ ปลอดภัยกว่ากันเยอะ” ดุจดารา

สะบัดค้อนใส่อีกฝ่าย แล้วกัดฟันก้าวขาอันหนักอึ้ง แบกสังขารเดินนำหน้า

ขึ้นไปก่อน โดยมีเสียงตามหลังมาให้รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ

“ผมแล้วแต่คุณนะครับดาว ขออย่างเดียว...อย่าบ่นผมทีหลังก็แล้ว

กัน”

ผู้ชาย...ผู้ชาย...แล้วก็ผู้ชาย...เธอเกลียดคำคำนี้ที่สุด!

เพราะมันคือต้นเหตุของความยากลำบากที่ทำให้เธอต้องระเห็จมาถึง

ย่างกุ้งนี่อย่างไรล่ะ!

หญิงสาวใช้เวลานั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ หนึ่งชั่วโมงมาลงสนามบิน

ที่นี่ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อขาแตะพื้นและสายตาเหลือบแลเห็นเพียรศิลป์

ที่มารับปุ๊บ เจ้าตัวก็เอ่ยปากบอกเธอแค่สั้นๆ ทันทีว่า

‘เราต้องเดินทางไปที่พระธาตุอินทร์แขวนกันต่อเลยนะ’

ตอนนั้นดุจดาราไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะไม่เคยได้ยินชื่อเสียง

เรียงนามของพระธาตุที่เขาว่า ไม่เคยเห็น ไม่เคยมา จึงไม่รู้เลยว่าการเดินทาง

ไปนั้นเป็นเช่นไร ได้แค่เพียงพยักหน้ารับรู้ แต่ใครจะคิดล่ะว่าการตัดสินใจ

ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว จะทำให้เธอต้องพานพบกับความเหนื่อยยาก

แสนเข็ญถึงขนาดนี้

จากท่าอากาศยานมิงกาลาดง เมืองย่างกุ้ง เธอต้องใช้เวลานั่งรถที่มี

ผู้โดยสารยืนเบียดเสียดตลอดทั้งคันอีกห้าชั่วโมง เพื่อเดินทางมายังเชิงเขา

ไจก์ทิโย สถานที่ตั้งของพระธาตุอินทร์แขวน โชคยังดีที่เพียรศิลป์จองตั๋ว

เดินทางไว้ให้เธอก่อน หญิงสาวจึงมีที่นั่ง ไม่ต้องยืนเบียดกับคนอื่นๆ

เพียงแค่ทนร้อน หายใจร่วมกับผู้คนทั้งคันรถ แถมบางช่วงยังมีกลิ่นเหงื่อ

โชยมาเป็นระยะๆ ซึ่งแค่นั้นก็มากเกินพอแล้วสำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับ

ความลำบากอันใดในชีวิตเลย

ครั้นรถบัสเดินทางมาถึงเชิงเขาลูกใหญ่แล้ว ดุจดาราก็นึกดีใจว่า

คงจะพ้นจากสภาพแออัดเป็นปลากระป๋องเสียที ทว่าความยากลำบากที่ไม่ได้

อยู่ในความคาดหวังของการมาย่างกุ้งกลับมิยอมจบลง เธอยังต้องเดินทาง

ต่อโดยรถบรรทุกจากตีนเขาขึ้นไปอีกครึ่งชั่วโมง

ระหว่างทางที่สัญจรไปยังจุดหมาย ดุจดาราต้องทนเบียดเสียด

ยัดเยียดกับผู้คนที่เดินทางรอนแรมยาวไกลเพื่อมาสักการะพระธาตุ โดย

นั่งอยู่บนแผ่นไม้ยาวๆ ที่วางพาดโครงเหล็กข้างตัวรถ ซึ่งทำเป็นที่นั่งอย่าง

ง่ายๆ ขณะที่รถขับไป คนบนรถต่างก็โยกตัวไปตามเส้นทางอันแสนขรุขระ

จนเธอต้องทำตัวลีบและกลั้นหายใจเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะไม่อาจทน

กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ซ้ำยังนึกรังเกียจผิวกายชื้นเหงื่อของบรรดาผู้โดยสาร

ที่ซึมไหลหยดย้อยเปียกโชกเต็มแผ่นหลังและท่อนแขนไปหมด ทำเอา

นางแบบสาวถึงกับนั่งเซ็งด้วยสีหน้าเอียนๆ

หลังจากลงรถบรรทุก ดุจดาราก็แทบกระโดดโลดเต้นด้วยความ

ดีใจ แต่ในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา รอยยิ้มสดใสก็พลันเลือนหายไปจาก

ใบหน้างามโฉบเฉี่ยว เธออยากร้องไห้ดังๆ เหมือนคนบ้า เมื่อเพียรศิลป์

บอกเธอว่า

‘จากนี้เราต้องเดินขึ้นไปอีกสองกิโลนะ’

‘สองกิโล!’

ตอนนั้นดุจดาราแหวออกไปเสียงดัง ยิ่งเมื่อเห็นพาหนะที่อีกฝ่าย

ชักชวนให้ใช้บริการแล้วก็จำต้องส่ายหน้า แต่ในตอนนี้เธอชักไม่อยากเล่นองค์

แล้วรีบกระโดดขึ้นไปนั่งบนเสลี่ยงไม้ผุๆ เสียแล้วสิ จะได้ไม่ต้องทนทรมาน

ขาตัวเองให้เมื่อยด้วยการเดินทางชันขึ้นเขา ต้านแรงโน้มถ่วงของโลก

เกือบชั่วโมงอยู่อย่างนี้ ถ้าเพียงแต่คนแบกจะมีใบหน้าที่ดูไว้ใจได้มากกว่าที่

เธอเห็นอีกสักหน่อยละก็นะ...

‘ยังไม่ถึงยอดเขาอีกหรือ’

ดุจดาราร้องโอดครวญอยู่ในใจขณะแหงนหน้ามองขึ้นไปยังทาง

เบื้องบน ซึ่งทอดตัวไปอีกไกลโพ้น พาลโบ้ยความผิดทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้

เธอต้องมาทนทรมาทรกรรมผจญภัยในต่างแดนครั้งนี้ให้พวกผู้ชาย

มักมาก

เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากแรงราคะของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้หลัก

ผู้ใหญ่ในคณะกรรมการการจัดงานเดินแฟชั่นโชว์สากลภายใต้คอนเซปต์

‘เริงร่ารับหน้าร้อน’ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ ประเทศไทย โดยผู้หลักผู้ใหญ่

คนดังกล่าวได้ส่งกะเทยร่างยักษ์อย่างซันนี่ เจ้าของห้องเสื้อผู้โด่งดังมา

ต่อราคาค่าตัวราวกับเธอเป็นสาวขายบริการราคาถูก

ใครจะยอม!

เธอไม่ใช่และไม่มีวันเป็นอย่างแน่นอน!

ความโมโหชั่ววูบที่แล่นพล่านในตอนนั้น กระตุ้นให้ดุจดาราทำเรื่อง

เสียมารยาทต่อหน้าธารกำนัล เสียงฮือฮาหลังจากการซ้อมเดินแบบที่ยัง

ดังก้องอยู่ในสมอง ช่วยกระตุกสติสัมปชัญญะให้เธอรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่า

เธอลงมือกระทุ้งจุดยุทธศาสตร์ของผู้ใหญ่ท่านนั้นเข้าไปเต็มเปาแล้ว

และหลังจากวันอันแสนอับโชค เจ้าของฉายา ‘ดาวมือฟาด’ ‘ดาวมือ

ตบ’ และ ‘ดาวจอมเหวี่ยง’ ที่สื่อบันเทิงทุกหัวต่างก็พร้อมใจกันขนานนาม

ให้เธอ จึงได้ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันแตกต่าง

จากทุกคราวที่ผ่านมา เมื่อคนที่เธอเล่นงานดันเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง

ของวงการบันเทิงในประเทศ

ความผูกใจเจ็บที่ถูกดุจดาราสร้างความอับอาย ทำให้เจ้าตัวใช้

อิทธิพลที่มีทุกทางกลั่นแกล้งบีบไม่ให้เธอได้งาน แถมยังต้องเสียตำแหน่ง

สุดยอดนางแบบสาวดาวค้างฟ้า...ผู้ที่จะได้สวมชุดฟินาเลขึ้นโชว์เป็นคน

สุดท้ายในงานเดินแบบสากลระดับชาติไปด้วย

ความเสียใจที่พลาดโอกาสงาม ทำให้เธออับอายจนไม่อยากโผล่

หน้าออกไปไหน แต่อย่างไรมันก็ไม่เจ็บใจเท่ากับเรื่องที่ได้รู้หลังจากนั้นว่า

คลอเดีย...นางแบบสาวคู่แข่งได้เป็นคนสวมชุดฟินาเลแทน เพราะเจ้าหล่อน

ใช้จริตมารยาและความสวยไต่เต้าเข้าไปพัวพันกับผู้ใหญ่หัวงูผู้ทรงอิทธิพล

คนนั้น แถมยังพูดจาทิ่มแทงเธอสารพัด จนแย่งงานนี้ไปได้เป็นผลสำเร็จ

แต่ไม่ใช่ด้วยความสามารถล้วนๆ อย่างดุจดารา

แน่นอนว่าหลังจากวินาทีแรกที่ได้ทราบข่าวการปลดตัว ดุจดารา

ย่อมรู้สึกยอมรับได้ยาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการนิ่งเฉยรอให้

เรื่องซาไปเอง เพราะถึงอย่างไรเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ

เธอไม่ยับยั้งชั่งใจ ใช้อารมณ์ชั่ววูบตัดสินปัญหา ทั้งที่มารดาก็คอยอบรม

บ่มนิสัยกุลสตรี สอนงานบ้านงานเรือน ให้ร่ำเรียนศิลปะ บันเทิง รวมทั้ง

ร้องรำทำเพลง การเต้น และการเข้าสังคมอยู่ไม่ขาดตั้งแต่เล็กแต่น้อย

เธอมันโง่เองที่ดันชะล่าใจ หลงคิดว่าผู้ชายที่เข้ามาก้อร่อก้อติกที่

โดนเธอสวนกลับด้วยการสาดน้ำใส่หน้าบ้างละ เอาดอกไม้ปากลับไปบ้างละ

นั้นยอมรามือไปง่ายๆ เพราะที่ผ่านมาเหตุการณ์มันไม่เคยเลวร้ายกลายเป็น

                         (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เหตุเพราะเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ประตูดินเข้าไส้ ทอปโมเดลอย่างดุจดาราเลยลืมตัว เผยอกระทุ้งจุดยุทธศาสตร์ขาใหญ่ในวงการแฟชั่นจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง และต้องระเห็จไปรับงานเดินแบบที่พม่าแทน เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าที่ดินแดนกันดารแบบนี้จะเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลัง พระธาตุอินทร์แขวนที่เหมือนจะลอยตัวอยู่ตรงปลายภูผาอย่างน่ามหัศจรรย์ทำให้เธอบังเกิดความศรัทธา กระทั่งหลับตาอธิษฐานของให้ได้พบผู้ชายดีๆ เมื่อลืมตาขึ้น...ชายหนุ่มร่างสูงกำยำ ดวงตาเรียวยาวเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ สอดรับกับจมูกโด่งงุ้มและริมฝีปากหยักก็ปรากฏแก่สายตา หัวใจของดุจดาราพลันกระตุกทันที...เธอกำลังตกหลุมรักหรือนี่ ทว่าพอได้ยินเขาอ้าปากพูดเท่านั้นแหละ หญิงสาวก็รู้ได้โดยอัตโนมัติว่า กามเทพคงแผลงศรผิดพลาดไปแล้วกระมัง 


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020