ดวงใจสันนิวาส (รินท์ลภัส)

ดวงใจสันนิวาส (รินท์ลภัส)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165001694
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 250.00 บาท 125.00 บาท
ประหยัด: 125.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

             ดวงใจสันนิวาส

 

             ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องของกลุ่มชายผิวดำนับร้อย บุรุษหนุ่ม

ผิวขาว สูงราวหกฟุต ถูกนำตัวเข้ามาในลานดินกว้าง ติดกับแม่น้ำสายหนึ่ง

บนเกาะขนาดใหญ่ในแถบซีกโลกเหนือ

            วิลเลียม นอร์ธ นักเดินเรือและนักสำรวจหนุ่มชาวอังกฤษกับ

ลูกเรืออีกสิบเอ็ดชีวิตเพิ่งค้นพบเกาะแห่งนี้เมื่อวาน แต่ไม่นึกเลยว่าแสงสุริยัน

ที่ลับขอบฟ้าไปพร้อมกับความฮึกเหิมจะกลับกลายเป็นแสงสว่างสุดท้าย

ของชีวิตที่สามารถมองเห็น

            นัยน์ตาสีอัลมอนด์กวาดมองกลุ่มชายผิวดำที่ล้วนนุ่งเพียงผ้าหนังสัตว์

ผืนเดียวพันรอบตะโพก ผิดแผกจากเขาที่สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวไหล่พอง

ทับด้วยแจ็กเกตสีน้ำตาลอ่อน กับกางเกงทรงหลวมยาวถึงเข่ารวบปลายขา

บ่งบอกถึงอารยธรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

            กลุ่มชายผิวดำยืนล้อมลานดินแห่งนี้เป็นวงกว้าง ในมือถือหอกปลาย

แหลม ส่งเสียงดังลั่นเป็นภาษาถิ่นที่ชายหนุ่มจากแดนไกลไม่อาจเข้าใจ

            วิลเลียมถูกพาตัวไปหยุดตรงหน้าแท่นไม้ขนาดใหญ่กลางลานดิน

บนแท่นมีหีบไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าใบหนึ่ง ขนาดยาวเท่าตัวคน มองดูเผินๆ

ไม่ต่างอะไรจากหีบศพ แม้วิลเลียมจะเริ่มตระหนก แต่สีหน้าของเขากลับยัง

คงราบเรียบ กวาดสายตามองหาโอกาสในการหลบหนีซึ่งดูเหมือนริบหรี่เต็มทน

            จวบจนชายผิวดำสองคนที่คุมตัวเขามายังลานดินแห่งนี้ผลักให้ก้าวขึ้น

ไปบนแท่น วิลเลียมก็อาศัยจังหวะนั้นตวัดขาไปเตะก้านคอคนหนึ่งจนล้มตึง

            เสียงอึกทึกครึกโครมของกลุ่มชายผิวดำดังขึ้น ต่างมีท่าทีตกใจเช่นเดียว

กับผู้คุมอีกคนที่ส่งปลายหอกแหลมคมพุ่งเข้าหาเขา วิลเลียมจับด้ามหอกไว้

ด้วยมือข้างหนึ่ง แน่ใจว่ามั่นเหมาะ จึงส่งส่วนปลายของมันกระแทกอัดไปยัง

ท้องน้อยคู่ต่อสู้โดยไม่ออมแรง แล้วแย่งอาวุธมาไว้ในมือ

        ชายผิวดำอีกนับสิบคนแห่พากันล้อมเข้ามา นักเดินเรือหนุ่มจึงกระโดด

ลงจากแท่น ใช้หอกที่เพิ่งได้มาหมาดๆ เป็นอาวุธในการเข้าประหัตประหาร

แม้ประสบการณ์ต่อสู้กว่าสิบปีในแคริบเบียน ทำให้ วิลเลียม นอร์ธแธม

ป้อนกันตัวเองจากปลายหอกของพวกคนป่าได้หลายครั้งหลายหน ทว่าอยู่ๆ

เขากลับตัวชากะทันหัน หน้ามืด เข้าอ่อนโดยไร้เหตุผล เปิดโอกาสให้กลุ่ม

ยังคอของเขาในจังหวะที่ร่างสูงกำลังทรุดนั่งลงบนพื้นดิน

            เพียงเสี้ยวนาทีสั้นๆ วิลเลียมก็ถูกชายผิวดำสองคนหิ้วปีกมานอนลง

ในหีบบนแท่นไม้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อฝาหีบถูกปิดลงมา บดบังแสงสว่าง

แห่งรุ่งอรุณที่กำลังทาทาบแผ่นฟ้าของวันใหม่

            “ปล่อยเข้า!” วิลเลียมเอะอะโวยวาย ยกมือขึ้นผลักฝาหีบที่เป็นเพียงไม้

ธรรมดาๆ ทว่าเขากลับไม่มีเรี่ยวแรงมากพอในการทลายมัน หากเดาไม่ผิด

คงเพราะน้ำขมๆ ในกะลามะพร้าวที่พวกชาวเผ่าจับกรอกใส่ปากเขา ก่อนพา

ตัวมายังลานดินแห่งนี้ มันคงเพิ่งออกฤทธิ์ และทำให้เขารู้สึกอ่อนล้าเมื่อ

พยายามออกแรง

            เสียงล็อกกุญแจหีบดังขึ้น ตามด้วยเสียงบทสวดเป็นภาษาที่คนต่างถิ่น

ไม่อาจทราบถึงความหมาย

            “ปล่อยข้า...” พยายามตะโกนแม้หมดสิ้นกำลังวังชา กระทั่งเสียงบท

สวดเงียบลง ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าหีบไม้ที่เขานอนราบอยู่นี้กำลังถูกยกให้ลอย

ขึ้นในอากาศ

            วิลเลียมหน้าตื่น งุนงงว่าพวกคนป่ากำลังจะทำอะไร ก่อนได้ยินเสียง

สตรีนางหนึ่งเอะอะโวยวายท่ามกลางความเงียบงัน

            แม้เป็นภาษาที่คนต่างถิ่นอย่างเขาไม่เข้าใจความหมาย แต่เขากลับรับรู้

ได้ถึงเจตนาห้ามปรามจากเจ้าของเสียงที่ค่อนข้างสั่นเครือ

            หีบไม้ค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงอีกครั้ง ก่อนเริ่มจะไหลไปทางทิศตะวันตก

อย่างเชื่องช้า วิลเลียมใช้ชีวิตบนเรือคาราเวล มากกว่าสิบปี ครู่เดียวเท่านั้น

จึงสรุปได้ว่าตนเองถูกลอยน้ำไปกับหีบไม้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสุดปลายทางคือนรก

หรือสวรรค์

            เสียงเอะอะสั่นเครือของสตรีคนเดิมค่อยๆ เบาและเงียบลงตามระยะ

ทางที่ไกลออกมา มีเพียงเสียงกระแสน้ำไหลเฉื่อยเท่านั้นที่ยังคงไม่หยุดนิ่ง

            ชายหนุ่มพยายามยกมือขึ้นผลักฝาหีบ ทว่ายิ่งออกแรงกลับยิ่งเหนื่อย

ล้าเพราะฤทธิ์ยาประหลาดที่ถูกบังคับให้ดื่ม จวบจนได้ยินเสียงน้ำตกกระทบ

โขดศิลาดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงที่นอนอยู่ในหีบมืดก็รับรู้ได้ว่าชะตาของตนเอง

กำลังจะขาดลง

            “บ้าเอ๊ย! ออกสิวะ!” ชายหนุ่มพยายามใช้กำลังเฮือกสุดท้ายกระแทก

ฝาหีบให้เปิดออก แต่เมื่อไม่สำเร็จ หีบจึงค่อยๆ ร่วงลงจากหน้าผาสูง

            “ฉิบหายแล้ว!”

            เสียงหลงดังก้องไปทั้งหุบเขา เมื่อแรงโน้มถ่วงของโลกดึงหีบและร่าง

ของเขาให้ร่วงลงสู่หายนะ วิลเลียมรู้สึกแรงกระแทกแรงๆ กับโขดศิลา

ก่อนหีบใบหนาจะเคลื่อนถลาไปตามพื้นลื่นและแข็งในเวลาไล่เลี่ยกัน

            นักเดินเรือหนุ่มพยายามป้องกันศีรษะตนเองให้ปลอดภัยจากการ

กระแทก เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะทุกอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย

            โครม!

            หีบไม้กระแทกเข้ากับของแข็งบางอย่างที่สุดปลายทาง พลอยให้ศีรษะ

ของเขากระแทกกับฝาหีบในคราวเดียวกัน มันลื่นไถลต่อไปอีกนิดหน่อยจึง

ค่อยนิ่งสนิท บรรยากาศเงียบเชียบจนน่างงงัน

            วิลเลียมยกมือขึ้นกุมศีรษะ สัมผัสได้ว่าส่วนที่เจ็บค่อนข้างชื้น ทว่า

ไม่อาจบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง สมองของชายหนุ่มค่อนข้างมึนงงและสับสน

ดวงตาพร่ามัวในความมืด เขาไม่ได้ยินเสียงน้ำตกที่เคยดังสนั่น ไม่ได้กลิ่น

อะไรทั้งนั้น รู้เพียงว่ามีไอเย็นจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาสัมผัสกับผิวกาย

ก่อนที่เปลือยตาจะค่อยๆ หนักอึ้ง แล้วไม่รับรู้อะไรอีกเลย

            ไม่รู้กระทั่งตนเองหมดสติไปนานแค่ไหน...ทว่ายาวนานเสียจนไอเย็น

จากภายนอกค่อยๆ เกาะตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง โอบล้อมหีบไม้จนกลายเป็น

เนื้อเดียวกันกับพื้นลื่นเย็นเฉียบ ภายในถ้ำใต้ภูเขาสูงอันถูกปกคลุมด้วยความ

ขาวโพลนของหิมะติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน


             “ทุกคนที่เคยรู้จัก วิลเลียม นอร์ธแธม ต่างพากันสันนิษฐานว่าเขา

จบชีวิตลงด้วยพายุร้ายในปีคริสต์ศักราช ๑๖๖๒ ระหว่างเดินเรือออกล่า

อาณานิคมภายใต้ธงชาติของเบอร์นีเซีย พร้อมด้วยลูกเรืออีกสิบเอ็ดคน...”

เสียงหวานอ่านประวัตินักสำรวจหนุ่มชาวอังกฤษจากหน้าจอความพิวเตอร์

ก่อนหันมาวิเคราะห์ให้คนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหลังฟัง “ฉันว่าบางทีอีตาวิลเลียม

อะไรนี่อาจเจอ...บัวบุษบา!”

        เจ้าของชื่อสะดุ้ง เงยหน้าที่ฟุบอยู่กับแขนตัวเองบนโต๊ะทำงานขึ้น

ทีละน้อย ก่อนกะพริบตาปริบๆ สองสามครั้งไล่ความมึนงงออกไปจากสมอง

ดวงตากลมโตมองตรงไปยังสตรีเล็กที่กำลังนิ่วหน้าไม่พอใจ

            “ตกลงว่าแกไม่ได้ฟังฉันเลยใช่ไหม”

       

            บัวบุษบา ฮามิลตัน รู้สึกเส้นเลือดในลำคอตีบขึ้นมากะทันหัน จึง

เพียงยิ้มแห้งๆ แทนการตอบคำถาม ก่อนได้ยินเสียงถอนหายใจจากฝ่าย

ตรงข้ามดังขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน

            “ไอ้เราหรือก็อุตส่าตั้งอกตั้งใจอ่านให้ฟัง หวังจะให้เป็นที่ปรึกษา

พลอตนิยายเสียหน่อย...” กิ่งกนกอิดออดด้วยอารมณ์น้อยใจยาวยืด

ระหว่างนั้นบัวบุษบาเหลือบมองนาฬิกาทางมุมขวาของโต๊ะทำงาน ซึ่งตั้งอยู่

ถัดจากปฏิทินปีคริสต์ศักราช ๒๐๑๑

            เมื่อเห็นว่าเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาหกโมงเศษ บัวบุษบาจึงเผลออุทาน

            “แย่แล้ว!” หล่อนลุกขึ้นพลางถอนเสื้อกาวน์สีขาพาดอย่างลวดๆ บน

เสาไม้สำหรับแขวนเสื้อ แล้วคว้าแจ็กเกตตัวเก่งมาสวม ก่อนเร่งเก็บของบน

โต๊ะทำงานใส่กระเป๋าสะพาย ตรงข้ามกับอีกหนึ่งสาวที่ยังคอยนั่งนิ่ง มอง

พฤติกรรมรีบร้อนเกินกว่าเหตุของบัวบุษบา งงว่าเกิดเรื่องคอขาดบาดตาย

อะไรขึ้น

            “ฉันต้องรีบกลับก่อนนะกิ่ง วันนี้มีนัดกินข้าวกับทิน ถ้าไปสายต้อง

ทะเลาะกันอีกแน่เลย เอาไว้ฉันจะมาช่วยปรึกษาพลอตนิยายเรื่องใหม่แก

วันหลังนะ” บัวบุษบาพูดเพียงเท่านั้นก็หุนหันออกไปจากห้องพักแพทย์แผนก

อายุรกรรม มือกดโทรศัพท์รุ่นกลางเก่ากลางใหม่ต่อสายหาแฟนหนุ่มระหว่าง

ก้าวเท้า ทว่าพอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูกลับไม่ได้ยินเสียงสัญญาณรอสาย

            “บ้าจริง...” บัวบุษบาถอนหายใจ ย่นหัวคิ้วเข้าหากันด้วยความกังวล

ระคนหงุดหงิดเล็กๆ เมื่อเห็นว่าหน้าจอมือถือของหล่อนดับสนิท

            “ทำไมต้องมาหมดเอาตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้” บ่นกับตนเองก่อนหย่อน

โทรศัพท์ลงในกระเป๋า แล้วเร่งฝีเท้าให้ถึงที่หมายโดยไว

            หญิงสาวผลักประตูลานจอดรถใต้ตัวอาคารออกมาถึงก็กดรีโมตปลด

ล็อกรถสีควันบุหรี่ที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนรีบร้อนเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ

แล้วขับออกมาจากโรงพยาบาลด้วยความระมัดระวัง

            แม้ใจอยากไปอีกที่หมายตามนัด ทว่าบัวบุษบาไม่เคยประมาทเวลา

ขับรถ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจหลายครั้งระหว่างเผชิญกับปัญหาจราจร

อันติดขัดในช่วงหัวค่ำ ดวงตากลมหลุบมองนาฬิกาบนหน้าปัดรถยนต์แทบ

ทุกห้าหรือสิบนาทีด้วยใจกังวล หากเป็นไปได้หล่อนอยากหลักหนีจากความ

สะดวกสบายในเมืองอันแสนศิวิไลซ์นี้เหลือเกิน ติดที่ ‘เขา’ ไม่ยอมตามใจหล่อน

และขอร้องให้คอยปรับตัวตามสภาพสังคมเมืองที่พัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่มี

ที่สิ้นสุด

            บัวบุษบาเป็นชาวลำปากโดยกำเนิด มารดาประกอบอาชีพรับราชการครู

อยู่ในอำเภอเล็กๆ ส่วนบิดาเป็นชาวอังกฤษที่เดินทางมารับจ้างสอนภาษา

ในเมืองไทย ทว่าหลังจากแต่งงานและให้กำเนิดบัวบุษบาได้ไม่นาน ทั้งสอง

ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับบ้านในวันที่ฝนตกหนัก ตอน

นั้นบัวบุษบาอายุเพียงแค่หกขวบ จึงตกอยู่ในความดูแลของ ชลิต วงศ์วริศ

ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของแม่ และเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่บัวบุษบา

หลงเหลือ

            ชลิตส่งเสียเลี้ยงดูหญิงสาวอย่างดี กระทั่งจบชั้นมัธยมปลาย บัวบุษบา

ก็ได้ทุนเรียนต่อไปมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ แรกเริ่มบัวบุษบาอยากกลับไป

ทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลในจังหวัดบ้านเกิด แต่ทินกร...คนรักที่เรียนมา

ด้วยกันตั้งแต่ชั้นมัธยมกลับได้ทุนเรียกต่อปริญญาโท และขอให้หล่อนเลือก

ทำงานใช้ทุนที่นี่เพื่อจะได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกัน

        แม้ตอนนี้บัวบุษบาใช้ทุนครบแล้ว ทินกรเองก็เรียนจบตามที่ตั้งใจ

เอาไว้ แต่เขากลับยังไม่ยอมยายออกไปประจำที่โรงพยาบาลในบ้านเกิดตาม

ที่เคยตกลงกัน ชายหนุ่มว่าชีวิตในกรุงเทพฯ ก็สะดวกสบายดี ปัจจุบันนี้

ประจำอยู่โรงพยาบาลเอกชนก็มีรายได้ที่น่าพึงพอใจ ต่อให้หล่อนพร่ำบอก

เสมอว่าอยากกลับไปดูแลลุงที่ลำปางเพราะท่านไม่มีญาติสนิทคนอื่น ทินกร

ก็มีเหตุผลในการโต้แย้งเสมอว่าอีกหน่อยซื้อบ้านสักหลังแล้วไปรับลุงมาอยู่

ด้วยกันก็หมดปัญหา ซึ่งบัวบุษบารู้ดีว่าเป็นเรื่องยาก เพราะลุงของหล่อนเคย

เป็นอาจารย์สอนโบราณคดีในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มาก่อน

แต่ภายหลังท่านเบื่อสังคมเมืองจึงย้ายกลับไปสอนที่ลำปาง

            “สายไปยี่สิบห้านาทีนะครับบัว” เสียงห้าวเครียดตำหนิทันทีที่บัวบุษบา

เดินไปถึงโต๊ะอาหารภายในร้านใหญ่ติดสี่แยกถนน ด้วยการตกแต่งที่ค่อนข้าง

หรูหราและราคาอาหารที่แพงหูฉี่ ลูกค้าส่วนใหญ่จึงมักเป็นพวกมันอันจะกิน

เฉกเช่นเดียวกับทินกรที่เริ่มมีฐานะขึ้นมาในช่วงปีสองปีหลังนี้

            บัวบุษบายิ้มเจื่อนๆ เมื่อเห็นสายตาของลูกค้าโต๊ะอื่นมองแปลกๆ มายัง

หล่อน ก่อนรีบนั่งลง อธิบายกับชายหนุ่มที่กำลังนิ่วหน้าไม่พอใจอยู่ตรงข้าม

            “ทินก็รู้ว่ารถมันติด”

        “บัวก็รู้ว่ารถมันติดแต่บัวก็ยังไม่กระตือรือร้น ทั้งที่บัวออกเวรตอน

ห้าโมง และร้านที่ทินนัดบัวมันก็อยู่ห่างจากโรงพยาบาลของบัวแค่ไม่กี่ป้าย

รถเมล์ แต่บัวกลับใช้เวลาทั้งหมดสองชั่วโมงกับอีกยี่สิบห้านาทีในการขับรถ”

        บัวบุษบาเริ่มอายกับการถูกตำหนิต่อหน้าคนมากมาย สายตาของ

ลูกค้าจากโต๊ะอื่นที่พร้อมใจกันหันมามองทำให้หล่อนแทบอยากเอาถุงกระดาษ

คลุมศีรษะแล้วเดินตัวลีบออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้

            “โธ่ทิน...” หล่อนครางชื่อชายหนุ่มอย่างจนปัญญา “เบาๆ ก็ได้”

        เสียงถอนหายใจหนักๆ ดังขึ้น บ่งบอกว่าชายหนุ่มกำลังพยายามสงบ

สติอารมณ์อย่างสุดความสามารถ

            “ถ้างั้นบัวก็บอกทินมาสิครับว่าทำไมบัวถึงใช้เวลาตั้งสองชั่วโมงกับ

อีกยี่สิบห้านาทีในการขับรถมาหาทินที่ร้านอาหารซึ่งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลของ

บัวแค่ไม่กี่ป้ายรถเมล์”

        “ก็เพราะว่ามันอยู่ใกล้...” บัวบุษบารู้ตัวว่าผิด แต่ก็อยากให้ชายหนุ่ม

ฟังเหตุผลของหล่อนสักนิดก่อนตีโพยตีพายเสียงดังจนรบกวนความเป็น

ส่วนตัวของผู้อื่น “บัวเลยไปนั่งคุยกับกิ่งจะเอามาเป็นฉากในเรื่อง บัวก็เลย

เผลองีบไป”

                              (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เธอ…บัวบุษบา ฮามิลตัน แพทย์สาวในคริสต์ศตวรรรษที่ 21 ได้รับกุญแจดอกหนึ่งมาจากชายแปลกหน้า ซึ่งได้พาเธอ ‘ย้อน’ เวลากลับไปสองศตวรรษ 
เขา…วิลเลียม นอร์ธแธม โจรสลัดหนุ่มแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งผันตัวมาเป็นนักล่าอาณานิคม เพื่อช่วยเหลือหญิงที่รัก ได้ประสบเหตุที่ทำให้เขา ‘ข้าม’ เวลาไปอีกสองศตวรรษ 
พรหมลิขิตชักนำให้เขาและเธอมาพบกันในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้องร่วมมือกันหาทางกลับยุคของตน โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดสนิทสนมได้พัฒนาความสัมพันธ์ จนทั้งสองทำใจได้ยากยิ่งที่จะต้องพลัดพรากจากกัน 
สุดท้ายแล้วทั้งสองจะร้างราห่างไกล เก็บทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นให้เป็นเพียงความฝัน หรืออยู่ร่วมกันในที่ซึ่ง ‘ดวงใจสันนิวาส’ มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะตัดสินใจ

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020