ดาวข้างแรม (หัสบรรณ)

ดาวข้างแรม (หัสบรรณ)

2 รีวิว  2 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160004317
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 250.00 บาท 162.50 บาท
ประหยัด: 87.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

“อ้าวพวกหล่อน! ทำอะไรกันอยู่ เดินแบบนะยะไม่ใช่

ชมทุ่งทิวลิป สร้อยเพชรราคาเป็นแสนเป็นล้านระวังๆ กันหน่อย...นั่นๆ

จะรีบไปตามวัวเข้าคอกเหรอยะ หัดมองหัวคนซะมั่ง เฮ้อ!...เด็กสมัยนี้”

เสียงตะโกนโหวกเหวกราวกับใช้เครื่องขยายเสียงดังมาจากผู้ชาย

รูปร่างอ้อนแอ้นที่ยืนเท้าสะเอวอยู่กลางห้อง แม้จะไม่ทำให้ความชุลมุน

วุ่นวายหลังเวทีลดลง ทว่าใครหลายคนก็เลิกเอาแต่ใจหรือตะโกนใส่กัน

ทันที

ช่างแต่งหน้าที่กำลังจะทุ่มแรงลงแป้งเป็นพิเศษบนใบหน้านางแบบ

ซึ่งชะตาไม่ต้องกันยั้งมือทันหวุดหวิด ขณะนางแบบที่เตรียม ‘ตบแป้ง’

คืนด้วยมือเปล่า รีบแสร้งเกาบ่าเมื่อเจ้าของเสียงมาปรากฏอยู่ต่อหน้า

“ยังประทินโฉมกันไม่เสร็จอีกหรือยะ ใกล้จะถึงคิวหล่อนแล้วไม่ใช่

เหรอแม่สิรินภา”

ผู้ถูกเอ่ยชื่อถลึงตาใส่ช่างแต่งหน้าคู่ตบที่กลั้นหัวเราะจนหน้า

อวบอูมแดงก่ำถึงคอ แต่ผู้ที่หาญกล้าเอ่ยชื่อจริงของเธอ สิรินภาทำได้แค่

‘ฝากไว้ก่อน’

“ค่ะคุณห่าน...” พูดยังไม่ทันจบประโยค คนที่นั่งคอยเสาะหาช่อง

จิกกัดก็โพล่งออกมาเสียก่อน

                “สิรินภาเพิ่งมาถึงเมื่อตะกี้นี้ค่ะ”

นฤทธิ์หรือที่ในแวดวงแฟชั่นรู้จักกันดีว่าเจ๊ห่านนั้น มองลอดแว่น

กรอบสีชมพูอมม่วงสะท้อนแสง กวาดตาขึ้นลงหลายครั้งจนสิรินภาก้ม

หน้างุดไม่กล้าสบสายตาด้วย

“วิ่งรอกหรือเที่ยวดึก”

“เอ่อ...” คนถูกถามไม่ทันจะตอบ ช่างแต่งหน้าก็รีบทำตัวเป็น

ทนายหน้าหอแก้ต่างให้ ตามประสาผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย

“เปิดห้างใหม่ที่แจ้งวัฒนะไงคะเจ๊ นางแบบวิ่งรอกกันหูตาแหก”

กูรูแฟชั่นตวัดสายตาเห็นแพขนตางอนงามเด้ง สิรินภาที่พยายาม

ยืดตัวแสดงความสง่างามในอาชีพ ก้มศีรษะต่ำลงจนเกือบจะซบกับพุง

กลมๆ ที่ยื่นผ่านเสื้อยืดรัดติ้วของช่างแต่งหน้าคู่แค้นที่มีนามว่าเม็ดนุ่น

“ฉันเคยบอกพวกเธอแล้วไม่ใช่หรือ จะรับวันละกี่งานไม่มีใครว่า

แต่ช่วยใช้หัวคิดด้วยว่าไหวหรือเปล่า เดินแบบนะยะ ไม่ใช่เดินแก้บน

จะได้เหวี่ยงขาแปะสองแปะหน้าเวทีแล้วกลับมารับเงิน ถ้าใครไม่มีหัวสมอง

ลองก้มมองหัวแม่เท้าก็ได้ แล้วถามมันบ้างว่าไหวไหม ไอ้ประเภทที่

งกรับงานเอาเงินไปเที่ยวผับหรือเลี้ยงผัวน่ะ ฉันขอว่าอย่าทำ เพราะ

ใครที่เห็นอาชีพนี้เป็นแค่ช่องทางหาเงิน กรุณาไสหน้าซิลิโคนให้ห่างฉัน

หรือไม่ก็ปรับปรุงตัว สำนึกให้ได้ว่ามันเป็นอาชีพ มีบุญคุณและตอบแทน

ด้วยการทำให้มันมีเกียรติ”

ห่านหมุนตัวไปรอบๆ ราวกับจะให้คำพูดส่งต่อไปยังสิ่งมีชีวิตที่

หายใจร่วมกันภายในห้อง คล้ายกับการตรากฎระเบียบให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง

ได้ยึดเป็นมาตรฐานเดียวกัน

“ฉันถือว่าเตือนแล้ว ครั้งหน้าจะเป็นงานสุดท้ายสำหรับคนที่คิด

ว่าตัวเองแน่ อีพวกนี้อยู่ได้ไม่นาน ถ้าไม่ถูกความอวดดีของตัวเอง

กดดัน ก็ต้องถูกฉันด่า...ไป! ไปเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพของพวกหล่อน

ได้แล้ว”

                ความชุลมุนกลับมาเหมือนเปิดสวิตช์อีกครั้ง ผู้คนเคลื่อนที่ว่องไว

เหมือนถูกชาร์ตแบตเตอรี่ เกิดความกระตือรือร้นมากกว่าก่อนหน้านี้

หลายเท่า

“เอ่อ หาอะไรคะเจ๊” เม็ดนุ่นเอ่ยเบาๆ ผิดกับน้ำหนักตัวหลายสิบ

เท่ากับผู้ที่ยืนหันรีหันขวางคล้ายของหาย

“ดาวอยู่ไหน?” ห่านเลิกคิ้วเรียว ผมสั้นเกรียนเกือบติดหนังศีรษะ

กระตุกเมื่อสมองเริ่มใช้ความคิด

“เอ่อ...” เป็นครั้งแรกที่ช่างแต่งหน้าและนางแบบผู้ไม่เคยสมัคร

สมานสามัคคีติดอ่างขึ้นมาพร้อมกัน แต่สาวแท้จิกตาใส่กูรูแฟชั่นตอนที่

เขากระวนกระวายหาใครคนนั้น

“ทางนี้ค่ะเจ๊!” เสียงแหวกความชุลมุนข้ามห้องมา

ห่านรีบวิ่งฝ่าผู้คนและสิ่งของระเกะระกะราวกับมีจีพีเอสติดตัวไป

ตามเสียงทันที

ตรงนั้นมีราวแขวนเสื้อผ้าที่เรียงกันกว่ายี่สิบชุด ห่านมองผ่านๆ

แค่ครั้งเดียวก็ล้วงเข้าไป สิ่งที่คว้ามาได้ไม่ต่างจากไม้แขวนเสื้อสีขาวที่แขวน

ชุดราตรีสั้นงดงามชุดหนึ่ง เพียงแต่ไม้แขวนเสื้ออันนี้มีแขนขาและหน้าตา

“ดาวๆ” ห่านออกแรงเขย่าร่างกะปลกกะเปลี้ยของหญิงสาวผู้มี

ท่าทางไม่ต่างจากชุดบนไม้แขวนเสื้อนัก

หญิงสาวตอบรับด้วยการผงกศีรษะ ก่อนจะซบลงบนบ่าของผู้ที่

เขย่าตัวเธอ

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าดื่มตอนทำงาน!” ห่านตะโกนใส่หู แต่

หญิงสาวในอ้อมกอดก็ไม่มีทีท่าจะรับรู้

“ไม่ใช่ค่ะคุณห่าน...” สิรินภาเดินแหวกเพื่อนร่วมอาชีพมายืน

เสนอหน้า ตามติดด้วยเม็ดนุ่น ช่างแต่งหน้าร่างฮิปโปซึ่งหันไปจ้องหน้า

คนพูด ไม่ใช่ชื่นชมฝีมือการแต่งหน้าของตัวเองในการเนรมิตหญิงหน้า

คมผิวเข้มให้ดูสว่างกระจ่างใสราวกับสาวเกาหลี แต่ดูเหมือนนิสัยหล่อน

จะแตกต่างจากนาทีก่อนอย่างสิ้นเชิง อย่าบอกนะว่าจะแก้ต่างให้คนที่

หล่อนเกลียดขี้หน้า!

“ชีแฮงโอเวอร์ เมื่อคืนดื่มตั้งแต่สามทุ่มจนผับปิด” สิรินภาหรือ

ปราย ซึ่งเป็นชื่อใหม่หลังจากอำเภอปายเป็นที่นิยม เช่นเดียวกันกับอาชีพ

ที่แข่งขันสูง เธอจึงหาจุดเด่นให้ตัวเองด้วยการเปลี่ยนชื่อในขณะที่คนอื่น

ยังไหวตัวไม่ทัน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ เพราะทันทีที่ชื่อเธอปรากฏอยู่

ในรายชื่อของนางแบบที่ร่วมเดินทางไปเดินแบบให้นิตยสารหัวนอกเล่ม

หนึ่ง นักข่าวก็เริ่มค้นหารูปเธอทันที และวงการนางแบบในปัจจุบัน ถ้า

เอ่ยถึงนางแบบแถวหน้าต้องมีชื่อสิรินภาติดอยู่แบบไม่ต้องสงสัย เพียง

แต่เธอยังไม่ได้ก้าวไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่สุดบนเวทีนางแบบ

เม็ดนุ่นเปลี่ยนสายตาประหลาดใจที่เกือบจะชื่นชม เพียงแค่

กะพริบตา ช่างแต่งหน้าฮิปโปก็สามารถด่าโดยไม่ขยับปาก

“แล้วทำไมหล่อนไม่แฮง”

“คะ?” รอยยิ้มของสิรินภาค่อยๆ หุบลงเช่นเดียวกับดวงตาลิงโลด

ที่ได้ดิสเครดิตนางแบบอันดับหนึ่งของ พ.ศ. นี้ แต่ชั่ววูบเดียวที่เธอได้

สูดกลิ่นอายรื่นรมย์ของชัยชนะ เกราะป้องกันนางแบบคนนั้นก็ทำงาน

ทันที มันส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียนจนเธอกลั้นหายใจแทบไม่ทัน

“ก็หล่อนพูดว่าดาวดื่มตั้งแต่สามทุ่มจนผับปิด แสดงว่าหล่อน

ต้องอยู่ในเหตุการณ์และทำแบบเดียวกันในเวลาที่เท่ากัน หรือหล่อน

ไม่ได้เห็นเอง”

คนที่อ้าปากค้างแล้วหุบลงแทบไม่ทันมีหลายคน สองคนที่ยืนแถว

หน้าก็เช่นกัน ทั้งที่รสนิยมต่างกันแต่ในเวลานี้ทั้งคู่ดูเหมือนเป็นฝาแฝด

“ปรายเห็นกับตาเลยค่ะ”

“งั้นหล่อนก็ต้องดื่ม”

“เอ่อ...”

“ฉันคงเข้าใจผิดไปเอง หล่อนเข้าไปนั่งสมาธิในผับใช่ไหม”

                ทุกคนในบริเวณนั้นต่างหัวเราะแต่ไม่ดังนักเพราะเกรงใจห่าน

เป็นที่รู้กันว่าเจ้าแม่แฟชั่นไม่ชอบให้ใครเสียงดังในเวลางานยกเว้นตัวเอง

“แต่ปรายไม่ได้ทำให้เสียงาน ไม่ได้คอพับคออ่อนเหมือนแม่นั่น”

เข้าข้างกันดีนัก สะใจไหมล่ะ ไอ้ที่ด่าๆ มาน่ะ คุณสมบัติในตัวคนของ

หล่อนครบถ้วนเลย ปรายพยายามไม่แสดงออกอย่างที่คิด เพราะความ

มั่นคงในอาชีพจำเป็นต้องพึ่งหญิงร่างชายคนนี้อยู่

“นั่นละฉันถึงสงสัย หล่อนมียาดีอะไรบอกได้ไหม”

“ก่อนดื่ม ปรายกินยาแก้แฮง แล้วก็ไม่ได้ดื่มเหมือนขาดน้ำมา

หลายวันด้วย” สิรินภาตั้งใจแขวะ

“สิ่งที่ดาวกระหายไม่ใช่น้ำแต่เป็นน้ำใจ โบราณท่านสอนว่า

คนล้มอย่าข้าม มันใช้ไม่ได้ผลกับวงการที่ต้องแข่งขันสูงก็จริง แต่ประเภท

นั่งหัวเราะให้แก่ความหายนะของคนอื่น ฉันว่าไม่ควรเกิดเป็นคน”

ดวงตากราดเกรี้ยวผ่านเลนส์สายตาของกรอบแว่นสีสดใส

“ทุกคนฟังไว้นะ ฉันไม่ชอบความแล้งน้ำใจ ไม่ต้องถึงกับพยุง

แค่ขออย่าซ้ำเติม ถ้าพวกหล่อนเกิดและตายโดยไม่เดือดร้อนใครก็ไม่ต้อง

ทำตามฉัน แต่พวกที่ยังรักอาชีพนี้จำใส่กะโหลกหนาๆ ไว้ มนุษย์ขาดน้ำ

สามวันอาจตายได้ก็จริง แต่ถ้าขาดน้ำใจจากมนุษย์ด้วยกันเองเพียง

วันเดียวก็ตายแล้ว งานแฟชั่นโชว์ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของ

ทุกฝ่าย ถ้าคิดโชว์เดี่ยวละก็ เชิญไปติดเบอร์นั่งอยู่ในตู้กระจกซะ สำหรับ

ที่นี่ไม่มีใครเด่นใครเป็นนางเอก ตัวเอกของแฟชั่นโชว์คือดีไซเนอร์ พวก

หล่อนเป็นไม้แขวนเสื้อ จำเอาไว้”

สิรินภากัดฟันข่มความอยุติธรรมที่เพิ่งกระเด็นใส่หน้า มันทั้ง

แสบทั้งร้อนเหมือนน้ำกรด เธอรู้ดีว่าเสียงของเธอดังเทียบไม่ได้กับเจ้าแม่

ออร์แกไนซ์อดีตดีไซเนอร์นางนี้เลย ฝากไว้ก่อนเหอะ!

“เอาละทุกคน ไปทำงานได้แล้ว สามัคคีนะจ๊ะ รักกันเข้าไว้”

เม็ดนุ่นตบมือเร่งให้ทุกคนแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ ส่วนนางแบบที่ยืน

ใกล้กัน ทั้งสองมองหน้าเหมือนจะเข้าสิงอีกฝ่าย ก่อนนางแบบหน้าคม

จะสะบัดหน้าไปอย่างอาฆาต

ห่านหันมาพิจารณาหญิงสาวที่แต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการ

เดินแบบ ทว่าจิตวิญญาณของหล่อนคงไม่พร้อม ด้วยความเป็นผู้ที่มี

หน้าที่รับผิดชอบในงานนี้ เขาจึงต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า

“ให้ใครไปบอกน้ำฟ้ามาเดินชุดฟินาเลแทนด้วย” ห่านหิ้วปีก

หญิงสาวไปนั่งเก้าอี้เพื่อไม่ให้ดูน่าสมเพชมากไปกว่านี้ ทันทีที่ก้นถึงเบาะ

หญิงสาวก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะกรนครืดคราดหมดสภาพนางแบบชื่อดัง

ทันที

ห่านตีหน้าผากตัวเองแรงๆ หลายครั้ง

“จะโทษเวรกรรมของฉัน หรือโทษโชคชะตาของเธอดีนะ...ดาว”

สาวแท้สาวเทียมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต่างส่งสายตาเห็นใจมาให้โดย

ไม่ได้นัดหมาย

                                                2

                แสงไฟภายในคลับใต้ดินของโรงแรมหรูกลางกรุงไม่สลัวนัก

ทำให้มองเห็นผู้คนภายในได้ถนัดตา โดยเฉพาะผู้หญิงที่นั่งซบหน้ากับ

บาร์เครื่องดื่ม ตรงหน้าเธอมีแก้วใส่น้ำสีอำพันที่พร่องไปกว่าครึ่ง และ

นี่คงไม่ใช่แก้วแรกสำหรับคืนนี้ สภาพของเธอบอกอย่างนั้น

“คุณจะเข้าไปทาบก็ได้นะ แต่ผมเกรงว่าคุณต้องออกแรงหน่อย

กว่าจะพาเธอขึ้นห้องได้” ไกรเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะคู่สนทนาของเขาแค่

ปรายตาแบบไม่ค่อยสนใจ

“อะไรกันคุณฐากูร! อย่าบอกนะว่าคุณไม่ชอบผู้หญิง” ไกรยิ้ม

กริ่ม มองใบหน้าคู่สนทนาสลับกับหญิงสาวที่ฟุบหน้าอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์

“คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัดความชอบหรือไม่ชอบของผม” ฐากูร

ละสายตาจากบาร์มายังผู้ที่คิดจะอ่านใจเขา ได้กลิ่นความไม่พอใจติด

ที่ปลายจมูก ดูถูกเขาไม่เป็นไร แต่ถึงอย่างไรบุคคลในหัวข้อสนทนาก็เป็น

ผู้หญิง สุภาพสตรีที่สุภาพบุรุษไม่ควรเอ่ยถึงในแง่ลบแม้ว่าจะไม่มีใคร

ได้ยินก็ตาม

“เอ่อ...ทั่วๆ ไปแหละ ก็ผู้หญิงสวยขนาดนั้นคุณยังไม่สนใจ ทั้งที่

ผู้ชายทุกคนต่างกระหายอยากได้เธอมาแกล้มเหล้า แล้วจะให้ผมคิดว่า

ยังไง” เขาเอ่ยเก้อๆ นึกเสียใจกับคำพูดของตัวเอง ซึ่งไม่น่าเอ่ยออกไป

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

ดาวประกาย นางแบบชื่อดังถูกมรสุมชีวิตรุมเร้าจนกลายเป็นคนติดเหล้า แถมโดนข่าวฉาวโหมกระหน่ำจนต้องหลบไปพักใจในไร่วนาลักษณ์ แต่เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งซ้ำ เพราะฐากูร เจ้าของไร่รังเกียจคนดื่มเหล้า เนื่องจากมีประสบการณ์เลวร้ายในอดีต การพบกันครั้งแรกของเขากับเธอจึงยิ่งไม่น่าประทับใจ เพราะเธอเมามายแทบไม่มีสติ แต่พลังแห่งรักก็ค่อยๆ ดึงดูดทั้งคู่ให้เข้าหากัน 
ในสถานการณ์ที่นางแบบสาวบอบช้ำ เจ้าของไร่หนุ่มกลับตั้งมั่นที่จะเอื้อมคว้าดาวดวงนี้มาเป็นดาวประจำตัวเขาตลอดไป  

รีวิว (2)

เขียนรีวิว

หนอนหนังสือ | 2 รีวิว
25/12/2013

ดาวข้างแรม ดาวข้างแรมเรื่องนี้โฟกัสไปที่ชีวิตรักครั้งเก่าที่ชอกช้ำของนางเอกที่เธอไม่ได้เป็นคนธรรมดา เธอเป็นดาราสาวที่ชีวิต และหน้าที่การงานกำลังประสบความสำเร็จ เธอกำลังไปได้ดีบนเส้นทางสายบันเทิงที่ทำให้เธอสามารถเก็บเงินจำนวนมากเพื่อที่จะสร้างฐานะและสร้างครอบครัวกับผู้ชายที่เธอรัก แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นดั่งที่เธอฝัน เขาทิ้งเธอไปและปล่อยให้เธอต้องช้ำใจอย่างที่สุด จากนางแบบสาวดาวรุ่งไฟแรงกลายมาเป็นนางแบบสาวที่ขี้เมาจนเสียงานเสียการ เธอจำเป็นต้องหลบออกไปจากวงการบันเทิงสักระยะเพื่อให้ข่าวนางแบบขี้เมาของเธอซาลง เธอไปอยู่ต่างจังหวัดตามคำแนะนำของรุ่นพี่ในวงการที่ดีกับเธอ เธอต้องมาเจอกับฐากูลผู้ชายชาวไร่มาดเข้ม เขาและเธอไม่ค่อยจะถูกชะตากันเท่าไหร่นัก เพราะเธอติดเหล้าส่วนเขาก็เกลียดผู้หญิงที่ติดเหล้าเข้าใส้ ด้วยความหลังฝังใจเขาจึงใชอบเธอตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่เหมือนเป็นภาระและทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ด้วยความที่เจอกันทุกวัน และต่างคนต่างไม่มีใครวันเวลาเลยทำให้ทั้งสองคนเริ่มมีความรู้สึกดีให้กัน นิยายเรื่องนี้จริงๆ ดูจะไม่มีอะไร แต่อ่านแล้วไม่น่าเบื่อมันมีจุดที่ทำให้คนอ่านมีความรู้สึกไปกับเรื่อง ชีวิตนางเอกเธอเก่งและมีทุกอย่างแต่เธอก็ต้องเจอความผิดหวังจากความรัก มันไม่ได้โอเว่อ การดำเนินเรื่องทำได้ดีไม่ตัดไปตัดมาจนงงว่าอยู่ที่ไหน แล้วก็ชอบที่ความรักของพระนางค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้หวือหวา
ศรัญญา | 2 รีวิว
25/08/2013

ดาวข้างแรม เรื่องราวของนางแบบสาวดาวประกาย นางแบบดาวรุ่งกับเรื่องราวความรักที่แสนชอกช้้ำ ชีวิตและการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วของดาวประกายทำให้เธอมีทุกสิางทุกอย่างชื่อเสียง เงินทอง และเมื่อวันที่มีความรักเข้ามาเติมเต็มหัวใจ เธอมีความสุขกับรักครั้งนี้และหวังให้มันเป็นความรักครั้งสุดท้าย เธอเลือกแล้วที่จะวางชีวิตและสร้างครอบครัวกับคนที่เธอรัก โดยเริ่มจากการวางรากฐานครอบครัว ที่เธอทุ่มซื้อบ้านหลังใหญ่ที่คนรักของเธอบอกว่าจะซื้อเพื่อเป็นเรือนหอ แต่ดาวประกายไม่รีรอเธอซื้อมันเองและหวังจะให้ชายผู้เป็นที่รักแปลกใจ แต่แล้วแผนชีวิตที่วางไว้ก็พังไม่เป็นท่าเมื่อชายคนรักด่วนจากไป ชีวิตดาวประกายเหมือนหมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง เธอปล่อยเนื้อปล่อยตัว เริ่มดื่มเหล้า และติดเหล้างอมแงมจนทำให้มีผลต่อหน้าที่การงาน ดาวประการแสดงอาการอ๊วกแตกการงานเดินแบบทำให้สื่อต่างๆ พากันตีข่าวเธอเสียๆ หายๆ เธอดื่มระหว่างงานบ้างล่ะ ป่องบ้างล่ะ ทำให้พี่ห่านดีไซเนอร์ที่เป็นห่วงเธอให้เธอหลบนักข่าวและมาพักผ่อนอยู่กับแสนเสน่สักพักที่ต่างจังหวัด แสนเสน่คืออดีตนางแบบที่หันหลังให้วงการเพื่อมาทำงานเป็นผู้จัดการรีสอร์ทของฐากูร ดาวประกายมาพักกับแสนเสน่แต่เธอก็ยังคงมีแต่ความเศร้า ยังติดเหล้า แสนเสน่จึงอยากจะช่วยให้ดาวประกายมีชีวิตใหม่ แต่พระเอกของเราฐากูรเห็นหญิงสาวทีไรเป็นไม่ได้ต้องคอยเหน็บแนมและพูดจาไม่เข้าหูดาวประกายอยู่เรื่อย เจอหน้ากันทีไรพูดดีได้ไม่กี่คำ เพราะฐากูรมีปมในอดีตทำให้เขาเกียจผู้หญิงที่ดื่มเหล้าเป็นที่สุด ดาวประกายน่าสงสารมาก เธอจมอยู่กับอดีตหลับได้เพราะยานอนหลับ ฐากูรที่ตอนแรกตั้งแง่กับเธอแต่เมื่อรู้เรื่องของเธอและได้รู้ว่าจริงๆแล้วดาวประกายเธอมีอดีตที่ยากจะทพใจรับได้นี่เอง เรื่องนี้นางเอกของเราภาพอาจจะไม่งดงามนัก เป็นผู้หญิงติดเหล้า และในส่วนท้ายๆของเรื่องนิยายก็เขียนให้เราเดาเรื่องหรือเดาปมต่างๆ ที่มาที่ไปความรักของฐากูรกับดาวประกายที่ค่อยเป็นค่อยไปจบได้ดีฐากูรมีคำพูดที่ซึ้งกินใจ หลายฉากหวานเยิ้ม สนุกค่ะ ไม่น้ำเน่า

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021