กุหลาบร้ายลายมังกร (ลินิน)

กุหลาบร้ายลายมังกร (ลินิน)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160015030
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 220.00 บาท 143.00 บาท
ประหยัด: 77.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

เสียงดนตรีจังหวะมันๆ เร้าใจดังกระหึ่มขึ้นภายในห้องชุด

สุดหรูของ ‘อัษฐวรัศ’ หญิงสาวสวยหุ่นนางแบบในชุดรัดรูปสีดำ เปิดเผย

เนินอกขาวทว่าบดบังร่องอกอวบอิ่มด้วยสร้อยมุกเม็ดใหญ่ซึ่งตัดกับชุด

สีดำอย่างมีรสนิยม กระโปรงสั้นเหนือเข่าไปหลายคืบนั้นแนบไปกับรูปร่าง

อวดเอวคอดและสะโพกกลมกลึง

หญิงสาวโยกตัวเต้นไปตามจังหวะเร้าใจพลางส่งเสียงร้องเพลงตาม

ไปด้วยอย่างสนุกสุดเหวี่ยง เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนอีกหลายคน

และหลายเชื้อชาติ

“ทริปนี้มันสุดๆ ไปเลย อิง” ปิ่นหยก เพื่อนสาวชาวไทยเอ่ยขณะ

เต้นมากระแซะข้างๆ พลางเสยผม ในมือถือแก้วบรั่นดีดีกรีแรงเหมือนคน

ดื่มหนักทั้งที่เพิ่งหัดลิ้มรสเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งแรก ซึ่งไม่ได้ต่าง

จากเจ้าของงานที่เพียงดื่มพันช์ไปสามแก้วก็หูอื้อตาลายจนต้องเข้าไป

ล้างหน้าในห้องน้ำอยู่หลายรอบจึงออกมาเต้นสุดเหวี่ยงอย่างนี้ได้

ดนตรีเปลี่ยนเป็นจังหวะที่เหมาะแก่การออกไปเต้นเป็นคู่ๆ คนไร้คู่

อย่างอัษฐวรัศจึงเดินไปนั่งบนโซฟาตรงมุมห้อง คืนนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเป็น

เจ้าภาพจัดงานปาร์ตี้ เพราะที่ผ่านมามีแต่อาศัยไปตามบ้านของคนอื่น

ตลอด แต่ครั้งนี้เห็นว่าใกล้จบการศึกษากันแล้วจึงขอสนุกให้เต็มที่

                “ลองบรั่นดีดูหน่อยไหม อิง” อีริก หนุ่มอังกฤษผมทอง ยื่นแก้ว

ทิวลิปทรงสูงซึ่งบรรจุน้ำสีน้ำตาลเข้มมาตรงหน้า

หญิงสาวมองอย่างลังเล แต่เพราะกลัวเมาจึงได้แต่ส่ายหน้า

“ไม่อยากเมา”

“แค่นี้เอง ไม่เมาหรอกน่า หรือว่า...คออ่อน” ชายหนุ่มเอ่ยพลาง

หลิ่วตาอย่างท้าทาย เพราะรู้ว่าหญิงสาวชาวไทยผู้นี้ค่อนข้างหัวดื้อ ไม่

ยอมใคร และเป็นคนประเภทโดนดูถูกเมื่อไรเป็นของขึ้น

“ใครบอก” หญิงสาวถามพลางเชิดหน้า แล้วคว้าแก้วบรั่นดีมาจด

ริมฝีปากทาสีเข้ม ก่อนจะแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะอีริกจงใจ

รินให้เธอมากกว่าครึ่งแก้ว

“ชน” เขายื่นแก้วของตัวเองไปหาเธอ

เมื่อแก้วกระทบกันแล้ว อัษฐวรัศก็หลับหูหลับตาดื่มเข้าไป ความ

ร้อนวาบแล่นผ่านลำคอลงสู่กระเพาะจนต้องพ่นลมหายใจออกมา หญิงสาว

รู้สึกหูอื้อตาลายจนร้อนไปหมด

อีริกเห็นดังนั้นก็หัวเราะอย่างเอ็นดูปนขบขัน แต่อีกฝ่ายกลับไม่

เห็นขันไปด้วย

“ขำอะไร”

“ทำเหมือนคนไม่เคยดื่ม”

“ใครบอก ฉันไปปาร์ตี้มาตั้งหลายงาน แค่บรั่นดีทำไมจะไม่เคย”

อัษฐวรัศเอ่ยพลางยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มอีกสองอึก แต่ปริมาณบรั่นดีก็ไม่ได้

พร่องไปเท่าไรนัก หญิงสาวกำลังภาวนาให้ใครก็ได้เข้ามาขัดจังหวะ

ก่อนที่เธอจะเมาคอพับคออ่อนไปเสียก่อน เพราะจะปฏิเสธไม่ดื่มก็กลัวจะ

ขายหน้า

‘ยายปิ่น...แกมองมาทางนี้ซะทีสิ’

อัษฐวรัศส่งสายตาอ้อนวอนไปหาเพื่อนสาวชาวไทย ทว่าฝ่ายนั้น

ยังคงเต้นอย่างสุดเหวี่ยงอยู่กับหนุ่มสิงคโปร์คนหนึ่ง โดยไม่แม้แต่จะปราย

ตามามองเธอเลย

“ยายบ้าเอ๊ย!” หญิงสาวสบถเบาๆ

อีริกยังชวนคุยและชวนดื่มต่อ สายตาพราวระยับไปด้วยแรงขบขัน

ที่ว่ากันว่าผู้หญิงไทยมีเสน่ห์น่าค้นหากว่าผู้หญิงตะวันตก เขาชักเห็นด้วย

แล้วสิ

สวย...รั้น...ดูร้ายแบบไร้เดียงสา หายากในสังคมตะวันตกที่เขาอยู่

“ดื่มอีกสิ” เขาคะยั้นคะยอ

“จะมอมเหล้าฉันหรือไง” หญิงสาวบ่นอุบแต่ก็ยกแก้วขึ้นดื่มอีก

ทว่าแสบร้อนท้องและมึนศีรษะจนต้องวางแก้วลง แต่พอเห็นประกายตา

ที่บอกความหมายบางอย่างจากหนุ่มตาน้ำข้าวผู้นั่งอยู่ตรงหน้า จึง

จำต้องฝืนเชิดคอตั้งบ่า แล้วทำทีชี้ชวนให้เขาดูปิ่นหยกที่กำลังเต้นกับ

ไมเคิล

“งั้นเราไปเต้นกันบ้าง” เขาเอ่ยชวน หญิงสาวไม่ได้อยากเต้นคู่กับ

เขาเลยสักนิด แต่เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะไม่ต้องทนฝืนดื่มบรั่นดี

จนเมาให้ใครๆ หัวเราะเยาะว่าคออ่อนเธอจึงพยักหน้า

“โอเค”

เสียงดนตรีจังหวะมันๆ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสนุก และอาจเพราะ

ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มมากกว่าที่เคยก็ได้ ที่ทำให้เธอออกแรงเต้นอย่าง

สุดเหวี่ยง ไม่หลบเมื่อมือของอีริกแตะที่เอว มิหนำซ้ำยังวาดวงแขนโอบ

รอบคอของเขาอีกต่างหาก ส่งผลให้รอยยิ้มบางอย่างผุดขึ้นบนใบหน้าของ

คู่เต้น

อัษฐวรัศหัวเราะเสียงใส และเสียงนั้นก็ทำให้ปิ่นหยกหยุดเต้นแล้ว

หันมามอง หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อสายตาในภาพที่เห็น

เพราะอัษฐวรัศชอบอีริกน้อยที่สุดในบรรดาเพื่อนผู้ชายที่คิดจะขายขนมจีบ

ให้ และมักจะหาทางหลีกเลี่ยงอีกฝ่ายเสมอ แต่ภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้...

หรือว่าเพื่อนของเธอจะเปลี่ยนใจ เหมือนดังสุภาษิตที่ว่า ‘ตื๊อเท่านั้น

ที่ครองโลก’ หรือไม่ก็ ‘น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน’

“คิดอะไรฮันนี่” ไมเคิลกระซิบถามข้างหู ปิ่นหยกจึงหยุดคิดเรื่อง

ของเพื่อนไว้เพียงเท่านั้นแล้วส่งยิ้มหวานให้คู่เต้น

ไมเคิลเป็นหนุ่มสิงคโปร์ เรียนคนละมหาวิทยาลัยกับเธอ แต่ได้รู้จัก

กันเมื่อสองเดือนก่อนด้วยเหตุบังเอิญ จากนั้นเขาก็ตามขายขนมจีบจน

เพิ่มขีดความสนิทสนมมากพอที่เธอจะเชิญเขามางานปาร์ตี้ที่มีอัษฐวรัศ

เพื่อนสนิทของเธอเป็นแม่งาน

ความหล่อเหลาของไมเคิลทำให้เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ

ผมทองหลายคนในงานนี้ เธอเองก็ชอบเขามาก แต่บุคลิกอย่างไมเคิล

ยากนักที่จะฝ่าด่านครอบครัวของเธอได้

ไมเคิลสูง ขาว ตัดผมสั้นเกรียน มองดูเท่สำหรับเธอ โดยเฉพาะเมื่อ

ใบหูทั้งสองข้างของเขาประดับด้วยต่างหูสีเงิน และวันดีคืนดีก็มีเพิ่มอีกอัน

ที่จมูก

อัษฐวรัศไม่ชอบใจ แต่เธอกลับเห็นว่าเขาเท่ขาดใจ

ไมเคิลปรายตามองอัษฐวรัศเล็กน้อย ปิ่นหยกจึงหัวเราะ

“ดูยายอิงสิ ท่าทางจะหลงคารมนายอีริก”

ไมเคิลเดาะลิ้นอย่างไม่ชอบใจนัก เพราะเขาเองก็ชอบอัษฐวรัศอยู่

เหมือนกัน แต่เพราะดวงตาที่เหมือนหน้าต่างบานใหญ่ของอัษฐวรัศบอก

เขาว่าเธอไม่มีทางยินยอมเปิดใจให้เขาเข้าไปแทรกได้อย่างแน่นอน ซึ่ง

ต่างจากปิ่นหยก เขาจึงหันมาหาปิ่นหยกแทน

เพราะเขารู้ว่า...ปิ่นหยกชอบเขามาก

ผู้หญิงคนนี้อ่านง่าย และเข้าถึงไม่ยาก เพราะปิ่นหยกยังไม่เคยมี

แฟน เหตุเพราะครอบครัวของเธอค่อนข้างเข้มงวด เขารู้เพราะหญิงสาว

เคยบ่นให้ได้ยินอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องความเข้มงวดของผู้เป็นพี่ชาย

ที่หวงน้องสาวเหมือนจงอางหวงไข่ก็ไม่ปาน

“หมอนั่นท่าทางเจ้าชู้จะตาย”

“ผู้ชายก็เหมือนกันหมดไม่ใช่หรือคะ...เจ้าชู้” หญิงสาวเอ่ยพลาง

หรี่ตามองไมเคิล หวังจะได้ยินถ้อยคำปฏิเสธจากเขา

“ยกเว้นผม” หนุ่มสิงคโปร์มองเธอตาหวานเชื่อม ปิ่นหยกออก

อาการขัดเขิน มือที่วาดไปโอบรอบคอเขาอ่อนแรงลงเพราะสายตาที่แทบ

จะหลอมละลายเธอได้

“ฮื้อ! ให้จริงเถอะ!”

“เตือนคุณอิงด้วย อีริกไม่น่าไว้ใจนักหรอก” ชายหนุ่มเริ่มกันท่า

และปิ่นหยกก็คล้อยตามเขาอย่างง่ายดาย เหมือนที่เขาว่ากันว่า ‘ยามรัก...

ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้’

“นั่นสิคะ ปิ่นเองก็ไม่ได้ไว้ใจอีริกเท่าไหร่นักหรอก” ปิ่นหยกหันไป

มองเพื่อนรักอีกครั้ง ก็เห็นว่ากำลังโยกตัวตามจังหวะดนตรี และเสียง

หัวเราะยังลอยมาเข้าหู

“ฮู้! วันนี้สนุกจัง” เจ้าของงานร้องขึ้นเมื่อเสียงเพลงจบลง แล้วเพลง

ใหม่ก็ดังขึ้น ปิ่นหยกจึงหันมาเต้นกับไมเคิลต่อ ชายหนุ่มเองเมื่อเห็นว่า

เป้าหมายอย่างอัษฐวรัศยังอยู่ห่างไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึงในระยะเวลาอัน

ใกล้นี้ได้จึงหันมาสนใจคนตรงหน้า

“อย่าไปยุ่งเรื่องเขาสองคนตอนนี้เลยครับ มาว่าเรื่องของเราดีกว่า”

เขาส่งสายตาวาวหวานให้ หญิงสาวรู้สึกขัดเขิน มือที่โอบลำคอเขาเลื่อน

ลงมาแตะที่ทรวงอก จู่ๆ ไฟที่สว่างอยู่ก็หรี่ลงจนเป็นแสงสลัวอย่างเป็นใจ

ให้บรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้มหลงใหล

“เรื่องของเรามีอะไรให้พูดถึงล่ะคะ ไมเคิล” ปิ่นหยกแกล้งถาม

เสียงหัวเราะแหบห้าวจึงดังขึ้น

“มีตั้งหลายเรื่อง”

ใบหน้านั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ ใกล้จนเธอได้กลิ่นแอลกอฮอล์

หญิงสาวหลับตาลง ริมฝีปากของไมเคิลเกือบจะถึงริมฝีปากของเธออยู่แล้ว

แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขัดขึ้น และคนเคาะก็ไม่ได้รอให้ใครอนุญาต ถือวิสาสะ

ผลักประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว

แสงไฟหรี่สลัวเมื่อครู่สว่างวาบขึ้นในพริบตา เสียงเพลงในจังหวะ

เร้าใจเงียบลงโดยฉับพลัน พร้อมๆ กับการปรากฏตัวของชายหนุ่มรูปร่าง

สูง ผมหยักศกปรกหน้าผาก ใต้ลงมาคือคิ้วเข้มพาดเฉียง และดวงตาสีนิล

เข้ม คม ดุ ที่กระทบกับแสงไฟนีออนดูน่าเกรงขาม

ใบหน้าดุดันของเขาเบือนกลับมาหาทุกคนช้าๆ และมันก็มีอำนาจ

มากพอจะทำให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว รวมทั้งแทบจะลืมหายใจโดย

ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด ดูเหมือนจะมีเพียงริมฝีปากได้รูปที่ประดับบน

ใบหน้าเท่านั้นที่ทำให้ความดุดันนั้นลดทอนลงไปได้บ้าง

เขามองหน้าของแต่ละคน ก่อนจะมาหยุดที่อัษฐวรัศซึ่งตาพร่า

เพราะแสงไฟที่สว่างกะทันหันจนเซจวนล้มทำให้อีริกต้องเข้าประคอง และ

ครั้งนี้หญิงสาวก็ตกใจเกินกว่าจะเบี่ยงตัวหลบ เมื่อเขาถือวิสาสะรั้งร่างเธอ

ให้เอนซบอยู่กับอกแล้วกอดเอาไว้

ชายหนุ่มผู้มาใหม่แสยะยิ้มหยันให้แก่ภาพที่เห็น แววตาดูแคลนนั้น

ทำให้หญิงสาวหน้าตึง แล้วขยับตัวออกจากอ้อมกอด และตวัดสายตามา

มองเจ้าของสายตาที่เปลี่ยนเป้าหมายจากเธอมาเป็นใบหน้าซีดๆ ของ

ปิ่นหยกทั้งที่เธอแต่งหน้าเข้มกว่าปกติ

“พี่วัช!”

“กลับบ้าน!” เขาสาวเท้าเข้ามาหาแล้วกระชากน้องสาวให้ออกห่าง

จากผู้ชายร่างสูง ผมเกรียน ใส่ต่างหูทั้งสองข้างที่เขาให้คำจำกัดความว่า

แค่ ‘ไอ้กุ๊ย’ คนหนึ่ง

“พี่วัชคะ เดี๋ยวสิคะ ให้ปิ่นลาเพื่อนก่อน” หญิงสาวรั้งตัวเอาไว้ มอง

ไปยังทุกคนอย่างเกรงใจ โดยเฉพาะไมเคิลกับเจ้าของงาน

“กลับ! ไม่ต้องลาเพื่อนใจแตกพวกนี้หรอก” เขาตวาดน้องสาว คน

อื่นๆ ที่ฟังไม่เข้าใจจึงเพียงแค่ตกใจกับเสียงดังคุกคามของบุคคลที่ไม่ได้

รับเชิญ ทว่าคนที่ฟังออกอีกคนรู้สึกแสบร้อนเหมือนถูกหวดด้วยแส้

เส้นใหญ่แล้วราดด้วยน้ำเกลือเค็มจัด

ใจแตก!

อัษฐวรัศตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธเหมือนถูกใครจับเขย่า

หญิงสาวตวัดสายตามองเจ้าของร่างสูงอย่างเอาเรื่อง ดูเหมือนตอนที่เขา

พูดคำว่าใจแตก สายตาเขาจะจับจ้องมาที่เธออย่างจงใจ

เจ้าของงานผลักร่างของอีริกให้พ้นทาง แล้วสาวเท้าเข้ามาหาพี่ชาย

ของปิ่นหยก เธอขยับเข้ามาใกล้...ใกล้จนหน้าอกอวบในชุดรัดรูปสีดำแทบ

จะชนไหล่ผึ่งผายนั้น

“คุณว่าใครใจแตก”

“ไม่ได้เจาะจง ใครอยากรับก็รับไป” ปวีณวัชบอกด้วยน้ำเสียง

เย็นชา ดวงตาสีนิลคมปลาบมองเธอตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า ด้วยว่า

หญิงสาวตรงหน้าสวมชุดดำรัดรูปเน้นทรวดทรงองค์เอว อกอวบเบียดชิด

ล้นทะลัก เอวคอด สะโพกกลมกลึง กระโปรงสั้นเหนือเข่าไปหลายคืบ

ขาเรียวยาวอวดความเพรียวอยู่ในรองเท้าบูตสีดำ ใบหน้าแต่งเข้มจัดจ้าน

หญิงสาวก้มลงมองตามสายตาของเขาแล้วใบหน้าก็ร้อนผ่าวด้วย

ความโกรธที่แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เธอแต่งตัวแบบนี้ แต่งหน้าแบบนี้ก็เพราะ

เห็นว่าเป็นงานปาร์ตี้ ปกติก็ไม่ได้แต่งตัวด้วยชุดนางแมวยั่วสวาทแบบนี้

แต่สายตาคมดุคู่นั้นมองเหมือนเธอเป็น...

อีตัว!

‘มากไปแล้วนะยะ คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนกันถึงได้กล้า

มองฉันด้วยสายตาแบบนี้ คิดว่าเป็นพี่ชายของปิ่นหยกแล้วฉันจะไม่กล้า

วีนอย่างนั้นหรือ ไม่แล้ว...ไม่แล้ว...ถ้าคิดอย่างนั้นละก็ผิด คนอย่าง

อัษฐวรัศ วิโรจน์รักษ์ ลูกสาวคนเดียวของ อรรถกร วิโรจน์รักษ์ เจ้าของ

ห้างสยามเวิลด์ ห้างที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในประเทศไทย ไม่เคยกลัวใคร

หน้าไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะหน้าอินทร์หน้าพรหม ถ้าลองแหย็มเข้ามาทำให้

อารมณ์เสียละก็ เป็นได้เจอดี’

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021